
คุม"แรงงานเถื่อน"ภารกิจ(หนัก)ตำรวจภูธรภาค7
ในพื้นที่ความรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 7 มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านอยู่หลายจังหวัด และหลายพื้นที่เหล่านี้ก็กลายเป็นช่องทางที่แรงงานต่างด้าวใช้ลักลอบหลบหนีเข้ามาเร่ขายแรงงานราคาถูกในพื้นที่ชั้นในของประเทศ
ขณะเดียวกันกลุ่มแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเหล่านี้อาจเข้ามาก่อปัญหาต่างๆ ทั้งด้านอาชญากรรม เศรษฐกิจ และสังคม ในฐานะ พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 รับผิดชอบดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ มีมาตรการดูแลควบคุมจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายอย่างไร
-ปัญหาแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ความรับผิดชอบ
พล.ต.ท.พงษ์สันต์ : แรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ส่วนใหญ่จะพบในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.กาญจนบุรี นอกจากนี้ก็ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เมื่อแรงงานต่างด้าวเหล่านี้หลบหนีเข้ามาแล้วก็จะมาขายแรงงานที่ จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นแหล่งทำมาหากินใหญ่ของแรงงานต่างด้าว เข้ามาทำงานในภาคประมง และภาคโรงงาน ส่วนจังหวัดอื่นๆ เช่น เพชรบุรี ราชบุรี นครปฐม และสมุทรสงคราม ไม่ค่อยพบปัญหาเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวมากนัก
-มีรายงานตัวเลขการจับกุมแรงงานต่างด้าวในพื้นที่เดือนละ 1-2 พันราย
พล.ต.ท.พงษ์สันต์ : ด้วยพื้นที่ชายแดนของไทยมีช่องทางธรรมชาติที่สามารถเดินลัดเลาะเข้ามาได้ ตามชายแดนของประเทศไทยที่ไม่ใช่เป็นด่านตรวจคนเข้า-ออก จึงทำให้ควบคุมได้ลำบาก แต่จริงๆ แล้วแรงงานต่างด้าวเหล่านี้ก็เดินทางเข้าประเทศไทยด้วยรถยนต์นั่นแหละ แม้จะมีการตรวจ หรือระดมตรวจค้นตามหมู่บ้าน ปิดกั้นตามหมู่บ้านเป็นประจำอยู่แล้ว แต่พวกเขาก็ยังมีวิธีการลักลอบเข้ามาจนได้ ซึ่งพวกเขาใช้กลยุทธ์กันหลายวิธี เช่น เมื่อตอนถึงด่านตรวจสกัดก็ปล่อยให้แรงงานต่างด้าวที่หลบหนีมากับรถลงเดินอ้อมตามป่าข้างทาง เมื่อพ้นด่านไปแล้วก็ทยอยกลับมาขึ้นรถมาเหมือนเดิม หรืออาจใช้วิธีที่ปรากฏเป็นข่าวบ่อยๆ คือหลบซ่อนมาในรถบรรทุกสินค้า
-การผ่านด่านตรวจต่างๆ มาได้เจ้าหน้าที่อาจมีส่วนรู้เห็น
