
"ชวน(หลีกภัย)"กุมชะตาประชาธิปัตย์
คดีการเมืองที่อยู่ในความสนใจของประชาชนในขณะนี้ คงไม่พ้นการพิจารณาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง 29 ล้านบาท ไม่ถูกต้องตรงตามความเป็นจริง และจัดทำรายงานการใช้จ่ายเงินยื่นแสดงต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ถูกต้อง
โดยวันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายนนี้ ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำแถลงการณ์ปิดคดีด้วยวาจา!
ในส่วนของ "พรรคประชาธิปัตย์" ได้มอบหมายให้ "ชวน หลีกภัย" ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค เป็นผู้แถลงปิดคดี ขณะที่ "นายทะเบียนพรรคการเมือง" มีรายงานว่า ได้มอบให้ "กิตินันท์ ธัชประมุข" อัยการพิเศษฝ่ายคดี 5 สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้แถลงปิดคดี โดยศาลจะให้แต่ละฝ่ายแถลงปิดคดีฝ่ายละประมาณ 30 นาที
หลังการแถลงปิดคดีด้วยวาจาของคู่กรณีแล้ว คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญสามารถลงมติอ่านคำพิพากษาได้เลย หรือสามารถนัดเป็นวันอื่นก็ได้ เหมือนกรณีของพรรคไทยรักไทยที่นัดมาฟังคำพิพากษาในอีก 15 วัน
แต่ถ้าถามใจคนฟัง ส่วนใหญ่อยากให้คณะตุลาการอ่านคำพิพากษาเลย เพื่อจะได้รู้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองโดยเฉพาะรัฐบาลจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร
สำหรับประเด็นที่จะวินิจฉัยได้กำหนดไว้ทั้งหมด 5 ประเด็น ประกอบด้วย
1.กระบวนการยื่นคำร้องขอให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
2.การกระทำของพรรคประชาธิปัตย์ตามคำร้องอยู่ในบังคับ พ.ร.บ.พรรคการเมือง พ.ศ.2541 หรือ พ.ร.บ.พรรคการเมือง พ.ศ.2550
3.พรรคประชาธิปัตย์ใช้จ่ายเงินที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองในปี 2548 เป็นไปตามโครงการที่ได้รับอนุมัติหรือไม่
4.พรรคประชาธิปัตย์จัดทำรายงานการใช้จ่ายเงินสนับสนุนของพรรคการเมืองปี 2548 ให้ถูกต้องตามความเป็นจริงหรือไม่
5.กรณีมีเหตุให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคจะต้องถูกตัดสิทธิ หรือถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง พ.ศ.2541 หรือประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ฉบับที่ 27 เรื่องการแก้ไขประกาศ คปค.ฉบับที่ 15 ลงวันที่ 21 กันยายน 2549, ลงวันที่ 30 กันยายน 2549 หรือพ.ร.บ.พรรคการเมือง พ.ศ.2550 หรือไม่อย่างไร
โดย "ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ" ที่ร่วมเป็นองค์คณะทั้ง 6 ท่าน ประกอบด้วย "ชัช ชลวร, จรัญ ภักดีธนากุล, สุพจน์ ไข่มุกด์, นุรักษ์ มาประณีต, อุดมศักดิ์ นิติมนตรี และบุญส่ง กุลบุปผา"
คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ไม่ว่าผลคำพิพากษาจะออกมาอย่างไร จะมีผลในทางการเมืองอย่างแน่นอน!
สำหรับการทำหน้าที่แถลงปิดคดีด้วยวาจาของ "ชวน หลีกภัย" ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ถือเป็นการทำหน้าที่ครั้งสำคัญของ "ชวน"
เพราะต้นตอของคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้ โดยเนื้อแท้ "ชวน" ไม่ได้มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องแม้แต่น้อย
แต่เข้าไปทำหน้าที่ในครั้งนี้ก็เปรียบเสมือน "เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง กระดูกแขวนคอ"
การทำหน้าที่ครั้งสำคัญของ "ชวน" ครั้งนี้ ถือเป็นผู้กุมชะตาของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นสถาบันพรรคการเมืองมีอายุมายาวนานที่สุดถึง 64 ปี
"ชวน" ถือเป็นผู้หนึ่งที่กอบกู้ "พรรคประชาธิปัตย์" ที่ล้มลุกคุกคลานจากเหตุการณ์ "กลุ่ม 10 มกรา" การเป็นหัวหน้าพรรคที่มี ส.ส.เพียงหลักสิบ จนมี ส.ส.ในมือเกือบ 100 คน
จึงถือว่า "ชวน" เป็น "นักสร้าง" สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ยุคใหม่ให้เกิดขึ้นในพรรคอีกหลายคน
จุดเด่นของ "ชวน" เป็นคนยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย และยึดถือในเรื่องของหลักการเป็นอย่างมาก
ที่สำคัญ "ชวน" เป็นนักการเมืองที่มือสะอาด จนได้รับฉายา Mr.Clean (นายสะอาด) นอกจากนี้ ภาพที่พบจากสื่อมักแสดงให้เห็นว่าใช้ชีวิตอย่างสมถะ
ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ "ชวน" ได้รับมอบหมายจากทีมทนายความของพรรคให้เป็นตัวแทนแถลงปิดคดีด้วยวาจาในครั้งนี้ ยังไม่รวมถึงความเป็นนักการเมืองที่มีคารมคมคาย โดยเฉพาะในแบบเชือดเฉือน จนได้ฉายาว่า "ใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง"
มีหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า การที่ "ชวน" มาเป็นผู้นำทีมต่อสู้คดียุบพรรคด้วยตัวเองในครั้งนี้ ถือเป็นจุดสำคัญของการทำงานในทีมทนายพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้ด้วยส่วนหนึ่ง
เพราะต่างทราบกันเป็นอย่างดีว่า "มือทนายพรรคประชาธิปัตย์" มีทั้ง "กลุ่มผลัดใบ" และ "กลุ่มทศวรรษใหม่" ต่างมีแนวคิดเป็นของตัวเองค่อนข้างสูง
ดังนั้นถ้าให้ "ทนายกลุ่มผลัดใบ" เป็นหัวหน้าทีม ก็อาจจะไม่ได้รับความร่วมมือจาก "ทนายกลุ่มทศวรรษใหม่" เท่าที่ควร
ดังนั้นการที่ได้ "ชวน" มาเป็นผู้ประสานและคอยกระตุ้นการทำงานร่วมกัน ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ "ทีมทนาย" ทั้งสองกลุ่มมีแนวคิดไม่ต่างกันมากนัก โดยมี "ชวน" เป็นผู้ประนีประนอมโดยอาศัยเหตุผลและข้อเท็จจริง
ทุกครั้ง "ชวน" จะเป็นผู้ปราบสมาชิกและทีมทนายความเรื่องการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เนื่องจากกลัวจะเป็นการกดดันศาล รวมทั้งคอยเตือนทีมงานให้ระมัดระวังเรื่องการพบปะกับผู้คนที่เกี่ยวข้องกับคดี เพราะกลัวจะมีการถูกโยง แต่ก็ยังเกิดเหตุ "คลิปฉาว" ขึ้น
การทำหน้าที่ของ "ชวน หลีกภัย" ในวันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายนนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนของ "พรรคประชาธิปัตย์" อีกครั้ง ระหว่าง "รุ่ง" หรือ "ร่วง"!
สมถวิล เทพสวัสดิ์



