
ช่วยหยุดรถไฟฟ้าความเร็วสูงด้วยครับ !!
วันพฤหัสที่ 2 ธันวาคม 2553 นี้ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. ที่มีคุณสมชัย สัจจพงษ์ เป็นผู้อำนวยการ จะระดมสมองนักลงทุนและผู้ประกอบการทั้งชาวไทยและต่างชาติ, นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเกี่ยวกับ รถไฟฟ้าความเร็วสูง ให้ไปช่วยกันอ
ก่อนหน้านี้ คุณสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ได้เปิดการหารือกับคณะผู้บริหารจากกระทรวงโยธาธิการและขนส่งของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ส.ป.ป.ลาว) เพื่อพิจารณาแนวทางในการพัฒนาเส้นทางรถไฟรองรับข้อตกลงดังกล่าวโดยจะก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงระหว่าง 3 ประเทศคือ สาธารณรัฐประชาชนจีน ส.ป.ป.ลาว และไทย มีจุดเริ่มต้นที่คุนหมิง มายังเวียงจันทน์ แล้วเข้าไทยที่หนองคายมายังกรุงเทพฯ ก่อนที่ไปสุดเส้นทางที่ปาดังเบซาร์ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ทั้งนี้รัฐบาลจีนพร้อมที่จะให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำระยะยาวแก่รัฐบาลไทยเป็นวงเงินถึง 1 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ แลกเป็นเงินไทยที่ดอลลาร์ละ 30 บาท ก็แปลว่าหากไทยตกลงทำตามนั้น ไทยก็จะเป็นหนี้จีนทันที 3 แสนล้านบาท
ในฐานะผู้เสียภาษีและในฐานะสื่อที่ตามดูรัฐวิสาหกิจอย่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) มานานมาก ผมอยากฝากแง่คิดไปยังคุณสมชัย และผู้ที่เข้าร่วมสัมมนาว่า ขอให้คิดอยากรอบด้านหน่อยนะครับ วันนี้ ร.ฟ.ท.เป็นรัฐวิสาหกิจที่ล้มเหลวในทุกด้าน มีหนี้สินล้นพ้นตัว ผู้บริหารกับพนักงานแตกแยกถึงขั้นพนักงานหยุดงานประท้วง ธุรกิจล่าสุดคือแอร์พอร์ตลิงก์ล้มเหลวไม่เป็นท่า เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์มาตั้งแต่ 23 สิงหาคม 2553 แต่ก็ไม่ราบรื่น ร.ฟ.ท.สร้างภาพว่าได้รับความนิยมมาก มีคนใช้บริการวันละ 4 หมื่นคน มีรายได้ประมาณ 6 แสนบาทต่อวัน
ความจริงคือ ร.ฟ.ท.เก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าธรรมดาสีน้ำเงินจากพญาไทไปสุวรรณภูมิ 15 บาท รถไฟฟ้าด่วนสีแดงจากมักกะสันไปสุวรรณภูมิเก็บ 45 บาท แต่เมื่อขึ้นปีใหม่ 2554 จะปรับราคารถธรรมดาเป็น 100 บาท และรถด่วน 45 บาทเป็น 150 บาท ถึงวันนั้นแน่ใจหรือว่าจะมีคนไปใช้บริการถึงวันละ 4 หมื่นคน ร.ฟ.ท.ทำประมาณการทางการเงินของบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด บริษัทลูกที่ ร.ฟ.ท.กำลังจะขอเงินจากรัฐบาล 2,000 ล้านบาทไปตั้งเพื่อบริหารแอรพอร์ตลิงก์แล้วน่าตกใจครับ เขาว่าผลประกอบการปี 2553 จะขาดทุนสุทธิถึง 1,416.80 ล้านบาท คาดนะครับ เดินรถไปแล้ว 5 ปี ถึงปี 2557 จะมีกำไรราวๆ 467.1 ล้านบาท
ผมนั่งดูแผนประกอบการของแอร์พอร์ตลิงก์แล้วอยากร้องไห้ โครงการนี้ ร.ฟ.ท.เป็น “หนี้” เพราะกู้เงินเขามาทำ พอเริ่มทำธุรกิจปีแรกก็ขาดทุนเห็นๆ 1 พันกว่าล้านบาท อย่างนี้แล้วต่อไปผู้บริหาร บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด จะไม่แบมือ-ถือกะลาขอเงินจากรัฐบาลให้ช่วยเหมือน ร.ฟ.ท.หรือครับ นี่คือความไม่พร้อมที่น่าเป็นห่วง
นอกจากนี้ ผมอยากให้ดูถึงผลกระทบข้างเคียงอื่นๆ ว่าจะผู้โดยสารมาใช้บริการคุ้มหรือไม่ และเส้นทางของรถไฟไปทับทางของ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) หรือ ไปแย่งผู้โดยสารของ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) และสายการบินต้นทุนต่ำหรือไม่ หากดันทุรังเอาโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงจริงๆ ผมคาดว่าไม่นานหรอกครับ เราอาจเห็นข่าว บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) หรือไม่ การบินไทย ออกมาโวยวายว่า ถูกรถไฟฟ้าความเร็วสูงแย่งลูกค้าจนขาดทุน ในที่สุดผู้บริหาร บขส.และ การบินไทยก็คงยืนถือกะลาเข้าคิวขอเงินจากรัฐบาล หรือขอให้รัฐบาลค้ำประกันเงินกู้ให้ แล้วในที่สุดโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ก็จะเป็นหน่วยงานเน่าๆ อีกหน่วยหนึ่ง
ภาณุมาศ ทักษณา



