
สุทัศน์มั่นใจปชป.รอดมาร์คพร้อมทำใจ
"ชวน"เรียกทีมกฎหมายหารือนัดสุดท้าย "บัณฑิต"เข้าพบมั่นใจเนื้อหาคำแถลงปิดคดี 172 หน้าส่ง ปชป.ไม่ถูกยุบ ชี้กระบวนการกดดันศาลรธน.ได้ผล
เมื่อเวลา10.00 น.วันที่ 28พ.ย.นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้เรียกประชุมทีมกฎหมายเพื่อต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีการใช้เงินกองทุนสนับสนุนพรรคการเมือง จำนวน 29 ล้านบาท อาจจะผิดวัตถุประสงค์ เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะแถลงการณ์ปิดคดีด้วยวาจาในวันที่29 พ.ย.ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ในเวลา 09.00 น.ด้วย
ทั้งนี้นายบัณฑิต ศิริพันธุ์ ทนายความต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าให้ข้อมูลกับนายชวนว่า มันชัดเจนเลย เห็นๆกันอยู่ และตนคงไม่ต้องพูด เพราะว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเป็นคำตอบในตัวอยู่แล้ว มีการใช้วิธีการร่วมมือกันเป็นขบวนการมาโดยตลอด ตั้งแต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่อยมาจนถึงศาลรัฐธรรมนูญ แม้กระทั่งวินาทีสุดท้ายก็ยังมีการคิดที่จะทำอะไรต่อไปอีก ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าจะมาไม้ไหน
ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวโน้มในการพิจารณามีความเป็นไปได้หรือไม่ว่าศาลจะตัดสินในวันที่29พ.ย.เลย นายบัณฑิตกล่าวว่า ตนคงตอบไม่ได้ว่าศาลจะตัดสินหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล แต่ที่ผ่านมาเราก็เห็นว่า เมื่อตัดสินคดียุบพรรคและมีการแถลงปิดคดี อย่างเช่นพรรคล่าสุดคือพรรคชาติไทยที่ในช่วงบ่ายก็มีการอ่านคำวินิจฉัย เมื่อถามว่าในวันที่28พ.ย.พรรคจะมีการเตรียมการอะไรเป็นพิเศษหรือไม่นั้น นายบัณฑิต กล่าวว่า ไม่มี วันนี้ทีมกฎหมายพรรคมาพบปะสังสรรค์หารือกันว่า ใครจะมีข้อมูลอะไรฝากให้นายชวน เพราะเวลาที่นายชวนแถลงปิดคดีโดยใช้เวลาครึ่งชั่วโมงที่ศาลกำหนดให้ ก็คงพูดอะไรได้ไม่มาก แต่ในเนื้อหาสาระข้อเท็จจริงมันอยู่ใน 172 หน้านั้นแล้ว ดังนั้น คงไม่มีความจำเป็นที่จะออกมาพูดในเรื่องข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอีก แต่อาจจะพูดถึงพฤติกรรมต่างๆความเป็นมา เพื่อให้ศาลได้เห็นให้ชัดเจน เพราะว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันสอดคล้องกับที่เราได้เขียนไป172 หน้าแล้ว ลำดับเหตุการณ์ พฤติกรรมตั้งแต่นายทะเบียนพรรคการเมืองมีคำวินิจฉัยยกคำร้องทั้ง 2ข้อกล่าวหา โดยมีความเห็นยืนตามคณะอนุกรรมการสอบสวน ที่มีนายอิสระ หลิมศิริวงษ์ เป็นประธาน เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.2552 และในวันที่ 18 ธ.ค. 2552 ก็เริ่มมีการเปิดฉากเลย จะเห็นในคำแถลงการณ์ปิดคดีของพรรค
