
ธ.ก.ส.-ออมสินเร่งสร้าง"หมอหนี้"ปีหน้าปั้น7.6หมื่นคนหวังตัดวงจรหนี้นอกระบบ
คลังดันออมสิน-ธ.ก.ส. เปิดโครงการหมอหนี้ ช่วยแก้ต้นเหตุปัญหาหนี้นอกระบบ คาดปีหน้ามีหมอหนี้ไม่ต่ำกว่า 7.6 หมื่นคนทำหน้ที่ดูแลให้คำปรึกษา กลั่นกรองและค้ำประกันสินเชื่อให้ลูกบ้าน
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีนโยบายให้ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดำเนินโครงการอาสาสมัครที่ปรึกษาทางการเงิน (หมอหนี้) เพื่อเป็นการต่อยอดโครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ในการแก้ปัญหาให้ถึงต้นเหตุที่มาของหนี้ ซึ่งถือเป็นกลไกแก้ปัญหาหนี้นอกระบบแบบเบ็ดเสร็จ โดยหมอหนี้จะคัดเลือกมาจากแต่ละชุมชนและมาฝึกอบรมกับธนาคารให้มีความรู้ความเข้าใจ วิเคราะห์และประมวลผลถึงรายรับ รายจ่าย ความสามารถในการชำระหนี้ การจัดทำบัญชีครอบครัวแบบสมดุลได้ โดยจะทำหน้าที่ให้ความรู้ ความเข้าใจแก่ประชาชนในชุมชนตัวเอง
ทั้งนี้ เบื้องต้นตั้งเป้าให้ 2 ธนาคารมีหมอหนี้ภายในปี 2554 ไม่ต่ำกว่า 7.6 หมื่นราย ของออมสิน 5 หมื่นราย และของ ธ.ก.ส. 2.6 หมื่นราย คัดเลือกมาจากผู้นำชุมชนที่ได้รับการยอมรับจากคนในชุมชนเริ่มต้นชุมชนละ 2-3 คน อายุไม่เกิน 65 ปี มีการศึกษาขั้นต่ำ ป.6 มีอาชีพ มีรายได้จากการประกอบธุรกิจและมีจิตศรัทธาในการอุทิศเวลามาเป็นที่ปรึกษาหมอหนี้ได้อย่างสม่ำเสมอ โดยธนาคารจะจัดอบรมความรู้ให้คล้ายๆ กับเป็นพนักงานสินเชื่อคนหนึ่ง เพื่อให้หมอหนี้ประมวลผลได้ว่าจะมีความสามารถในการชำระเงินได้หรือไม่
นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารได้เริ่มโครงการดังกล่าวตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ล่าสุดเปิดตัวโครงการที่ จ.เชียงใหม่ มีผู้เข้าร่วม 100 รายแล้ว โดยภายในปีนี้จะพยายามสร้างหมอหนี้ให้ได้ถึง 1 หมื่นรายทั่วประเทศ ก่อนที่จะเพิ่มอีก 4 หมื่นรายภายในปี 2554 โดยหมอหนี้ต้องสามารถวิเคราะห์ และค้ำประกันสินเชื่อให้ประชาชนได้ด้วย ซึ่งเชื่อว่าการมีตัวกรองด้านวินัยและความสามารถทางการเงินเบื้องต้นก่อนที่บุคคลนั้นจะมาขอสินเชื่อน่าจะช่วยลดปัญหาหนี้เสียได้ระดับหนึ่ง
ส่วนกรณีที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการกำกับติดตามช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) ระบุว่าธนาคารออมสินจ่ายเงินช่วยเหลือล่าช้านั้น ยืนยันว่าไม่ได้ล่าช้าแต่อย่างใด โดยจากตัวเลขที่ได้รับมาล่าสุดเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน มีเพียง 2 แสนกว่ารายเท่านั้น และเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา สามารถจ่ายได้ถึง 1.2 แสนราย คาดว่าสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ จะครบทั้งหมดที่ส่งรายชื่อมา ส่วนรายชื่อที่ส่งมาหลังจากวันที่ 25 พฤศจิกายนนั้น ยืนยันว่าภายใน 3 วันจะดำเนินการได้อย่างแน่นอน



