ข่าว

เครือข่ายเพื่อนพม่าจี้รบ.ช่วยผู้หนีสงคราม

เครือข่ายเพื่อนพม่าจี้รบ.ช่วยผู้หนีสงคราม

26 พ.ย. 2553

“เครือข่ายเพื่อนพม่า” ทำจดหมายจี้ “รัฐบาล” ช่วยผู้หนีสงคราม หลังพบไม่ได้รับการดูแลตามหลักสิทธิมนุษยชน “วิภาวดี” เผยชนกลุ่มน้อย 2 พันราย ซ่อนในป่า หวั่นไม่ปลอดภัย หลังรัฐบาลไทยผลักกลับประเทศขณะมีเสียงปืน

ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 26 พ.ย. เครือข่ายเพื่อนพม่า ซึ่งประกอบด้วย ตัวแทนศูนย์ประสานงานเยาวชนสังคมนิยมประชาธิปไตย, คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยในพม่า (กรพ.), คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ (กป.อพช.ภาคเหนือ) ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เพื่อส่งต่อไปยังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขอให้รัฐบาลไทยให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสงครามและความขัดแย้งทางอาวุธ โดยยึดหลักปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และหลักการด้านสิทธิมนุษยชน ภายหลังหารือนายประสพสุข ให้สัมภาษณ์ว่า จดหมายดังกล่าวตนจะเสนอต่อนายกฯ ภายในวันนี้เพราะถือว่าเป็นเร่งด่วน ซึ่งการหารือทางตัวแทนเครือข่าย ได้บอกเล่าถึงเหตุการณ์ให้ฟังว่าชนกลุ่มน้อยที่หลบหนีภัยสงครามไม่ได้รับการดูแลจึงอยากขอความช่วยเหลือ

 ด้านน.ส.วิภาวดี พันธุ์ยางน้อย ตัวแทนเครือข่ายเพื่อนพม่า ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่าหลังเกิดเหตุการณ์สู้รบในประเทศพม่า ทำให้ชนกลุ่มน้อยหลบหนีเข้าภัยสงครามมายังชายแดนประเทศไทย ซึ่งวันแรกที่หลบหนีเข้าฝั่งไทย รัฐบาลไทยได้ให้การดูแลเป็นอย่างดี แต่ช่วงหลังนั้นกลับถูกผลักดันให้กลับไปภูมิลำเนาเดิมทั้งๆ ที่ยังมีการสู้รบกันอยู่

 “ในวันที่ 2 ของการหลบหนี เจ้าหน้าที่ของไทยผลักดันให้คนที่หนีสงครามกลับไปในพื้นที่แม้ว่าเสียงการสู้รบยังมีอยู่ ซึ่งชนกลุ่มน้อยจำนวน 2,000 คนขณะนี้ไม่รู้ว่าจะพึ่งพิงใคร ก็ต้องหลบซ่อนอยู่ในป่าตามชายแดนระหว่างประเทศไทยและประเทศพม่า ไม่น้ำ อาหารรับประทาน แต่ด้วยความกลัวจึงต้องหลบหนีเพราะหากกลับประเทศพม่าก็ไม่มั่นใจในความปลอดภัยของชีวิต” น.ส.วิภาวดี กล่าว

 ตัวแทนเครือข่ายเพื่อนพม่ารายเดิม กล่าวว่าในวันที่ 13 ธันวาคมนี้ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน จะลงพื้นที่ที่อ.พบพระ จ.ตาก เพื่อรับฟังปัญหาของคนในพื้นที่ด้วย

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในจดหมายเปิดผนึกดังกล่าว เครือข่ายได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทยจัดมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้หนีภัยสู้รบ ได้แก่ 1. ให้การคุ้มครองผู้หนีภัยสู้รบที่ซ่อนอยู่ในประเทศไทยตามหลักมนุษยธรรมระหว่างประเทศและหลักการด้านสิทธิมนุษยชน ด้วยการจัดหาที่พักพิงชั่วคราว และให้หลักประกันว่าการส่งกลับจะเกิดขึ้นตามมติร่วมของคณะทำงานประเมินสถานการณ์ ที่ประกอบด้วย ทางการไทย, องค์กรระหว่างประเทศ,องค์กรท้องถิ่น ซึ่งต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ

 2. เมื่อได้รับการแจ้งเตือนจากทางการทหารว่าจะเกิดการสู้รบให้ประสานองค์กรระหว่างประเทศ องค์กรท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันประเมินสถานการณ์และเตรียมการช่วยเหลือผู้หนีภัยสู้รบ

 3. ที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หนีภัยฯ ต้องปลอดภัยและเหมาะสมต่อการดำรงชีวิต และตลอดเวลาที่อยู่ศูนย์พักพิง ต้องมีอาคารและเครื่องดื่มแจกจ่ายอย่างเพียงพอ

 4. ขั้นตอนการส่งกลับ ควรจัดสรรอาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรคให้ด้วย

 5. ในระยะยาว ควรจัดตั้งคณะทำงานด้านผู้ลี้ภัยที่ประกอบด้วยภาครัฐ องค์กรระหว่างประเทศ และองค์กรท้องถิ่น โดยการดำเนินการเดี่ยวกับผู้ลี้ภัยควรเป็นไปมติของคณะทำงาน