ข่าว

วิปรัฐฯเคาะยุบสภาเลือกตั้งเมษาฯ54

วิปรัฐฯเคาะยุบสภาเลือกตั้งเมษาฯ54

27 พ.ย. 2553

"วิทยา แก้วภราดัย" ประธานวิปรัฐบาล เคาะเวลายุบสภา เตรียมเลือกตั้งในเดือนเมษายน 2554 เปิดใจลงมติแก้รัฐธรรมนูญ สุดระทึกหวิดยุบสภาไปแล้ว

(27พ.ย.) นายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.นครศรีธรรมราช ประธานวิปรัฐบาล เรียกประชุมส.ส.นครศรีธรรมราชและกรรมการบริหารสาขาพรรคทุกเขตเลือกตั้งในจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อชี้แจงสถานการณ์การเมืองและเตรียมพร้อมในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง โดยนายวิทยา กล่าวบนเวทีว่าการแก้รัฐธรรมนูญในรัฐสภาครั้งนี้ถือเป็นอีกครั้ง ในอดีตการแก้รัฐธรรมนูญในรัฐสภาเกิดขึ้นเพียง 4 ครั้งเท่านั้น ครั้งใหญ่สุดเมื่อปี 40 หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ครั้งนั้นถ้าจำกันได้พลเอกชวลิต มีความชัดเจนมากในการปฏิเสธต่อต้านไม่เอารัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีการเอากำนันผู้ใหญ่บ้านในภาคอีสานมาคัดค้านล้มร่างรัฐธรรมนูญปี 40 รวมทั้งนาย เสนาะ เทียนทอง และใครต่อใคร จนเกิดขบวนการธงเหลือง ธงเขียวขึ้น

 "วันนี้คนพวกนี้มาเรียกร้องรัฐธรรมนูญปี 40 กันทั้งนั้น เพราะอะไรหรือ คิดว่าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้มีเพียงมาตรา 190 และเรื่องของผู้แทนราษฎร หากจำกันได้จากรัฐธรรมนูญปี 40 การเลือกตั้งครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อปี 2544 มีความรุนแรงในการเลือกตั้งมาก มีปัญหาเรื่อยมาครั้งนี้ทำให้เล็กลงประชาชนมีความเสมอภาคคนเดียวเบอร์เดียว ลดจำนวนส.ส.ลงเหลือ 375 คน บัญชีบัญชีรายชื่อเป็น 125 คน มีความเหมาะสมการนลงมติที่ผ่านมาหากรัฐบาลแพ้ในวาระที่ 1 นายกรัฐมนตรียุบสภาแน่นอน ส่วนตัวในฐานะวิปรัฐบาลไม่แน่ใจว่าจะผ่านด้วยซ้ำ จะออกหัวออกก้อยอย่างไรไม่รู้เลย บอกกับนายกรัฐมนตรีได้อย่างเดียวว่าต้องแสดงเหตุผลโน้มน้าวให้ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ 1-2 วันที่ผ่านมานั้นบอกลูกหลานได้เลยว่าอย่าเป็นนายกรัฐมนตรีเลย "

 ประธานวิปรัฐบาล กล่าวและว่า การลงมติที่ผ่านมาเป็นอารมณ์ที่พูดยากมากแต่ดีที่ผ่านไปได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาเมื่อคราวที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 4 ปีเป็นเหตุผลที่สำคัญ การซื้อควบรวมพรรคการเมือง ฝ่ายค้านอภิปรายตรวจสอบไม่ได้ องต์กรอิสระอ่อนแอถูกครอบงำอย่างเห็นได้ชัด การแก้ไขรัฐธรรมนูญหากผ่านไปตามทิศทาง การดำเนินการตามขั้นตอนนั้นคาดว่าจะแล้วเสร็จในราวเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากนั้นเข้าสู่สภาถ้าผ่านก็เตรียมตัวเข้าสู่เลือกตั้งไม่เกิน 2 เดือน นายกรัฐมนตรีจะยุบสภาราวเดือนเมษายน ถ้าถ้ากุมภาพันธ์ ไม่ผ่านสภาจะยุบสภาในเดือนนั้นแล้วเลือกตั้งราวเดือนเมษายนต้องเตรียมตัว เวลานี้นายกรัฐมนตรีไม่ได้กลัวอะไรเลยอยู่บนความถูกต้องเท่านั้น สิ่งเหล่านี้นายกคิดอยู่ในใจแล้ว และพูดไว้แล้วว่าอยู่ไม่ครบสมัยปีหน้ายุบสภาแน่นอน สถานการณ์น่าจะเป็นอย่างนี้

 นายวิทยา กล่าวอีกว่า ในส่วนของกลุ่มพันธมิตรที่มีการชุมนุมนั้นมีการคิดอย่างนั้นอย่างนี้แล้วเดาเอาว่าจะเป็นไปอย่างนั้นอย่างนี้จนท้ายที่สุดสรุปว่านายกรัฐมนตรีขายชาติ พูดไปได้อย่างไร การคิดหาประโยชน์ไม่จำเป็นต้องไปขายเขาพระวิหาร มันไม่ใช่เรื่อง กล้าพูดได้ว่านาย ชวน หลีกภัย ซื้อสัตย์ สุจริตอย่างไรนั้นเป็นหมายเลข 1 นาย อภิสิทธิ์ คือหมายเลข 2 ไม่มีใครเทียบได้ในเรื่องนี้