ข่าว

บริโภคสื่อด้วยปัญญา

บริโภคสื่อด้วยปัญญา

28 พ.ย. 2553

ปรากฏการณ์ความวุ่นวายระหว่างการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อลงมติรับร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน อันสะท้อนถึงความด้อยพัฒนา และขาดวุฒิภาวะของ ส.ส.ที่ใช้อารมณ์ ความรู้สึก ถ้อยคำ ที่ไม่เหมาะสม และสื่อมวลชนให้ความสำคัญกับอารมณ์ ถ้อย

สังคมไทยต้องการข่าวสาร ข้อมูล เช่นนั้นจริงหรือ เช่นเดียวกับข่าวการพบศพทารกกว่า 2,000 ศพ ที่วัดไผ่เงิน ถึงแม้จะมีมิติของเหตุการณ์ที่สะท้อนสังคมอันเน่าเฟะ และสำส่อนทางเพศ หากเมื่อพัฒนาการของข่าวไปสู่ประเด็นชีวิตที่รอดจากการทำแท้ง และนำไปสู่การติดตามหาตัวเด็ก เพื่อมายืนยันต่อสาธารณชนว่า เด็กเหล่านั้นมีชีวิตอยู่จริง ก็กลายเป็นประเด็นที่ละเมิดสิทธิเด็ก โดยที่สื่อก็มิได้ตระหนักถึงความรับผิดชอบ

 เป้าหมายในการ “ขายข่าว” หรือการทำหน้าที่นายประตูข่าวสาร เลือกข่าวที่ตอบสนองความอยากรู้ อยากเห็นอันเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ หรือเพียงความสะใจ ตอบโจทย์ความเป็นองค์กรทางธุรกิจของสื่อ ที่มีเป้าหมายกำไร-ขาดทุน เป็นตัววัดความสำเร็จ และหากผู้บริโภค หรือผู้รับสารยังคงเป็นผู้รับสาร ก็อาจถูกครอบงำและชักจูงไปตามกระแสที่สื่อประกอบสร้างขึ้นได้ ฉะนั้น การเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นเพียงผู้รับสาร มาเป็นพลเมืองที่รู้เท่าทันสื่อ ก็อาจทำให้สื่อหันกลับมาใส่ใจทำหน้าที่ในฐานะสถาบันสาธารณะ ที่ต้องคำนึงผลประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ ทุกวันนี้เรารู้ทันสื่อเพียงพอหรือไม่ เรารู้หรือไม่ว่า การที่สื่อพยายามสืบเสาะ และตามหาตัว บอกเล่าเรื่องราวของเด็กที่รอดชีวิตจากการทำแท้งนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

 องค์กรที่ดูแลในเรื่องจริยธรรมสื่อ เช่น สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และสภาวิชาชีพวิทยุและโทรทัศน์ ต่างได้ตระหนักถึงปัญหานี้ และพยายามให้ความรู้แก่ประชาชน เพื่อให้สามารถแยกแยะ และรู้เท่าทันสื่อ คณะอนุกรรมการส่งเสริมจริยธรรมของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ แถลงการณ์กรณีการติดตามชีวิตเด็กที่รอดจากการทำแท้งว่า แม้จะไม่มีการนำเสนอรายละเอียดชื่อและหน้าตาของเด็ก แต่การนำเอาบ้านเลขที่ของผู้ต้องหามาเปิดเผยอย่างละเอียด ย่อมนำมาซึ่งความอ่อนไหวที่เด็กกลุ่มดังกล่าวจะถูกชุมชนในย่านใกล้เคียงรู้ โดยการคาดเดาว่าเป็นเด็กที่ผู้ต้องหากล่าวถึงนั่นเอง คณะอนุกรรมการส่งเสริมจริยธรรมได้ขอให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจเสนอข่าว ได้ตระหนักถึงความอ่อนไหวและจิตใจของเด็กซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์ อาจถูกดึงเข้ามาสู่สายตาของสังคมรอบข้างอย่างดูแคลน

 ทุกวันนี้หลายเรื่องราวที่เป็นเรื่องสำคัญ ส่งผลกระทบต่อสังคมทั้งในระดับชุมชน และวงกว้าง มักไม่ค่อยได้รับความสนใจ ตรงกันข้ามกับเรื่องราวที่ไม่สำคัญ กลับถูกสื่อนำมาประกอบสร้างขึ้นใหม่ ประโคมข่าวใหญ่โต จนกระทั่งข่าวหลายข่าว เช่น ข่าวรุกป่าสวนผึ้ง จ.ราชบุรี ข่าวปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สร้างความเสียหายให้แก่ชาวบ้านถูกมองข้ามไป ในขณะที่ข่าวดารามีเพศสัมพันธ์กัน และมีปัญหาความเป็นพ่อของเด็ก สื่อให้ความสำคัญนำเสนอข่าวนี้อย่างต่อเนื่องนานนับเดือน โดยที่ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร นี่เป็นหน้าที่ของพลเมืองข่าวที่จะต้องรู้เท่าทันสื่อ และปฏิเสธที่จะถูกยัดเยียดข่าวที่พวกเขาไม่ได้ต้องการอย่างแท้จริง นอกจากสื่อที่กลายเป็นปัจจัยการผลิตและทำงานเพื่อกำไรสูงสุดเท่านั้น