ข่าว

ไปช็อปปิ้งกัน

ไปช็อปปิ้งกัน

28 พ.ย. 2553

สัปดาห์ที่แล้ว มีโอกาสไปเดินโฉบเฉี่ยวที่สยามพารากอน วันเดียวกันกับที่บรรดาคนเสื้อแดงนัดชุมนุมกันที่ราชประสงค์ ด้วยเหตุที่ต้องไปเป็นผู้ดำเนินรายการเสวนาให้สมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ที่จัดงานมหกรรมวิเคราะห์หลักทรัพย์นัดพิเศษในงานมหกรรมการลงทุน “เซต อิน เ

 เดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็เป็น “มหกรรม” ไปหมด ประมาณว่าต้องยิ่งใหญ่อลังการ แต่เมื่อลองเปิดพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน คำว่า “มหกรรม” หมายถึงการฉลองหรือการบูชา เลยไม่รู้ว่าตกลงที่ใช้กันอยู่นั้น ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่

 จริงๆ แล้ว เสน่ห์ของภาษาอยู่ตรงนี้เหมือนกันนะคะ เพราะภาษามีวิวัฒนาการไปตามกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ไม่ต้องถึงกับเอาเป็นเอาตายว่า ต้องถูกต้องทั้งหมด แค่พูดแล้วเข้าใจตรงกันก็พอ เพราะที่หนักกว่าน่าจะเป็นพวกที่พูดภาษาเดียวกัน แต่ไม่เคยฟังกันรู้เรื่อง!!

 ก่อนจะออกนอกเรื่อง จนหาทางกลับไม่ถูก ขอย้อนกลับไปที่สยามพารากอนอีกครั้งกับงานมหกรรมการลงทุน ที่ต้องบอกว่า มีคนแห่กันไปช็อปปิ้งผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุนมากมายทีเดียวค่ะ เรียกว่าสมศักดิ์ศรีที่จัดในห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นแหล่งช็อปปิ้งจริงๆ

 ทั้งหลายทั้งปวงแล้ว สะท้อนให้เห็นว่า ผู้คนสนใจเรื่องเงินๆ ทองๆ กันไม่น้อย และที่น่ายินดีคือ มีคนจำนวนไม่น้อยที่แสวงหาข้อมูลและพยายามเข้าถึงข้อมูลให้มากขึ้น แม้จะเป็นช่วงเวลาทำงานในวันธรรมดา (วันพฤหัสบดี-วันศุกร์) แต่คนก็แน่นทีเดียวค่ะ แว่วมาว่า ช่วงเสาร์-อาทิตย์นี่ก็แน่นเลยทีเดียวเหมือนกัน

 อีกปรากฏการณ์หนึ่งที่ทำเอาอึ้งไปเลย คือ การต่อคิวเพื่อซื้อกองทุนรวม!! ที่เห็นแล้วก็ทำให้อดนึกถึงข่าวหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์หลายๆ ฉบับในช่วงที่ผ่านมา ที่มีผู้คนอดหลับอดนอนไปรอซื้อโดนัทร้านดังไม่ได้

 เพราะต่อคิวซื้อกองทุนรวมนี่ ไม่เป็นข่าวหน้า 1 ค่ะ เป็นได้แค่ข่าวหน้าในเท่านั้น

 ปรากฏการณ์ “ต่อคิว” ได้รับการยืนยันจาก คุณพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย จำกัด ที่บอกว่า งานเซต อิน เดอะ ซิตี้ ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจนต้องต่อคิวซื้อหน่วยลงทุนกันจริงๆ

 “ตลอดการจัดงาน 4 วันตั้งแต่ 18-21 พฤศจิกายน มีผู้ลงทุนให้ความสนใจลงทุนกับ บลจ.กสิกรไทย กว่า 3,000 คน คิดเป็นยอดขายกว่า 400 ล้านบาท โดยทั้งจำนวนรายการและยอดขายกองทุนสูงกว่าปี 2552 กว่า 60%”

