
โรงเรียนแดงภาคอีสาน
แม้ว่าการชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดง หรือกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จะลดน้อยถอยลงไปมากก็ตาม แต่สิ่งที่จะเป็น อุบัติเหตุ ทางการเมืองที่ รัฐบาล-ศอฉ. มิอาจนิ่งนอนใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะขณะนี้มวลชนคนเสื้อแด
แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วง และเป็นกังวลต่อ “รัฐบาล-ศอฉ.” คือการเปิดโรงเรียนของกลุ่มคนเสื้อแดง หรือเรียกอย่างเป็นทางการว่า โครงการอบรมโรงเรียนผู้ปฏิบัติงาน นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ที่ขณะนี้กระจายอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือใน 4 จังหวัดใหญ่ คือ จ.อุบลราชธานี จ.อุดรธานี จ.ขอนแก่น และ จ.ศรีสะเกษ
ข้อมูลจากหน่วยงานด้านการข่าวระบุว่า เป้าหมายหลักของการเปิดโรงเรียนของกลุ่มคนเสื้อแดงคือต้องการที่จะปลุกมวลชนคนรักทักษิณ ให้ลุกขึ้นมาต่อต้านรัฐบาล
คณะดำเนินงานในก่อนหน้านี้ประกอบไปด้วยแกนนำคนเสื้อแดงที่บางคนขณะนี้ถูกจับกุมคุมขัง บางคนออกมาได้เพราะได้รับการประกันตัว และบางคนก็กำลังอยู่ระหว่างหนีหัวซุกหัวซุน
การใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ ทำให้แกนนำหลายคน ผันตัวไปอยู่เบื้องหลัง ไม่ปรากฏตัว แต่เป็นที่รู้กันว่า มี "เงา" แฝงอยู่
ตรงนี้นี่เองที่ทำให้กองทัพภาคที่ 2 ไม่อาจละวางสายตาได้ ถึงแม้ในเวลานี้ โรงเรียนของกลุ่มคนเสื้อแดงปิดกิจการชั่วคราว หลังจากที่คณะที่ปรึกษาและผู้รับผิดชอบโครงการดังกล่าวไม่สามารถปฏิบัติภารกิจได้ แต่ก็มีความพยายามที่จะให้แกนนำในพื้นที่ออกมาเคลื่อนไหว เป็น “ตัวตาย-ตัวแทน” แต่ก็ไม่สามารถเข้าถึงใจคนเสื้อแดงที่มาอบรมได้ ประกอบกับถูกเจ้าหน้าที่สั่ง “บล็อก” จึงไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระเหมือนแต่ก่อน
โดยเฉพาะในส่วนของตำรวจนั้น พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งตรงไปยังผู้บัญชาการตำรวจภูธรที่รับผิดชอบในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้กวาดล้างการกระทำที่ส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศ ก็ยิ่งทำให้ความเคลื่อนไหวลำบากมากขึ้น
เป้าหมายหลักของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยในเชิงปริมาณเพื่อการพัฒนาแกนนำการเคลื่อนไหว โดยมีเป้าหมายคือการเคลื่อนไหวจังหวัดละ 1,000-1,500 คน เป็นอย่างต่ำ ส่วนเชิงคุณภาพ เพื่อให้องค์กร นปช.ระดับจังหวัดทำแผนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย
สำหรับเนื้อหาในหลักสูตรแดงนั้น จะเน้นการจัดตั้งและการสร้างแนวร่วม การพัฒนาองค์กรให้เข้มแข็ง ศึกษาแนวทางการเมือง หลักนโยบายยุทธศาสตร์ และยุทธวิธีในการเคลื่อนไหวต่อสู้ โดยผู้ที่เข้าเรียนได้นำประสบการณ์ในการเคลื่อนไหวทางการเมืองในห้วงที่ผ่านมา มาแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ระดมความคิดเห็นเพื่อให้ได้ข้อสรุปร่วมกัน และกำหนดทิศทางการทำงานร่วมกันต่อไป เมื่อแนวร่วมเข้าฝึกการอบรมดังกล่าวจนครบหลักสูตรแล้ว จะสามารถออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองได้ทันที
หลักสูตรที่ทำการอบรมในครั้งนี้ ได้แก่ แนวทางการเมือง และหลักนโยบายของกลุ่ม นปช. แนวคิด และอุดมการณ์ประชาธิปไตย เนื้อหา และโครงสร้างระบอบอำมาตยาธิปไตย แนวทางสันติวิธี และบทเรียนประวัติศาสตร์ของขบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย การจัดตั้ง และการสร้างแนวร่วมมุมกลับให้ต่อต้านรัฐบาลมากขึ้น รวมถึงแผนการปฏิบัติงานในพื้นที่แต่ละองค์กร โดยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีการอบรมโรงเรียนผู้ปฏิบัติงาน นปช. แดงทั้งแผ่นดินเพื่อจัดตั้งแกนนำในระดับหมู่บ้าน และขยายฐานมวลชน
ทั้งนี้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีประชาชนเข้าไปฝึกอบรมในโรงเรียนของกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 5,000 คน โดยประชาชนที่เข้าไปอบรมจะได้รับค่าจ้างที่ออกมาในรูปค่าสัมมนาอยู่ที่ 800-1,000 บาท โดยหลักสูตรที่เปิดอบรมจะอยู่ที่ประมาณ 2-3 วันเป็นอย่างต่ำ
ก่อนหน้านี้ได้มีการอบรมใน 4 จังหวัดใหญ่ คือ จ.ขอนแก่น มีการอบรมที่โรงแรมแห่งหนึ่ง โดยมีประชาชนเข้าร่วมประมาณ 1,000 คน จ.อุดรธานี มีการอบรมที่สถานศึกษาแห่งหนึ่ง มีผู้เข้าร่วมประมาณ 1,000 คน
จ.อุบลราชธานี มีการจัดอบรมรวม 7 ครั้ง อาทิ สถานศึกษาแห่งหนึ่ง ใน อ.น้ำเย็น อ.สิรินธร อ.ม่วงสามสิบ อ.นาจะหลวย ต.แก้งค้อ อ.ศรีเมืองใหม่ และที่ อ.เดชอุดม โดยแต่ละสถานที่จะมีประชาชนเข้าร่วมฝึกครั้งละประมาณ 200-300 คน และในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ มีการอบรมกันในที่ที่เปิดเผยแห่งหนึ่ง โดยมีประชาชนเข้าร่วมประมาณ 1,500-2,000 คน
แม้ว่าเรื่องนี้ดูไปแล้วจะยังคลุมเคลือว่าได้เกิดการกระทำผิดกฎหมายแล้วหรือไม่ แต่ในแง่ของความมั่นคงแล้ว ไม่อาจวางใจกับผลจากการศึกษาอบรมดังกล่าว
เหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เป็นบทเรียนที่ไม่อาจปล่อยให้เกิดขึ้นได้อีกครั้ง เพราะบ้านเมืองเรานั้นบอบช้ำมากเกินจะรับไหวได้อีกแล้ว
ทีมข่าวความมั่นคง