"พอวันที่17 ธ.ค. 2552 ท่านอภิชาต (สุขัคคานนท์ ประธานกกต.) ยกเลย พร้อมทั้งมีการเขียนข้อความไว้ว่า โดยให้ความเห็นอย่างละเอียด 2 ประเด็นครบถ้วน จึงมีความเห็นและลงมติ ต่อมาออกข่าวแล้ววันรุ่งขึ้นท่านอภิชาตยังพูดด้วยว่า ที่ผมวินิจฉัยให้ยกคำร้องทั้ง 2 ข้อหา ผมวินิจฉัยอย่างละเอียด ผ่านข้อมูล เอกสาร อย่างละเอียดครบถ้วน ท่านพูดชัดเจน และหลังจากนั้นมีกระแสการต่อต้าน การข่มขู่มาตลอด ถ้าอ่านแถลงการปิดคดี ผมเอาแต่สาระสำคัญในวันที่ไฮไลท์ไล่มาเรื่อย ไปล้อม ไปอะไร จนกระทั่งมาวันที่6 เม.ย.2553 ที่ผ่านมา ยื่นคำขาด และวันที่ 20 เม.ย. ให้ยุบพรรค เพราะมีการกดดันกกต. นี่คือคำพูดของนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง มีทั้งเทปและซีดี"นายบัณฑิต กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า วันที่29พ.ย.พรรคจะเน้นหนักที่เรื่องอะไรเป็นพิเศษ นายบัณฑิต กล่าวว่า คงแล้วแต่เเละขึ้นอยู่กับนายชวน แต่ตนคิดว่าคงจะพูดแต่เนื้อหาสาระบางส่วน และยํ้าในเรื่องพฤติกรรมความไม่ชอบมาพากล และการคุกคามของพวกเขาในระยะเวลา 30 นาที และศาลคงอ่านเรียบร้อยแล้วในคำแถลงการณ์ เมื่อถามว่า แสดงว่าสาระในวันที่29พ.ย.จะเน้นเกี่ยวกับประเด็นการคุมคามใช่หรือไม่นั้น นายบัณฑิตกล่าวว่า มันอาจจะผสมกัน ทั้งเนื้อหาสาระด้วยโดยย่อ เอาแต่ไฮไลท์ ตนเข้าใจว่าอย่างนั้น แล้วแต่ศาล เพราะตนก็ยังไม่ทราบว่าจะพูดในแนวไหนบ้าง และขอยํ้าว่าเราเขียนอย่างละเอียด 172 หน้า และสิ่งที่เราเขียนลงไปไม่ใช่เขียนด้วยความเพ้อเจ้อ เพ้อฝัน หรือใช้จินตนาการ แต่มันมีหลักฐานทั้งหมดว่า มีการให้การในวันที่เท่าไหร่ ตามกระบวนการเอกสารหน้าที่เท่าไหร่ และมันก็สะดวกกับการที่ศาลจะไปเปิดอ่านด้วย เช่น เอกสารหมาย ร.227 หน้าที่เท่านั้น เท่านี้ ตนบอกไปหมด
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม. ในฐานะทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทีมกฎหมายของพรรคยอมรับว่า กระบวนการทำลายความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญประสบความสำเร็จ ทำให้ตุลาการศาลต้องถอนตัวจากคดีออกไป 3คน จากการเป็นองค์คณะผู้พิพากษาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีเงินสนับสนุนของกกต. จำนวน 29ล้านบาท ซึ่งผลการถอนตัวมาจากคนของพรรคเพื่อไทยทั้งสิ้น จึงถือว่าเป็นเรื่องที่มาจากการเมือง และกระแสกดดันจากคนของพรรคเพื่อไทยเป็นส่วนมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อองค์คณะผู้พิพากษาเหลือ 6 คน ในการพิจารณาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ แต่พรรคก็ยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และอยากให้สมาชิกของพรรค 2.8 ล้านคน เคารพการตัดสินของศาลด้วย ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ทั้งนี้ ในฐานะที่ตนเป็นผู้ช่วยเลขาธิการพรรค ขอยืนยันว่าพรรคไม่เคยคุยเรื่องตัวสำรองในการที่จะเป็นนายกฯแต่อย่างใดด้วย
อภิสิทธิ์พร้อมทำใจรับการเปลี่ยนตัดสินยุบพรรค