 แน่นอนค่ะว่า กองทุนที่ผู้คนให้ความสนใจมากที่สุด ก็คือกองทุนหุ้นระยะยาวหรือแอลทีเอฟ และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพหรืออาร์เอ็มเอฟ ที่ให้สิทธิ์ลดหย่อนทางภาษี โดยในส่วนของ บลจ.กสิกรไทย มีคนสนใจลงทุนในกองทุนแอลทีเอฟและอาร์เอ็มเอฟ รวมกว่า 2,800 ราย คิดเป็นยอดขายสูงถึง 322 ล้านบาท

 “กองทุนที่ผู้ลงทุนให้ความสนใจมากเป็นพิเศษคือ กองทุนเปิดเค 20 ซีเล็คหุ้นระยะยาวปันผล (K20SLTF) และกองทุนเปิดเค สตราทีจิค ดีเฟ็นซีฟ หุ้นระยะยาวปันผล (KSDLTF) โดยกองทุนแรกถือเป็นกองทุนแอลทีเอฟที่มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นมาก ตั้งแต่ต้นปีให้ผลตอบแทนสูงถึง 48.85% สูงกว่าผลการดำเนินงานของเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งก็คือ ดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์ถึง 11.52%”

 คุณพัชร บอกว่า ผลการดำเนินงานที่สูงถึงกว่า 48% นั้น เป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากการบริหารพอร์ตกองทุนเพื่อกระจายความเสี่ยง มาเป็นการเฟ้นหุ้นเด่นที่สุด 20 บริษัทมาลงทุน ทำให้ผลตอบแทนสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน

 นั่นทำให้กองทุนนี้เหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการเก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้น แต่ไม่มีเวลาติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดอย่างใกล้ชิด  

 ส่วนกองทุนหลังนั้น คุณพัชร บอกว่า มีนโยบายลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยงจากหุ้น โดยเป็นกองทุนที่สามารถตอบโจทย์ผู้ลงทุนที่ติดตามราคาหุ้นด้วยตนเอง

 อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้กระแสตอบรับจากผู้ลงทุนดีเกินคาด มาจากการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ลงทุน สามารถชำระค่าซื้อกองทุนผ่านบัตรเครดิตกสิกรไทยได้ ตรงนี้แหละค่ะที่ทำให้คนซื้อตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เพราะกว่าจะครบดีลตัดบัญชีบัตรเครดิตก็อีก 45 วันนับจากการใช้จ่ายผ่านบัตร ทำให้ผู้ลงทุนมีเวลาจัดสรรค่าใช้จ่ายของตัวเอง

 ดิฉันมีโอกาสพูดคุยสอบถามจาก คุณสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เกี่ยวกับกระแสการลงทุนในแอลทีเอฟและอาร์เอ็มเอฟ ว่าร้อนแรงคึกคักมากมายแค่ไหน ซึ่งคุณสานุพงศ์ ก็บอกว่า เป็นปกติในช่วงปลายปีที่การลงทุนจะคึกคักขึ้น ตามมาด้วยการนำเสนอโปรโมชั่นต่างๆ นานา จาก บลจ.แทบทุกแห่ง

 สำหรับคนที่เลือกไม่ถูกว่าจะลงทุนในกองทุนไหนดี คุณสานุพงศ์ บอกว่า เทคนิคง่ายๆ ที่อยากแนะนำก็คือ ให้พิจารณาจากผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุนว่าเป็นอย่างไร โดยเฉพาะการเปรียบเทียบกับสินทรัพย์อ้างอิงที่กองทุนนั้นเข้าไปลงทุน

 “จริงๆ ก็คือ เลือกกองทุนที่สร้างผลตอบแทนในระดับที่ดีได้อย่างสม่ำเสมอ เพราะการลงทุนในกองทุนพวกนี้ เน้นการลงทุนระยะยาว เราไม่ต้องเลือกเป็นกองที่เป็นที่หนึ่งก็ได้ แต่สำคัญก็คือ ต้องชนะสินทรัพย์อ้างอิง”

 หาข้อมูลเพื่อ “รู้เขา” และถามตัวเองว่าชอบแบบไหน เพื่อ “รู้เรา” พอครบถ้วนแล้ว ก็ไปช็อปปิ้งกันค่ะ

ขวัญชนก วุฒิกุล
[email protected]