
"วอลล์เปเปอร์"
"กระจอกข่าว" คงไม่ต้องบอกเล่าขยายความถึงที่ไปที่มากับปัญหาการ ทำแท้ง ของบ้านเรา ที่เชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศที่ติดตามข่าวคราวต้องผงะ !! หลังจากมีการพบซากศพทารกครั้งมโหฬารมากกว่า 2,000 ศพ ในวัดถึง 2 แห่ง จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์สารพัดว่า ปล่อยให้เกิดขึ้น
กระทั่งมีเสียงติติงจาก “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี ที่ให้สัมภาษณ์ออกแนวล้อมคอกด้วยการบอกว่า เกิดจากการรณรงค์ป้องกันการทำแท้งยังไม่ตรงกับกลุ่มเสี่ยง เพราะดันไปรณรงค์ให้คนที่ไม่ได้ "เสี่ยง" ฟัง
ไม่แคล้วกระทรวงที่เกี่ยวข้องอย่างกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และกระทรวงสาธารณสุข ต้องตื่นตัวเข้าให้ถึงกลุ่มเสี่ยงอย่างที่ท่านนายกฯ บัญชาเป็นการด่วน
แต่รัฐมนตรีที่ทำงานเป็นการด่วนในเรื่องนี้ เห็นเด่นอยู่ในข่าว คือ “องอาจ คล้ามไพบูลย์" รมต.ประจำสำนักนายกฯ ที่บึ่งเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง พูดคุยกับส่วนของ กทม. วัด และส่วนที่เกี่ยวข้องทางด้านพิธีกรรม สุดท้ายก็ได้ไอเดียสุดเจ๋ง “ทำเป็นที่นั่งวิปัสสนาเสียเลย”
และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการประชุมกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กระจอกข่าวเจอะกับ รมต.องอาจ ที่ด้านหน้าพรรค ก็ได้สนทนากัน
รมต.องอาจ ก็ขยายไอเดียเรื่องการทำจุดพบซากทารกเป็นสถานที่ให้ประชาชนคนทั่วไป หรือพระสงฆ์องค์เจ้ามานั่งวิปัสสนา
"กระจอกข่าว" เลยถามว่า แล้ว รมต.จะไปนั่งวิปัสสนาเป็นตัวอย่างหรือไม่ คำตอบก็ตามคาด คือ “ไม่” (ฮา)
และจากการพูดคุยไปเรื่อยๆ จนพบว่ามีเรื่องเร้นลับกว่านั้น คือ หลังจาก รมต.องอาจ เดินทางไปดูสถานที่เกิดเหตุที่วัดไผ่เงินทุกวัน จนมีคนทัก รมต.ว่า “เห็นเด็กเดินตาม” (เย้ย !) ทำเอา รมต.ถึงกับสะดุ้งและหันขวับไปดูด้านหลังว่ามีจริงไหม ไม่รู้งานนี้ รมต.องอาจ จะอยากได้วอลล์เปเปอร์แบบนี้ไหมน้า
"ฟังแล้ว แสลงหู"
ปิดประชุมสภาสมัยนิติบัญญัติ แม้จะดุเดือดในช่วงปลายสมัยประชุมก็ตาม จากนี้ ส.ส.ทั้งหลายก็จะแยกย้ายไปลงพื้นที่ของตัวเอง ชนิดบ้านใครบ้านมัน
แต่ก่อนที่ประธานในที่ประชุมคือ “พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย” จะสั่งปิดสมัยประชุม ได้กล่าวลาปิดท้ายกับบรรดา ส.ส.ที่อยู่ในห้องประชุมขณะนั้น เนื่องจากจะไม่ได้เจอหน้ากันอีกนาน
แต่มาสะดุดหูตรงคำทิ้งท้ายของ “ท่านรองฯ อภิวันท์” ที่ว่า “แล้วพบกันใหม่ สมัยหน้า” ที่ทำเอาบรรดา ส.ส.ขวัญอ่อนสะดุ้งไปตามๆ กัน
เห็นได้ชัดจาก “ส.ส.นริศ ขำนุรักษ์” ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ที่แอบกระซิบให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า “คำพูดของท่านประธานฟังแล้วตะหงิด ยังไงไม่รู้ แทนที่จะพูดว่า แล้วพบกันใหม่ สมัยประชุมหน้า น่าจะฟังแล้วหวาดเสียวน้อยกว่านี้หน่อย”
มาถึงบางอ้อ ก็ตอนที่มานั่งคิดตามคำพูดว่า “พบกันสมัยหน้า ฟังแล้วเหมือนใกล้จะมีการเลือกตั้งใหม่ ยังไงยังงั้น“ มิน่าล่ะ ส.ส.ผู้ทรงเกียรติถึงได้สะดุ้งกันเป็นแถว
รู้อย่างนี้แล้ว น่าจะขอท่านประธานให้เปลี่ยนคำพูดใหม่ จะได้สบายใจ อธิบายชัดๆ ไปเลยว่า “คำว่า พบกันใหม่สมัยหน้ามันแสลงหู” !!!!
มีอะไรในกอ(ไผ่)
ออกตัวแรงเลยทีเดียวสำหรับ ส.ส.สุรินทร์ "ธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา” พรรคเพื่อแผ่นดินที่โพล่งว่า “ส.ส.สุรินทร์ 3 คน” จะโหวตสวนมติพรรค รับร่างรัฐธรรมนูญ ที่เสนอให้แก้ไขโดยคณะประชาชนที่มีแกนนำเสื้อแดงเป็นผู้นำเสนอ
ท้ายสุด..ภายในค่ำคืนก็ถูกล็อบบี้จากนายใหญ่..”ห้ามโหวตสวน !”
วินาทีขานชื่อ รับ/ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ คปพร. 3 เสือสุรินทร์ หายหน้า ไม่รวมวงประชุมซะยังงั้น
ท่าทีขัดใจนายของกลุ่ม “เพื่อนสุรินทร์” ไม่ใช่เพิ่งปรากฏ ไล่เรียงจริงๆ ก็นับแต่ที่นายใหญ่..ไม่เลือกข้างรัฐบาลก็แสดงตัวตนชัดเจนว่า ไม่ร่วมสังฆกรรม, ปฏิเสธลงสมัครเลือกตั้งซ่อม พื้นที่สุรินทร์เขต 3 ของอดีต ส.ส. "มลิวัลย์ ธัญญสกุลกิจ"
ล่าสุดก็ “แสดงบทบาทฝืนมติเพื่อแผ่นดิน” แฝงนัยกลับไปซบรังเก่า “พรรคเพื่อไทย” ?
ส.ส. 3 สมัยอย่าง "ธีระทัศน์" เคยพูดทีเล่นทีจริงว่า “กระแสอดีตนายกฯ ในพื้นที่สุรินทร์ยังแร้ง..ง ต้องลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทยเท่านั้น..ถึงจะได้ใจคนเมืองช้างใหญ่”
ท้ายสุด..ข่าววงในการเมือง..ก็ต้องฟังหู..ไว้หู เพราะอาจจะเป็นแค่กระแส.."ปั่นค่าตัว" เท่านั้น
รับ..ไม่รับ...ก็ต้องให้คนที่ถูกขานชื่อ..เปล่งเสียงออกจากปากเอง



