ข่าว

"ปชป."วอนอย่าไปไกลเรื่องมติ3:3

"ปชป."วอนอย่าไปไกลเรื่องมติ3:3

28 พ.ย. 2553

"ปชป."ยันไม่มีแผนรับมือกรณียุบ-ไม่ยุบพรรค วอนอย่าไปไกลเรื่องมติ3:3

(28พ.ย.) เมื่อเวลา 13.20 น.นายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ 1ในคณะทำงานด้านกฎหมายเพื่อต่อสู้คดียุบพรรค กล่าวภายหลังการประชุมทีมกฎหมายพรรค ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค เป็นประธานการประชุมว่า  วันที่29 พ.ย.ศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดนัดแถลงการณ์ปิดคดีด้วยวาจา เวลา 09.00 น. จากเดิมเวลา 10.00 น. ซึ่งเข้าใจว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคจะเดินทางไปร่วมรับฟังด้วย   ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไรนั้น นายอภิสิทธิ์อาจให้สัมภาษณ์อีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้คณะทำงานด้านกฎหมายสรุปให้นายชวนเป็นผู้อ่านแถลงการณ์ปิดคดีด้วยวาจา ซึ่งคาดว่าเมื่อผู้ร้องคือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)อ่านเสร็จ  นายชวนจะเป็นผู้อ่านแถลงปิดคดีต่อโดยใช้เวลา 30 นาที โดยหลักคือต้องสรุปข้อเท็จริง ข้อกฎหมาย ที่ถูกกล่าวหาจากฝ่ายผู้ร้องเพื่อแก้ข้อกล่าวหา โดยนำประเด็นที่ยื่นในการพิจารณาบุคคล เอกสาร มาสรุปภายในเวลาที่ศาลกำหนด

 นายสุทัศน์กล่าวว่า โดยประเด็นที่สรุป มี 5 ประเด็น คือ 1.กระบวนการยื่นคำร้องยุบพรรค ไม่ชอบด้วยกฎหมาย 2.การกระทำของผู้ถูกร้องคือพรรคประชาธิปัตย์ อยู่ในข้อบังคับของกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง หรือ พ.ร.บ.พรรคการเมือง ปี 2541และ 2550  3.กรณีที่ถูกกล่าวหาว่าใช้จ่ายเงินสนับสนุนพรรคการเมือง ปี 2548 เป็นไปตามโครงการที่ได้รับอนุมัติถูกต้อง 4.กรณีที่พรรคทำรายการเงินสนับสนุนพรรคการเมืองถูกต้องตามความเป็นจริง โดยมีเอกสารและพยานบุคคล ที่สามารถยืนยันได้   5.ถ้าถูกยุบพรรค หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง หรือเพิกถอนหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ในรายละเอียดตนไม่ขอลงลึก

 สำหรับกรณีที่นายสุทิน คลังแสง อดีตส.ส.มหาสารคาม  พรรคพลังประชาชน ออกมาพูดเรื่อง 2 มาตรฐานนั้น นายสุทัศน์กล่าวว่า พรรคเชื่อมั่นในความเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ ยืนหยัดบนความถูกต้องของตุลาการทุกคน ซึ่งกรณีนี้จะมาเทียบกับการยุบพรรคพลังเกษตรกรไม่ได้ เพราะเรื่องดังกล่าวศาลได้มีการแจ้งให้พรรคพลังเกษตรกรมาแก้ข้อกล่าวหา แต่ปรากฎว่าไม่มาไต่สวน ไม่มาซักค้าน แต่พรรคประชาธิปัตย์เมื่อถูกร้องให้ยุบพรรค ก็มีการยื่นคำร้อง และสืบทุกคดีเพื่อแก้ข้อกล่าวหาทุกประเด็น โดยเนื้อหาของพรรคเกษตรกรแตกต่างจากพรรคประชาธิปัตย์ แต่การที่นายสุทินออกมาพูดด้วยความไม่เข้าใจ มีเจตนาบิดเบือนให้เกิดความสับสน โดยตั้งเป้าที่จะกล่าวหาเท่านั้น และกรณีดังกล่าวถือว่าเป็นการให้ร้ายพรรคประชาธิปัตย์ และไม่อยากให้พูดมากเรื่องการพิจารณาของศาล เพราะเกรงว่าจะเป็นการก้าวล่วงในการวินิจฉัย

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การประชุมวันนี้ถือว่าเป็นครั้งสุดท้ายใช่หรือไม่ นายสุทัศน์ กล่าวว่า เป็นการประชุมครั้งสุดท้าย แต่นายชวนบอกว่าถ้าหากมีอะไรเพิ่มเติม ก็ให้นำมาบอก นายชวนเป็นคนละเอียดมาก เมื่อถามว่า มีการเตรียมการหรือไม่ว่าพรรคจะถุกยุบหรือไม่ถูกยุบพรรค  นายสุทัศน์ กล่าวว่า มีการเตรียมการหรือไม่อยู่ที่ผู้บริหารพรรค แต่สำหรับตนก็ไม่ได้คิดเป็นอื่น เชื่อมั่นว่าจะไม่ถูกยุบพรรค เมื่อถามว่า มีการคาดการณ์ว่า อาจจะมีผู้มาชุมนุม  จะมีการดูแลทีมกฎหมายของพรรคอย่างไร นายสุทัศน์กล่าวว่า ไม่ได้เตรียมอะไร ทีมกฎหมายวิ่งเร็วทุกคน แต่อาจเหนื่อยหน่อย เพราะเพลียจากการประชุมสภา แต่ก็ไม่ได้มีการเตรียมทางหนีทีไล่ไว้่เเต่อย่างใด ทั้งนี้ยังไม่มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และยังไม่ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ว่า จะมีการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับทีมกฎหมายอย่างไร

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ทีมกฎหมายจะให้คำปรึกษาหลังมีคำตัดสินว่าอย่างไรหรือไม่ ในแง่การดำเนินการต่อจากนี้ไป นายสุทัศน์ กล่าวว่า ต้องไปถามผู้บริหารพรรคและนายอภิสิทธิ์ เพราะคงเข้าใจดีว่าต่อจากนี้ ก็จะมีแนวทางต่างๆที่จะเกิดขึ้น คือ 1.ยุบพรรคและตัดสิทธิ์คณะกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด 2.ไม่ยุบพรรค ไม่ตัดสิทธิ์  3.ยุบพรรค แต่ไม่ตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค และ4.ยุบพรรค ตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคบางคน

  ด้านนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ หนึ่งในคณะทำงานด้านกฎหมายเพื่อต่อสู้คดียุบพรรค กล่าวถึงกรณีกระเเสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องมติ 3 ต่อ 3 เสียงของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการตัดสินคดียุบพรรคซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาว่า  ตนมองว่าไม่น่าเป็นอย่างนั้น เพราะมองว่าอาจจะเป็น 4 ต่อ 2 หรือ 5ต่อ 1 หรือเป็นมติเอกฉันท์ก็ได้ ซึ่งไม่น่าจะเป็น 3 ต่อ 3 เสียงอย่างแน่นอน

 ด้านนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเสริมในเรื่องนี้ว่า ทำไมต้องคิดว่ามติต้องเสมอกัน ทำไมไม่คิดเป็น 4 ต่อ 2 บ้าง เพราะฉะนั้น ทั้งหมดเป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ ตนไม่สามารถอธิบายแทนศาลได้