
มิติใหม่..คำพิพากษา"รอกำหนดโทษ"สาวขายซีดี
ตกเป็นข่าวครึกโครมกรณีคนยากจนขายซีดีละเมิดลิขสิทธิ์ถูกปรับนับแสนบาท อย่าง "สุรัตน์ มณีนพรัตน์สุดา" พนักงานเก็บขยะของ กทม. ซึ่งนำแผ่นซีดีที่มีคนทิ้งแล้วไปวางขาย และถูกตำรวจ สน.หัวหมาก จับกุมดำเนินคดี ต่อมาศาลอาญาได้มีคำพิพากษาปรับเป็นเงินทั้งสิ้น 200,100 บ
ตามติดมาด้วยคดีของ สมชัย นันทวณิชย์ นำแผ่นหนังซีดีเก่า 19 แผ่น ที่ลูกชายไปซื้อมาจากห้างสรรพสินค้า และเมื่อดูจนเบื่อแล้ว นายสมชัยจึงนำออกมาวางขายบนสะพานลอย บริเวณหน้าตลาดโอ๋เอ๋ ถนนพระราม 2 จึงถูกตำรวจ สน.บางมด จับกุมดำเนินคดี ต่อมาศาลอาญาธนบุรีได้พิพากษาปรับเป็นเงิน 1 แสนบาท แต่เนื่องจากนายสมชัยไม่มีเงินเสียค่าปรับ และไม่มีเงินที่จะประกันตัวออกไปสู้คดีต่อ จึงถูกส่งตัวไปกักขังแทนค่าปรับ ที่สถานกักขังกลางปทุมธานี ในอัตราวันละ 200 บาท
ระหว่างนั้นภรรยานายสมชัย และลูกชายวัย 9 ขวบ ไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งใครได้ จึงได้เข้าร้องขอความช่วยเหลือจาก พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่ปรึกษา (สบ 10) ที่ทำหน้าที่โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ขณะนั้น) พล.ต.อ.พงศพัศจึงได้ประสานไปยังศาลอาญาธนบุรี และขอเสียค่าปรับที่เหลือจากการกักขังแทนค่าปรับให้ทั้งหมด คำนวณแล้วเป็นเงิน 9.5 หมื่นบาท จึงดำเนินการเสียค่าปรับจำนวนดังกล่าวให้ พร้อมทั้งพาครอบครัวไปรับนายสมชัย ออกมาจากสถานกักขังกลาง ท่ามกลางความดีอกดีใจของลูกและภรรยา โดยทั้งหมดได้มีโอกาสออกมาอยู่ร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง
กรณีคนยากจนที่นำแผ่นซีดีเก่าออกมาวางขายและถูกตำรวจจับกุมดำเนินคดียังดำเนินต่อไป และคดีล่าสุดศาลเพิ่งมีคำพิพากษาชั้นต้นในแนวทางที่แตกต่างจาก 2 คดีแรก นั่นคือคดีของ น.ส.สุดาวดี โกมลวิชญ์ อายุ 25 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางมด พร้อมด้วยของกลางแผ่นซีดี 8 แผ่น ที่นำออกมาจำหน่าย
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน ศาลอาญาธนบุรี นัดอ่านคำพิพากษาในคดีนี้ เมื่อผู้พิพากษาศาลอาญาธนบุรี จึงได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาในคดีดังกล่าว โดยพิพากษาระบุว่า
“จำเลยได้กระทำผิดตามฟ้อง ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 แต่จากการพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีและรายงานการสืบเสาะแล้ว เห็นว่าจำเลยมีฐานะยากจนและมีโรคประจำตัว ประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน และกำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา จึงเห็นสมควรให้รอการกำหนดโทษไว้ 2 ปี กับให้จำเลยเข้ารับคำปรึกษาที่คลินิกให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมของศาลภายในระยะ 1 ปี ตามที่ผู้ให้คำปรึกษาเห็นสมควร ส่วนของกลางให้ริบ”
ทั้งนี้ ก่อนที่ศาลอาญาธนบุรีจะมีคำพิพากษา น.ส.สุดาวดี พร้อมด้วยบิดาและมารดา ได้เดินทางมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอรับความช่วยเหลือจาก พล.ต.อ.พงศพัศ และหากศาลจะพิพากษาปรับในอัตราเดียวกันกับกรณีของ นายสมชัย ซึ่ง พล.ต.อ.พงศพัศ ก็พร้อมและยินดีที่จะเสียค่าปรับให้ทั้งหมดที่ผ่านมา และในวันที่ศาลนัดได้นำเงินสด 1 แสนบาทติดตัวไปด้วย แต่ทว่าคำพิพากษาดังกล่าว แตกต่างจากคำพิพากษาของคดีนายสมชัย แต่ก็ถือเป็นความแตกต่างที่เป็นคุณอย่างยิ่งต่อครอบครัว "โกมลวิชญ์"
“รู้สึกดีใจที่ศาลได้ให้โอกาสในครั้งนี้ และขอขอบคุณ พล.ต.อ.พงศพัศ และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่ได้ให้การช่วยเหลือมาโดยตลอด และอยากฝากเตือนไปยังผู้ค้าซีดีเก่าหรือผู้ที่นำแผ่นซีดีเก่ามาวางจำหน่าย ให้งดเว้นการกระทำเนื่องจากเป็นความผิดตามกฎหมาย และจะใช้โอกาสที่ได้รับมานี้ กลับไปเรียนต่อให้สำเร็จ และไปประกอบอาชีพสุจริตต่อไป” น.ส.สุดาวดีกล่าว
ด้าน พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า นับเป็นความกรุณาของศาลที่ได้ให้โอกาส น.ส.สุดาวดี ได้มีโอกาสกลับตัว โดยรอการกำหนดโทษไว้ ซึ่งจะช่วยให้เธอได้กลับไปศึกษาต่อ และเป็นที่พึ่งให้แก่ครอบครับต่อไป อย่างไรก็ตาม ต้องขอบพระคุณศาล สภาทนายความ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ให้ความช่วยเหลือให้คนยากจนที่เคยทำผิดพลาด เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้มีโอกาสกลับตัวและมีชีวิตใหม่อีกครั้งหนึ่ง