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวให้สัมภาษณ์ภายหลังการปาฐกถาพิเศษบนเวทีประชุมหอการค้าทั่วประเทศที่จังหวัดขอนแก่นว่า การพิจารณาตัดสินในคดียุบพรรคของศาลรัฐธรมนูญในวันพรุ่งนี้ทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามกติกาที่ทุกฝ่ายยอมรับ ถือว่าเป็นไปตามกฎหมายและกติกาบ้านเมือง หากศาลพิจารณาออกมาอย่างไรทุกคนในพรรคจะต้องยอมรับตามกระบวนการรัฐธรรมนูญ ซึ่งยังคงยืนยันว่ายังคงไม่มีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีรักษาการเพราะไม่มีการพิจารณาตัดสินคดีออกมาแต่อย่างใด หากมีการเปลี่ยนแปลงจริงก็จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เป็นการเปลี่ยนแปลงไปตามกระบวนการทางรัฐธรรมนูญ สภาก็จะเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่ตามกรอบเวลาที่กำหนด ทุกคนจะต้องยอมรับถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ทุกอย่างจะเกิดขึ้นหลังการพิจารณาตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ
"สุทัศน์"มั่นใจปชป."รอด"
นายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะทีมกฎหมายเพื่อต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการอ่านคำแถลงการณ์ปิดคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ด้วยวาจาในวันที่ 29 พ.ย.ที่ศาลรัฐธรรมนูญว่า ในวันที่29 พ.ย.จะเป็นการแถลงด้วยวาจา ซึ่งนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค เเละหัวหน้าทีมกฎหมายจะเป็นผู้แถลงโดยใช้เวลา 30 นาที ซึ่งการแถลงจะมีการย่อและสรุปประเด็นที่สำคัญให้กะทัดรัดและให้จบภายใน 30 นาที ส่วนภายหลังการแถลงแล้วศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำตัดสินเลยหรือไม่นั้น เราไม่ทราบเพราะอยู่ที่ศาลจะใช้ดุลยพินิจตัดสิน ว่าจะตัดสินเลยหรือจะเลื่อนไป เพราะเป็นอำนาจของศาล
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในวันที่29 พ.ย.มีความมั่นใจในรูปคดีอย่างไรบ้าง นายสุทัศน์ กล่าวว่า ตนเป็นทนายความมา 40 กว่าปี และคดีนี้เป็นคดีที่เราสู้ทั้งข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และนำพยานหลักฐานต่างๆเข้ามาเสริม นายชวนก็มีความละเอียดมาก พยานทุกปากก็มีความละเอียดมากที่สุด การขึ้นศาลแต่ละครั้งนายชวนละเอียดมาก เราค่อนข้างมีความมั่นใจสูงมาก ๆ ขณะเดียวกันตนก็มีความเชื่อมั่นว่าตุลาการทั้ง 6 ท่านจะยืนหยัดบนความยุติธรรม ความถูกต้อง เพราะฉะนั้นผลการตัดสินจะเป็นอย่างไรเราก็พร้อมยอมรับอยู่แล้ว
“อย่าไปเทียบมาตรฐานนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองกับมาตรฐานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพราะกกต.ฟ้องเนื่องจากถูกกดดัน และปรับความเห็นจากเดิมที่มีอยู่ และถูกข่มขู่ว่าถ้าไม่มีการดำเนินการฟ้องก็จะมีอันตราย ถึงขนาดกกต.เองก็มีการเรียกร้องให้มีการคุ้มครองเขาด้วย เพราะฉะนั้นการที่กกต.รีบฟ้องเพราะคงจะกลัวและถูกกดดัน และนายอภิชาตเองก็เป็นคนดี เป็นผู้พิพากษาผู้ใหญ่ที่เก่ง แต่เมื่อท่านเป็นผู้พิพากษามาทำหน้าที่เป็นผู้ฟ้อง มาตรฐานก็คงจะคนละอย่าง” นายสุทัศน์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า สังคมตั้งคำถามว่าถ้าไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นเรื่องของ 2 มาตรฐาน นายสุทัศน์กล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจว่า 2 มาตรฐานคือ ถ้าข้อเท็จจริงเดียวกัน ข้อกฎหมายเดียวกัน อีกคดีตัดสินอีกอย่าง อีกคดีตัดสินอีกอย่างหนึ่ง มันจึงเป็น 2 