
ตบแย้ง"ผู้ชาย"คลิปประจำสถาบันการศึกษา
กูไม่ได้มึงก็ไม่ได้ ...บทสนทนาสั้นๆ จากปากเด็กหญิงวัย 13 ก่อนเปิดฉาก "ตบตีกันนัว" ยังกับฉากละครน้ำเน่าหลังข่าวที่ตัวอิจฉาชอบตบตีนางเอกเพื่อแย่งพระเอก แต่เรื่องจริงกลับฟอนเฟะยิ่งกว่านิยาย!!
ภายในห้องน้ำหญิงของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งใน จ.นครศรีธรรมราช ถูกแปรเปลี่ยนเป็นสังเวียนต่อสู้ของ 2 เด็กหญิงวัย 13 ปีที่เพิ่งผ่านพ้นประถมวัยมาได้เพียงไม่นานเปิดฉากทำร้ายร่างกายกันท่ามกลางเสียงเชียร์ดังเอ็ดตะโรของเพื่อนๆ หลังจากตกลงปัญหากันไม่ได้ ซึ่งปัญหาที่พูดถึงไม่เกี่ยวกับวิชาตำราเรียน แต่เป็นเรื่องของความรักฉันชู้สาวที่ไม่ลงตัว!!
จังหวะตบตี แรงถีบ รอยข่วน กระชากเส้นผม เสื้อผ้าตะเข็บปริจากแรงกระชาก...ลีลาการต่อสู้ช่วงชิงตบตีของ 2 เด็กหญิงถูกบันทึกผ่านโทรศัพท์มือถือไว้ทุกท่าทางและอริยาบถในความยาวเกือบ 5 นาที ก่อนกลุ่มเพื่อนจะมาจับแยกออกจากกันด้วยสภาพร่างกายที่สะบักสะบอมกันทั้งคู่ หลังจากเสียงกองเชียร์เริ่มดังกระหึ่ม ซึ่งอาจดังไปถึงหูครูฝ่ายปกครองจึงยุติการต่อสู้แย่งชิงผู้ชายไว้เพียงเท่านี้
หลังจากนั้นไม่นาน...สุดยอดคลิปของโรงเรียนก็ดังกระฉ่อนไปทั่วสถานศึกษาและนอกสถานศึกษาประกาศศักดาเด็กมัธยมก็มีลีลาเด็ด "ตบดุ" ไม่แพ้คลิปตบตีของสาว ปวส. ที่เคยเป็นข่าวฮือฮาก่อนหน้านั้นไม่นาน แม้ช่วงวัยจะแตกต่างกันแต่เหตุผลเดียวกันคือ "ตบแย่งผู้ชาย" ?!!
"ฉันดูคลิปแล้ว รับไม่ได้กับพฤติกรรมของเด็กที่มีความคิดในทางชู้สาวด้วยวัยเพียงแค่นี้" ผู้ปกครองรายหนึ่งบอกหลังดูคลิปนักเรียน ม.1 ตบกัน ที่ลูกเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกันนำมาให้ดู
“ฉันเองมีลูกเรียนอยู่ในโรงเรียนนี้ ลูกก็มาเล่าให้ฟังว่า คลิปนี้กำลังฮิตในโรงเรียน มีการส่งคลิปต่อๆ กันมาผ่านโทรศัพท์มือถือ ฉันสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเด็กที่อายุยังไม่ถึง 14 ปีด้วยซ้ำ แต่กลับมาทะเลาะกันเพื่อแย่งผู้ชายคนเดียวกันที่ชอบพออยู่ ฉันว่าถึงเวลาที่สังคมต้องทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น อาจเป็นผลพวงจากปัญหาสังคมที่เสื่อมทราม เน่าเฟะ กันไปหมดแล้ว ซึ่งพวกเขาอาจเลียนแบบละครที่คนติดกับงอมแงม ซึ่งมักมีฉากตบตีแย่งผู้ชายกันกลายเป็นเรื่องสนุกสนานน่าติดตาม จนนำมาสู่การลอกเลียนแบบก็ได้” ผู้ปกครองคนเดิมตั้งคำถาม
ด้าน สมพงศ์ อยู่เถาว์ หัวหน้างานสารวัตรนักเรียน สพท.นครศรีธรรมราช เขต 1 บอกว่า คลิปดังกล่าวนี้ได้ตรวจสอบแล้ว ทราบว่าเป็นนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่ง แต่จากคลิปดังกล่าวเป็นการตบตีทำร้ายกันในโรงเรียน ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของสารวัตรนักเรียน ซึ่งจะคอยดูแลความประพฤติที่ไม่เหมาะสม การมั่วสุม เรื่องชู้สาวในกรณีต่างๆ ของนักเรียนเมื่ออยู่ภายนอกสถานศึกษาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เกิดขึ้นภายในโรงเรียน ก็ได้ประสานงานไปยังอาจารย์ฝ่ายปกครองต้นสังกัดโรงเรียนแห่งนี้ เพื่อที่จะเรียกคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาดำเนินการตามระเบียบวินัยของสถานศึกษาแล้ว
เมื่อสอบถามไปทางโรงเรียนต้นตอของการเผยแพร่คลิป "ตบกันนัว" ได้รับคำตอบอย่างไม่เป็นทางการ จากอาจารย์ท่านหนึ่งบอกว่า ไล่นักเรียนทั้งคู่ออกจากโรงเรียนไปแล้ว
แล้วการ "ไล่นักเรียนออก" เป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้องแล้วหรือ? และยิ่งน่าสงสัยว่า การศึกษายุคนี้ครูสามารถไล่ลูกศิษย์ออกจากโรงเรียนได้หรือ? อาจารย์ท่านเดิมรีบเปลี่ยนคำพูดใหม่ว่า "เชิญไปเรียนต่อที่อื่น" ซึ่งนักเรียนทั้งสองคนนี้ย้ายไปเรียนที่อื่นแล้ว นอกจากนี้ โรงเรียนได้ออกกฎห้ามไม่ให้นักเรียนเอาโทรศัพท์มือถือเข้ามาในเขตโรงเรียนอีกเป็นอันขาด
คลิป "ตบกัน" กระฉ่อนโรงเรียน ถูกตัดสินง่ายๆ ด้วยการ "ไล่ออก" และห้ามนำมือถือเข้ามาในโรงเรียนอีก ขณะที่ปมปัญหาความรุนแรงยังฝังรากลึกอยู่ในครอบครัวและรั้วสถาบัน ตราบใดที่ยังแก้ปัญหาได้ไม่ตรงจุด...สารพันคลิปฉาวสาวมัธยมคงมีให้เห็นกันดาษดื่น!?
- กฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล -



