ข่าว

พร้อมหรือยังแม่เหล็กสื่อโลกนาทีนี้:เคท มิลเดิลตัน

พร้อมหรือยังแม่เหล็กสื่อโลกนาทีนี้:เคท มิลเดิลตัน

28 พ.ย. 2553

วินาทีที่เจ้าชายวิลเลียม รัชทายาทลำดับที่สองแห่งราชบัลลังก์อังกฤษ ทรงประกาศข่าวหมั้นอย่างเป็นทางการและแผนอภิเษกสมรส เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน นั่นเป็นวินาทีเดียวกับการทำให้ น.ส.เคท มิดเดิลตัน พระคู่หมั้นสามัญชน กลายเป็นสตรีผู้ถูกบันทึกภาพ และจะถูกค้นหาติด

ภาพของเคท ผู้ที่หนังสือพิมพ์ ลา สตัมปา ในอิตาลี เรียกขานว่า "ซินเดอเรลลาแห่งบัคเคิลบิวรี" ตามชื่อหมู่บ้านของเธอในเมืองเบิร์กเชอร์ โชว์แหวนหมั้นแซฟไฟร์สีน้ำเงินล้อมเพชร ปรากฏบนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์และหน้าเว็บไซต์ข่าวทั่วโลก

 แม้เจ้าชายวิลเลียมตั้งพระทัยไว้แล้วว่า จะไม่ปล่อยให้พระคู่หมั้นและว่าที่พระชายา ต้องทนทุกข์กับการไล่ล่าของสื่ออย่างที่เจ้าหญิงไดอานา พระมารดาผู้ล่วงลับเคยประสบ กระนั้น การปกป้องสตรีอันเป็นที่รักจากความกระหายใคร่รู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดของสื่อในโลกแห่งการแข่งขัน ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

 แมกซ์ คลิฟฟอร์ด นักประชาสัมพันธ์ชื่อดังของบุคคลผู้มีชื่อเสียงในอังกฤษ กล่าวว่า เคทเป็นหมายข่าวสำคัญในเวลานี้ ซึ่งนั่นหมายถึงเธอจะถูกจับจ้องทุกฝีก้าว

 "เคทจะอยู่ในชุดแบบกางเกงขาสั้นบนรองเท้าสเกตไม่ได้อีกต่อไปแล้ว" คลิฟฟอร์ดพูดถึงภาพถ่ายของเคท ขณะเข้าร่วมกิจกรรมดิสโก้การกุศลงานหนึ่งเมื่อปี 2551 ซึ่งถูกนำมาตีพิมพ์อีกครั้ง "ต่อจากนี้ ไม่ว่าจะกิน หายใจ ดื่ม และนอนหลับ ต้องคิดรอบคอบว่าอะไรดี และอะไรไม่ดีสำหรับราชวงศ์"

 แต่อย่างน้อย เคทก็มีคู่มือนำทางที่ดีข้างกายอย่างเจ้าชายวิลเลียม

 เจ้าชายพระชนมายุ 28 พรรษาพระองค์นี้ ทรงเติบใหญ่ทุกช่วงวัยท่ามกลางสายตาประชาราษฎร์ และดูเหมือนจะรับมือได้ดีมาตลอด พระองค์มักปรากฏตัวต่อหน้ากล้องในพระอิริยาบถผ่อนคลายสบายๆ แตกต่างจากพระบิดา เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ ที่มักเกร็งต่อหน้าสื่อ

 แต่เบื้องหลังพระอิริยาบถสบายๆ ของเจ้าชาย ยังมีความหวาดระแวงฝังซ่อนไว้อยู่ลึกๆ นับจากวันที่พระมารดาถูกไล่ล่าจากช่างภาพอิสระหรือปาปารัสซี่จนประสบเหตุรถชนในถนนลอดอุโมงค์ใต้แม่น้ำเซน ในกรุงปารีสแห่งฝรั่งเศส และสิ้นพระชนม์ เมื่อปี 2540

 การถูกจับจ้องอย่างเอาจริงเอาจังที่ราชวงศ์อังกฤษต้องเผชิญอยู่นั้น เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เจ้าชายวิลเลียม ทรงรออยู่นานทีเดียวกว่าจะขอให้เคทมาเป็นคู่ชีวิตของพระองค์

 เจ้าชายวิลเลียม ให้สัมภาษณ์ว่า ทรงต้องการให้โอกาสเคทได้มองเข้าไป และถอยออกมาหากต้องการ ก่อนที่ทุกอย่างจะไปไกลเกิน

 "เรากำลังพยายามเรียนรู้จากบทเรียนในอดีต" เจ้าชายวิลเลียมตรัส

 อย่างไรก็ดี กฎกติกาที่ตั้งไว้สำหรับการทำงานของสื่อ ได้เปลี่ยนแปลงไปมากแล้วนับจากการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอานา ซึ่งสื่อมีส่วน ผลการไต่สวนหาสาเหตุอุบัติเหตุที่พรากชีวิตเจ้าหญิงของประชาชน สรุปว่า เจ้าหญิงไดอานาสิ้นพระชนม์จากการที่นายอองรี ปอล ขับรถประมาทอย่างร้ายแรง ในระหว่างที่ปาปารัสซีกำลังไล่กวดมา

 หลังการจากไปของเจ้าหญิงไดอานา ราชวงศ์อังกฤษได้เรียนรู้ และพร้อมจะใช้อำนาจศาลมากขึ้น จนส่งผลให้สิทธิความเป็นส่วนตัวได้รับการปกป้องอย่างเข้มแข็งผ่านคำตัดสินของศาลหลายๆ คดีในช่วงสิบปีที่ผ่านมา

 นายร็อด ดาดัก ผู้เชี่ยวชาญคดีสิทธิส่วนบุคคล ของลูวิส ซิลคิน บริษัททนายความในอังกฤษกล่าวว่า หลายฝ่ายคิดตรงกันว่าควรเปิดโอกาสให้เจ้าชายวิลเลียมและพระคู่หมั้น ได้ทรงสำราญกับการหมั้นหมายโดยปราศจากการถูกติดตามตลอดเวลา เพราะแม้จะเป็นคนดังแค่ไหน ก็ควรมีสิทธิได้รับชีวิตส่วนตัวอย่างคนอื่นๆ ในระดับหนึ่ง

 แต่ระดับที่ว่านั้น เส้นแบ่งอยู่ตรงไหน ยังเป็นเรื่องที่ยังต้องเจรจา และอาจเป็นคดีความกันได้ในบางโอกาส

 สมัยที่เจ้าชายวิลเลียมทรงเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูว์ในสกอตแลนด์ สื่ออังกฤษตกลงที่จะไม่รบกวนพระองค์ แลกกับการถ่ายภาพแล้วแต่โอกาสตามที่สำนักราชวังเตรียมการให้

 ด้วยเหตุนี้ ทำให้ภาพเจ้าชายวิลเลียม กับเคท ปรากฏต่อสายตาสาธารณะครั้งแรกหลังจากคบหากันไปแล้วนานถึงสามปีคือปี 2547 แต่พอสำเร็จการศึกษาในปีถัดมาเท่านั้น ทุกอย่างก็พรั่งพรูราวกับทำนบแตกเลยทีเดียว
 
 ปาปารัสซีเริ่มปฏิบัติการจับภาพทั้งสองออกไปเที่ยวยามค่ำคืน ไปดักรอเฝ้าหน้าบ้านขณะเคทออกไปทำงาน มีกระทั่งภาพขณะเธอถูกเขียนใบสั่งจอดรถ 

 มีอยู่ครั้งหนึ่ง ในปี 2550 ทั้งสองต้องอยู่ภายใต้การอารักขาของตำรวจ 10 นายขณะออกไปเที่ยวไนท์คลับแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน และวันเกิดครบรอบ 25 ปีของเคท มีช่างภาพและทีมงานทีวีมากกว่า 20 ชีวิตไปดักเฝ้าอยู่หน้าบ้านเธอในกรุงลอนดอน

 กองทัพสื่อกลับมาเกาะติดอีกรอบปลายปีเดียวกัน เมื่อทั้งสองกลับมาคืนดีหลังแยกทางกันไปพักหนึ่ง ช่วงนั้น โฆษกของเจ้าชายวิลเลียมเริ่มร้องเรียนถึงพฤติกรรมเชิงคุกคามของกองทัพช่างภาพ

 ทนายความของเคท ร้องเรียนหลายต่อหลายครั้งไปยังผู้คุมกฎสื่อในปีนั้น และเคยเตรียมตัวไปขึ้นศาลด้วย ทว่าครอบครัวมิดเดิลตันได้รับคำขอโทษจากหนังสือพิมพ์เดลี มิร์เรอร์ เสียก่อน และในปีนี้ เคทยังเป็นฝ่ายชนะในการตกลงยอมความนอกศาลกับบริษัทถ่ายภาพแห่งหนึ่ง ที่เผยแพร่ภาพส่วนตัวขณะกำลังเล่นเทนนิสในวันหยุดคริสต์มาส

 โชคดีที่ทั้งสองใช้ชีวิตโดยมากในแคว้นเวลส์อันห่างไกลทางเหนือของอังกฤษ ที่ซึ่งเป็นฐานประจำการของเจ้าชายวิลเลียม ในฐานะนักบินค้นหาและกู้ภัยของกองทัพอากาศ มากกว่าอยู่ในลอนดอนให้เป็นเป้าของสื่อ

 ดาดัก คาดว่า ทางสำนักราชวังกับบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ทั้งหลาย คงจะต้องทำความตกลงกันเกี่ยวกับการทำข่าวเจ้าชายวิลเลียมกับพระคู่หมั้นในช่วงหลายเดือนต่อจากนี้ไปจนถึงวันอภิเษกสมรส 29 เมษายน ปีหน้า

 แม้จะเห็นอกเห็นใจเคทเพียงใด แต่เป็นความจริงที่หญิงสาวจะต้องยอมรับการถูกจับจ้องอย่างเลี่ยงไม่ได้ในฐานะและบทบาทใหม่

 ซอน คอนเต้ คนงานก่อสร้างวัย 60 จากเมืองเชสเตอร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษ กล่าวว่า "ที่ผ่านมา พระคู่หมั้นหลบเลี่ยงแสงไฟมานานพอแล้ว ผมคิดว่าพวกเรามีสิทธิจะรู้เกี่ยวกับคนที่อาจจะเป็นควีนของเราคนต่อไป แรงกดดันจากสื่อมาพร้อมกับการเข้าเป็นสมาชิกราชวงศ์ แต่เขามั่นใจและหวังว่า จะไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยกับเจ้าหญิงไดอานา"