มาตรฐาน แต่กรณีนี้ไม่ใช่ ข้อกฎหมายเหมือนกัน แต่ข้อเท็จจริงต่างกัน เช่น กรณีของพรรคอื่นที่ตัดสินยุบพรรคไปแล้ว มีข้อเท็จจริงต่างจากของเรา อย่างกรณีพรรคเกษตรกรที่ถูกยุบพรรคนั้นมีข้อเท็จจริงคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน เพราะคดีนั้นไม่มีการต่อสู้ ไม่มีการชี้แจง ไม่แก้ข้อกล่าวหา แต่เราไปชี้แจงและแก้ข้อกล่าวหาทุกข้อ ทุกประเด็น ทั้ง 5 ประเด็นที่ฟ้องมา เราคัดค้านและแก้ทุกประเด็น และไม่มีข้อขัดข้องอะไร ซึ่งตนเชื่อว่าการตัดสินคดีของพรรคนั้น เป็นเรื่องที่ตัดสินตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย การอ้างว่า 2 มาตรฐาน พูดธรรมดาไม่ได้ ต้องดูด้วยว่าข้อเท็จจริงเดียวเเละข้อกฎหมายเดียวกันด้วยหรือไม่
สำหรับกรณีที่ขณะนี้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเหลือ 6 เสียง ถ้าเสียงออกมา 3 เสียงเท่ากันจะมีการยื้อออกไปไม่ตัดสินในวันนั้นเลยหรือไม่ นายสุทัศน์กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ต้องถึงเวลานั้นก่อนว่าเสียง 3 ต่อ 3 เท่ากันหรือไม่ ซึ่งตนคิดว่าตุลาการคงมีทางออก เราไม่ทราบว่าเสียงจะเท่ากันหรือไม่ เราไม่อยากไปคาดการณ์อะไร แต่ถึงเวลานั้นศาลคงวินิจฉัยและคงรู้ว่าจะทำอย่างไร เมื่อถามว่าได้ดูคลิปล่าสุดที่นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ ออกมาพูดถึงกรณีการตัดสินคดีว่าไม่ควรจะรอการกำหนดโทษหรือยังนั้น นายสุทัศน์ กล่าวว่า ได้ดูคลิปคร่าว ๆ จากข่าว ทำให้มั่นใจได้ว่าเป็นกระบวนการล้มพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวได้ว่า การกระทำของนายพสิษฐ์ ตั้งแต่ต้นที่มีการพบกับนายวิรัช ร่มเย็น ส.ส.ระนอง และอดีตทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ก็เป็นเรื่องของการวางแผน มีการถ่ายคลิปวีดีโอไว้ นายวิรัชก็ชะล่าใจ แต่ข้อเท็จจริง และข้อความที่นายวิรัชไปคุยกับนายพสิษฐ์นั้นไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับคดี ไม่ได้เป็นการวิ่งเต้นคดี แต่เป็นเรื่องอื่นทั้งหมด เป็นเพียงนายพสิษฐ์หาทางให้นายวิรัชไปเป็นเหยื่อ และการที่นายพสิษฐ์ออกมาพูดเรื่อยๆ จนมีการข่มขู่ศาลรัฐธรรมนูญ ตนค่อนข้างเชื่อมั่นว่าเป็นกระบวนการกดดันให้ผู้พิพากษาเกรงกลัวต่อสิ่งที่นายพสิษฐ์ข่มขู่ว่าจะมีอีก ซึ่งจากการที่ตนรู้จักกับผู้พิพากษาทุกท่าน รู้จากประวัติการทำงานของท่าน เชื่อว่าท่านไม่ได้หวั่นไหวกับการข่มขู่ของนายพสิษฐ์เลย ตามภาษิตกฎหมาย "ฟ้าจะถล่มทลาย ก็จะต้องยืนอยู่บนความยุติธรรม" ตนเชื่ออย่างนั้น
ผู้สื่อข่าวถามด้วยว่า เป็นห่วงหรือไม่ที่จะมีมวลชนมากดดันศาล นายสุทัศน์กล่าวว่า ตนเชื่อว่าไม่มีใครกดดันศาลได้ ศาลทำหน้าที่ไม่เหมือนกกต. และเมื่อศาลตัดสินอย่างไรก็พร้อม ส่วนสาเหตุที่มีความมั่นใจเพราะพรรคได้เตรียมทางออกไว้แล้วใช่หรือไม่ นายสุทัศน์กล่าวว่า เราทำทุกทางในข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริง ทีมกฎหมายละเอียดมาก ในวิถีทางที่เราเชื่อมั่นและสรุปว่าประเด็นนี้จะสู้อย่างนี้ เราทำเต็มแล้วอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด



