
ทีดีอาร์ไอชี้เศรษฐกิจไทยขาลงเตือนรับมือปีหน้าความเสี่ยงสูง
ทีดีอาร์ไอชี้เศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงขาลงเหตุแรงขับเคลื่อนของภาครัฐแผ่ว การบริโภคการลงทุนชะลอ หวั่นเงินบาทแข็งค่าเสียเปรียบประเทศคู่แข่งทำส่งออกวูบปีหน้า ด้านคลังรับต.ค.สัญญาณชะลอตัวแต่เป็นเพียงการปรับฐาน
นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ นักวิชาการเกียรติคุณสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) กล่าวปาฐกถาในหัวข้อพลิกความท้าทายเศรษฐกิจจากในและนอกประเทศให้เป็นโอกาสในงาน "ประเทศไทย 2554: พลิกความท้าทายสู่โอกาส" ที่จัดโดยหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ว่า เศรษฐกิจไทยในปีหน้ายังมีความเสี่ยงสูงแม้ปีนี้ตัวเลขจะขยายตัวสูงแต่จีดีพีเริ่มลดลง 2 ไตรมาสแล้วเศรษฐกิจไทยจึงอยู่ในช่วงขาลง เพราะแรงขับเคลื่อนจากภาครัฐเริ่มแผ่วลง ขณะที่แนวโน้มการส่งออกที่เป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจมาตลอดเริ่มชะลอลง
ส่วนการลงทุนมองว่ายังไม่ฟื้นตัวอย่างที่ควรจะเป็น ทั้งที่ควรมีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมากกว่านี้ นอกจากนี้ค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นก็กระทบภาคส่งออกโดยหากค่าเงินบาทแข็งขึ้น 10%จะทำให้การส่งออกลดลง 20% และถ้าแข็งค่ากว่าประเทศคู่แข่ง 10% การส่งออกของเราจะลดลง 11-14%
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “นโยบายค่าเงินบาทกับโอกาสของประเทศไทย” ว่า ภาวะเศรษฐกิจและการเงินโลกเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ประเทศไทยจึงต้องมีการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจทั้งการผลิต เร่งเพิ่มคุณภาพสินค้าและการหันมาพึ่งพาตลาดในประเทศมากขึ้น
นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ยังขยายตัวต่อเนื่อง แม้จะชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าในแทบทุกด้าน โดยเฉพาะการใช้จ่ายและการบริโภคในประเทศที่ลดลงส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์น้ำท่วม ขณะที่การส่งออกยังคงขยายตัวแม้จะชะลอลงจากเดือนก่อน ส่วนการลงทุนชะลอตัวลงเล็กน้อยจากการนำเข้าสินค้าที่ลดลงจากเดือนก่อน
“จากเครื่องชี้ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยคาดว่าไตรมาส 4 น่าจะขยายตัวได้ 2-3% ลดลงจากไตรมาส 3 ที่อยู่ในระดับ 6.7% ซึ่งไม่ได้สะท้อนว่าเศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาลงแต่เป็นการปรับฐานเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนทั้งปีน่าจะอยู่ในกรอบเดิม7.3-7.8%" นายนริศ กล่าว



