
เวลาขาย ได้หรือเปล่า?
สัปดาห์ที่แล้ว ผมชวนคุยเรื่องการซื้อเวลา แถมแนะนำเทคนิคให้เอามาปรับใช้ในเรื่องเงินๆ ทองๆ เพราะเชื่อว่าจะมีประโยชน์กับชีวิตในหลายๆ ด้าน
มาครั้งนี้ผมขอคิดอีกมุม แต่ยังหนีไม่พ้นการตั้งคำถามกวนๆ เหมือนเดิม คุณว่าเวลาขายได้หรือเปล่า? เลยเถิดไปถึงคุณเคยขายให้ใครมั้ย?
ก่อนอื่น เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ผมชื่นชมว่าพระเจ้าค่อนข้างแฟร์ และยุติธรรมไม่เหมือนเรื่องอื่น เพราะไม่ว่าจะเกิดมาเป็นใคร จนหรือรวย ทุกคนก็ได้เท่ากัน ยี่สิบสี่ชั่วโมง ไม่มีใครต้องอิจฉาใคร
แต่เชื่อมั้ย? แม้จะมีเท่ากัน แต่เอาไปใช้ ก็ไม่เหมือนกัน บางคนไปหมุนให้เกิดค่าในทางบวก น่าชมเชย ขณะที่บางคนก็หมดไปโดยไม่ได้อะไรกลับมา น่าเสียดายที่สุด
คิดอย่างนี้ ทัศนะของผมต่อคำว่า “ขายเวลา” จึงมีสองนัยที่แตกต่าง
โดยนัยแรก เป็นการเอาเวลาไปขายเพื่อให้ได้ประโยชน์กลับมา พูดง่ายๆ ก็คือการเอาเวลาในหนึ่งวัน ออกไปทำงาน ไปแลกกับเงินทอง เป็นการขายเวลาทำมาหากิน ให้ได้เสบียงไว้เลี้ยงตัว
ใครแลกมาก ทำมาก ก็ได้มาก แลกน้อย ทำน้อย ก็ได้น้อย
ผมเห็นบางคนเลือกที่จะทำเพียงแค่แปดชั่วโมงต่อวัน ขณะที่บางคนไม่ยอมเหน็ดเหนื่อย เจียดเวลาส่วนตัว หาลำไพ่พิเศษ จุนเจือครอบครัวเท่าที่จะทำได้
ส่วนตัวผมไม่ได้สนับสนุนให้ทำงานหนักแบบไม่ต้องพัก เพราะนั่นคงไม่ใช่การใช้ชีวิตที่ดี เพราะที่สุดแล้ว การสุดโต่งกับงาน จนหลงลืมการใช้เวลากับเรื่องอื่นๆ เราอาจไม่เหลือชีวิตให้ใช้ก็ได้
เอาพอประมาณครับ ถ้ายังหนุ่มแน่น กำลังวังชายังมี จะทำงานมากหน่อยก็ไม่ว่า ขายเวลาที่มีแลกกับประสบการณ์ความรู้ หรือรายได้ให้มากที่สุด แต่ถ้าเหนื่อยเมื่อไหร่ ก็พักให้เต็มที่ อย่าฝืนครับ
นัยสอง คือเอาเวลาไปขายทิ้ง โดยไม่ได้อะไรกลับมา
ขยายความง่ายๆ ก็คือ เป็นการเอาเวลาไปใช้กับทางที่ไม่เป็นคุณต่อตัวเอง อย่างทำงานแปดชั่วโมงมาแล้วทั้งวัน เวลาที่เหลือแทนที่จะไปหารายได้พิเศษ หรือพักผ่อนเอาแรง เพื่อต่อสู้กับวันใหม่ ก็ไม่ทำ กลับเอาเวลาไปเที่ยว กินเหล้าเมายา เสียเงิน เสียทอง โดยใช่เหตุ
อย่างนี้ผมเรียกสองเด้งครับ เพราะนอกจากจะขายเวลาทิ้งเปล่าๆ แบบมีต้นทุนเสียโอกาส โดยไม่เอาไปทำให้เกิดเม็ดเงินได้แล้ว ยังเท่ากับเสียสตุ้งสตางค์ออกจากกระเป๋าด้วย
อีกประเภทครับ อันนี้ผมไม่อยากให้เกิดเลย แต่เห็นบ่อยๆ เหมือนกัน ใกล้ตัวก็ยังมี เป็นการขายเวลาให้แก่เพื่อนจนเกินไป จนลืมครอบครัว ลืมความรับผิดชอบที่มีในหน้าที่ เพื่อนชวนไปไหน ก็เฮไปนั่น ไปกันได้ทุกวัน เสาร์อาทิตย์ หยุดนักขัตฤกษ์ ก็ยังไม่เว้น
หนักเข้าๆ ก็กลายเป็นไม่มีเวลาให้แก่ลูกเมียเลย คนที่บ้านสะกดคำว่า “อบอุ่น” ไม่ถูก เพราะไม่มีใครเคยได้เวลาของพ่อบ้าน
เวลา และจิตวิญญาณทั้งหมดถูกขายให้แก่เพื่อนไปแล้ว น่าเศร้ามากๆ
ยังไม่สายครับ ถ้าคิดจะเปลี่ยนแปลง เพราะเสน่ห์ของเวลา มีอดีต ปัจจุบัน และอนาคต อดีตถ้าเคยพลาดไป ก็อย่าไปจำ เริ่มต้นใหม่ครับ ทำวันนี้และพรุ่งนี้ให้ดีที่สุด
เวลา “ซื้อ” ได้ ก็ “ขาย” ได้ แต่ต้องขายให้ “เป็น” เช่นกันครับ
ชัยพล กฤตยาวาณิชย์
[email protected]