พล.ต.ท.พงษ์สันต์ : เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ แต่ไม่อยากจะระบุว่าใครพลาดตรงไหน แต่ในฐานะผู้บัญชาการก็ต้องสั่งไปยังผู้ใต้บังคับบัญชาว่า ถ้ามีส่วนเกี่ยวข้องก็ต้องมีการดำเนินคดีทางอาญาและทางวินัย และหากมีการเรียกรับผลประโยชน์ก็จะโดนหมด อย่างไรก็ตาม ตำรวจภูธรภาค 7 จะมีการตั้งด่านตรวจสกัด สุ่มตรวจรถต้องสงสัย แต่คงไม่สามารถตรวจสอบรถบรรทุกทุกคันได้ อย่างเราไปรื้อผักลงหมด หรือเอาของแหลมๆ แทงสินค้าในรถที่ต้องสงสัยก็จะถูกร้องเรียนอีก จึงต้องใช้ดุลพินิจ การข่าว และความชำนาญของเจ้าหน้าที่ที่จะตรวจค้นเรื่องนี้โดยเฉพาะ
-กรณีตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องรับผลประโยชน์งานแรงงานผิดกฎหมาย
พล.ต.ท.พงษ์สันต์ - เรื่องนี้เป็นนโยบายมานานมากแล้ว ใครที่เข้าไปเรียกรับประโยชน์จากคนเหล่านี้ต้องโดนทางวินัยแน่นอน แต่สิ่งนี้ควบคุมยาก คือมันเจือสมกัน แรงงานเถื่อนนั้น บางทีรู้ตัวว่าทำผิด พอโดนตำรวจจับก็ไม่อยากให้เป็นคดี มีเงินเท่าไหร่ก็ให้ไปเพื่อให้พ้นความผิด ดีกว่าไปเริ่มต้นใหม่แล้วต้องเสียเวลาเข้ามาอีก แต่กรณีแบบนี้ผมไม่โทษคนที่ให้เงินนะ แต่ผมโทษตำรวจที่ไม่มีวินัย ไม่มีคุณธรรมจริยธรรม เรื่องแบบนี้ผมย้ำเสมอว่า ตำรวจคนไหนทำแบบนี้โดนแน่นอน
-การลงพื้นที่ตรวจจับแรงงานต่างด้าวใน จ.สมุทรสาคร
พล.ต.ท.พงษ์สันต์ : การลงพื้นที่ที่สมุทรสาครนั้น เท่าที่เห็นและทราบข้อมูลมา ปัญหาจริงๆ จะไม่ค่อยเกิดกับโรงงานใหญ่ๆ ซึ่งเขาจะมีมาตรการควบคุมกำกับดูแลเรื่องสุขภาพอนามัยของแรงงานต่างด้าวที่ดี แต่กลุ่มโรงงานเล็กๆ ย่อยๆ ที่มีอยู่กว่า 100 แห่งนั้นจะควบคุมยาก ซึ่งโรงงานย่อยๆ ที่เรียกว่า "ล้ง" จะมีแรงงานต่างด้าวมารับจ้างแกะกุ้ง แล่ปลา ประมาณ 40-50 คน ซึ่งจะได้รับค่าจ้างเป็นรายวัน มีที่อยู่ไม่เป็นที่เป็นทาง อยู่อย่างตัวใครตัวมัน ขาดการควบคุมที่ดี หากกลุ่มนี้สร้างปัญหาขึ้นมาก็จะตรวจสอบได้ยาก
-มีมาตรการควบคุมกลุ่มแรงงานต่างด้าวตามโรงงานย่อยๆ อย่างไร
พล.ต.ท.พงษ์สันต์ - ก็มีการเข้าไปตรวจสอบ เข้าไปจับกุมบ้าง แต่ผู้ประกอบการก็อ้างว่าจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของจังหวัดและของประเทศ ก็ทำงานลำบาก เพราะแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐบางทีสวนกัน แต่ถ้าไม่ควบคุมก็จะมีปัญหาตามมาในภายหลัง เพราะนอกจากในพื้นที่โรงงานใน จ.สมุทรสาครแล้ว แรงงานต่างด้าวก็กระจายตัวไปทำงานตามบ้านและร้านอาหารก็มี
-การควบคุมแรงงานต่างด้าวในพื้นที่
พล.ต.ท.พงษ์สันต์ - ต้องควบคุมอย่างพอดี ด้วยการสร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการ พวกโรงงาน ล้งต่างๆ ให้มีการเข้าใจถึงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต แม้ว่าการลักลอบเข้ามาทำงานนั้น ไม่อยากให้มองว่าเป็นเรื่องเลวร้าย แต่เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ไหนปลอดภัยกว่าและดีกว่าก็อยากไปที่นั้น ทั้งนี้ บ้านเราก็มีเหตุจำเป็นที่ต้องใช้แรงงานต่างด้าว ทั้งในภาคการประมง ถ้ามีการห้ามผู้ประกอบการไม่ให้ใช้แรงงานต่างด้าว ธุรกิจภาคประมงก็จะประสบปัญหา เพราะสมัยนี้คนไทยไม่เป็นแรงงานภาคประมงแล้ว
