
ไก่ไทยมีลุ้นส่งออกยูเออีปีหน้าพาณิชย์พร้อมให้เข้าตรวจสอบ
ไก่ไทยตีปีกมีลุ้นนำเข้ายูเออีอีกครั้ง ด้านพาณิชย์เตรียมส่งเทียบเชิญเจ้าหน้าที่ตรวจฟาร์มตรวจสอบ ขณะที่กรรมการนำเข้าอาหารแนะทำหนังสือด่วนยืนยัน 3 ข้อ พร้อมชงเข้าบอร์ดพิจารณาสัปดาห์นี้
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยถึงการเดินทางไปสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ว่า ได้นำหนังสือจากนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์แจ้งถึงความพร้อมส่งออกไก่สดของไทย ซึ่งปี 2546 ยูเออีเคยนำเข้าถึง 1,789 ตัน หรือ 2.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 98% ของไก่สดที่นำเข้าทั้งหมด ก่อนที่จะตรวจพบโรคระบายเอช 5 เอ็น 1 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2547 ซึ่งเป็นเหตุให้ยูเออีระงับการนำเข้าจากไทยขณะที่ไทยปลอดโรคระบาดดังกล่าวแล้วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2551 จึงขอให้พิจารณาการนำเข้าใหม่อีกครั้ง
“นอกจากนี้ได้เชิญรมว.สิ่งแวดล้อมและน้ำ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางมาดูโรงงานผลิตไก่ในไทย คาดว่าจะเป็นช่วงต้นปี 2554 เพื่อดูความพร้อมตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต การกักกัน การขนส่ง จนถึงปลายทาง” นางนันทวัลย์ กล่าวและว่า นายกาลิด มูฮัมมัด ชาริฟ อัล-อะลาดี ผู้อำนวยการกรมควบคุมอาหาร เทศบาลเมืองดูไบได้แนะนำให้ไทยเร่งทำหนังสือยืนยันกลับมาโดยเร็ว เพื่อจะเร่งส่งไปที่คณะกรรมการส่งเสริมความปลอดภัยด้านอาหารแห่งชาติ กระทรวงสิ่งแวดล้อมและน้ำ และกรมควบคุมอาหารฯ
ทั้งนี้ ในหนังสือยืนยันจะครอบคลุม 3 ประเด็น คือ 1.รายงานขั้นตอนการควบคุมและกักกันในฟาร์มไก่ และการระบุว่า ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันปรุงอาหาร 2.ไทยมีการส่งออกไก่สดแช่แข็งไปที่ใดแล้วบ้าง รวมทั้งมีประเทศใดที่อนุญาตนำเข้าไก่สดแช่เย็นแช่แข็งจากไทย โดยเฉพาะกลุ่มจีซีซี หรือสภาความร่วมมือแห่งอ่าวเปอร์เซีย ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ และซาอุดีอาระเบีย และ3.เอกสารสนับสนุนจากหน่วยงาน องค์การส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ โดยนายกาลิด ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการพิจารณาเรื่องการนำเข้าอาหารจากต่างประเทศจะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะกรรมการในสัปดาห์นี้
นอกจากนี้ยังได้แนะนำการส่งออกสินค้ากลุ่มฮาลาลว่า สินค้าที่ไม่มีส่วนผสมของสัตว์ เช่น ข้าว ผัก นมถั่วเหลือง ไม่จำเป็นต้องขอตรารับรองฮาลาล ยกเว้นสินค้าอาหารที่มีส่วนผสมจากสัตว์ที่ต้องมีการรับรองกระบวนการฆ่าตามหลักศาสนาเท่านั้น เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคสับสน อีกทั้งขอให้กำกับเรื่องข้อมูลบนฉลากสินค้าให้ตรงกับสินค้าและภาษาอาระบิกบนฉลากต้องแปลชัดเจนเหมือนภาษาอังกฤษทุกถ้อยคำ