-กรณีสงครามชายแดนที่เพิ่งสงบ มีแรงงานต่างด้าวไม่ยอมกลับไหม
พล.ต.ท.พงษ์สันต์ : ก็มีนะ พบอยู่ประมาณ 100 คน ตอนนี้ก็ผลักดันกลับบ้านไปหมดแล้ว อย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อเหตุการณ์สงบแล้วทหารของเขาให้สัญญาณว่าสงบแล้ว ก็มีการส่งคนมารับกลับ ส่วนทางเราก็มีการส่งชุดลงตรวจสอบที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ทันที ซึ่งมีการตรวจสอบบริเวณใกล้เคียง ตรวจตามโรงงาน หมู่บ้านบริเวณนั้น เนื่องจากบางคนมีการเข้าไปหลบซ่อนอยู่ตามบ้านพักของญาติบ้าง เมื่อเจอก็มีการผลักดันให้กลับประเทศไป แต่บางรายผู้ประกอบการก็บอกว่าคนนี้ไม่ใช่คนที่อพยพมา ซึ่งจริงๆ ก็ไม่รู้ว่ามาอยู่นานหรือยัง แต่ถ้าไม่มีหลักฐานยืนยันก็ส่งกลับหมด ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจ ตม. และก็ทหารด้วย
-ตลอด 1 ปีของการทำงานมีหลักดูแลควบคุมผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างไร
พล.ต.ท.พงษ์สันต์ : ผมจะใช้วิธีสุ่มตรวจตามพื้นที่ต่างๆ โดยที่ไม่ได้บอกล่วงหน้า บางทีก็ขับมอเตอร์ไซค์ไปตามอำเภอต่างๆ ไม่สวมเครื่องแบบ ไปแบบชุดธรรมดา ถ้าขับรถยนต์ก็ไปส่วนตัวคนเดียว ไม่มีรถนำ คือ ผมอยากเห็นการทำงานของพวกเขาจริงๆ อยากรู้ทั้งฉากหน้าและฉากหลัง อยากรู้ว่าพวกเขาดูแลประชาชนอย่างไร ไม่อยากเห็นตำรวจในความดูแลของผมทำงานแบบผักชีโรยหน้า ไม่อยากเห็นแค่ตอนที่ผมใส่เครื่องแบบ แล้วมาคอยรายงานแบบเสียงดังฟังชัด แต่ผมอยากได้ยินตอนที่ผมไม่ได้สวมเครื่องแบบ แล้วขับรถไปจอดแถวๆ หน้าโรงพัก แล้วมีตำรวจมาถามว่า "มีอะไรให้รับใช้ครับ" แบบนี้ผมรู้สึกดีกว่า แม้บางคนจะจำผมไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่บางคนพอมารู้ว่าเป็นผู้บัญชาการก็อึ้งกันไปเลย (หัวเราะ)
-คาดหวังในการทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างไร
พล.ต.ท.พงษ์สันต์ : ผมเน้นการให้บริการประชาชน ตำรวจต้องสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน ให้มีความเชื่อถือ ศรัทธา โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติด ต้องอาศัยประชาชนคอยเป็นหูเป็นตา และให้ข้อมูลข่าวสาร ตำรวจที่ดีต้องสร้างความศรัทธาให้ประชาชน เพราะถ้าคุณยังไม่เป็นที่เชื่อถือศรัทธา คุณก็อย่าหวังเลยที่จะได้รับความเชื่อถือจากใคร!!



