
จี้ธ.ออมสินจ่ายเงินช่วยน้ำท่วมเร็วขึ้น
รมต.น้องเดียว แจงจ่ายเงินเยียวยา 5,000 บาทล่าช้า เพราะระบบธ.ออมสิน เร่งผู้ว่าจ.-ธ.ออมสินหารือปรับวิธีจ่ายเงินให้เร็วขึ้น ส่วนรายชื่อที่ตกหล่น ต้องอยู่ที่ดุลยพินิจท้องถิ่นว่าเข้ากฎเกณฑ์หรือไม่ สัปดาห์หน้าฟื้นฟู ชัยภูมิ-ปราจีนฯ -สุพรรณฯ
(26พ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมอำนวยการ กำกับติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบภัย(คชอ.)กล่าวถึงกรณีการจ่ายเงินชดเชยผู้ประสบอุทกภัยครอบครัวละ 5,000 บาทล่าช้า ว่า มีกระบวนการตรวจสอบรายชื่ออย่างเข้มข้น และทำให้จำนวนตัวเลขผู้ที่ได้รับความเสียหายลดลง เหลือไม่เกิน 5.5 แสนคน ซึ่งตัวเลขขณะนี้จ่ายเกือบครบแล้ว แต่สิ่งที่กังวลขณะนี้ คือการจ่ายเงินของธนาคารออมสินยังทำได้ไม่ตามเป้าหมาย แต่สิ่งที่ยังคงเป้าหมายเดิมจะต้องจ่ายเงินชดเชย 5,000 บาทให้กับครอบครัวที่ประสบภัยใน 38 จังหวัดแรก ภายในเดือน พ.ย. ซึ่งยังเหลือเวลาอีก 2 วัน ซึ่งเมื่อวันที่ 25 พ.ย. ตนได้นำเรื่องนี้ไปคุยกับนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และในวันนี้ (26 พ.ย. ) ได้เชิญธนาคารออมสินมาหารือ เพื่อให้ปรับแผนการจ่ายเงิน ที่จะสามารถจ่ายเงินให้ครบทั้งหมดใน 38 จังหวัดภายใน 30 พ.ย.นี้ ซึ่งตนคิดว่ายังคงดำเนินการได้ เพราะเราใช้ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศที่อยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย
รมต.สำนักนายกฯ กล่าวว่า ในส่วนของจังหวัดภาคใต้ ขณะนี้ก็ได้ทยอยส่งรายชื่อมาให้แล้ว ซึ่งคาดว่าการรวบรวมรายชื่อก็จะทยอยส่งมา และจะสามารถจ่ายเงินชดเชยได้ในต้นเดือนธ.ค. ซึ่งเท่าที่ธนาคารออมสินคุยกับสำนักงบประมาณนั้น ทางสำนักงบประมาณก็โอนเงินให้ธนาคารออมสินแล้ว เพื่อที่จะดำเนินการเบิกจ่ายต่อไป
ส่วนที่ผ่านมาติดปัญหาอะไรที่ไม่ตรงตามเป้าหมายนั้น นายสาทิตย์ กล่าวว่า คิดว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับระบบของธนาคารออมสิน ซึ่งได้บอกกับธนาคารออมสินว่ารายชื่อที่ส่งไปจะเป็นรายชื่อจากจังหวัด ซึ่งได้มีการตรวจสอบกับทางจังหวัดและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ก็ได้มีการตรวจสอบอยู่ และให้ส่งรายชื่อไปที่สาขาธนาคารออมสิน เพื่อจ่ายเงินได้เลย โดยเบื้องต้นธนาคารออมสิน ต้องหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัด ในการปรับวิธีการเบิกจ่าย อย่างไรก็ตามเท่าที่คุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดที่ประสบภัยนั้น งวดนี้เป็นการจ่ายเงินได้เร็วที่สุดแล้ว จะเห็นว่าบางปีเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจะได้ตอนหน้าแล้ง ครั้งนี้เราสามารถจ่ายเงินก่อนได้เลย ทั้งที่สถานการณ์น้ำท่วมยังไม่จบ แต่สามารถจ่ายเงินชดเชย 5,000 บาทแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการจ่ายเงินชดเชย 5,000 บาทรอบ 2 ให้กับรายชื่อประชาชน ที่ตกหล่นหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ในเมื่อตัวเลขที่เคยแจ้งมาแล้ว 6.3 แสนครัวเรือนลดลง และที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีการอนุมัติงบเพิ่มเติมให้จังหวัดที่น้ำท่วม มาตั้งแต่เดือนก.ย. เพราะมีการร้องเรียนว่าระยะเวลาที่น้ำท่วมใกล้เคียงกันมาก คณะรัฐมนตรี (ครม.)จึงอนุมัติจ่ายเพิ่มอีก 15 ก.ย.รวมทั้งจังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วมเมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมาประกอบด้วย จ.มุกดาหาร ราชบุรี เพชรบุรี รวมทั้ง จ.ในภาคเหนือบางจังหวัด ทั้งนี้รวมจำนวนที่จะจ่ายเงินชดเชย 5 พันบาทเพิ่มเติมอยู่ที่ 3,000 ครัวเรือน
ส่วนความรับผิดชอบที่จะให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์เพื่อการเกษตร (ธกส.)เข้าไปดูแลนั้น นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า ธนาคาร ธกส. จะจ่ายในเฉพาะกรณีชดเชยในเรื่องของเกษตร แต่เรื่องของเงินชดเชย 5,000 บาทจะเป็นเพียงธนาคารออมสินแห่งเดียว ซึ่งจะเป็นวิธีการปรับให้เร็วขึ้น
รมต.สำนักนายกฯ กล่าวว่า กรณีที่มีการร้องเรียนในเรื่องผู้มีสิทธิ์หรือไม่มีสิทธิ์ ได้รับค่าชดเชยเงิน 5,000 บาท พบว่ามี 2 จังหวัด คือ จ.นครสวรรค์และ จ. นครราชสีมา แต่มีเพียง 5-6 รายที่ร้องเรียนมา กับอีกส่วนที่ร้องมาคือมีสิทธิ์แต่ไม่ได้ ทางคชอ.ก็ได้ประสานให้หน่วยงานที่รับผิดชอบชี้แจงข้อเท็จจริงมา
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีจังหวัดที่แจ้งความเสียหายมาแล้ว จะมีการตรวจสอบอีกครั้งหรือไม่ เพราะอาจจะมีการตกหล่นในส่วนของที่มีบ้านแต่ไม่มีคนอยู่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า คงไม่ใช้วิธีตรวจสอบก่อนแล้วจ่ายเงิน เพราะจะช้ามาก เพราะจะทำให้ได้เงินชดเชยในกลางปีหน้า วิธีการที่ทำคือ เมื่อท้องถิ่นมีการเซ็นรับรองเบื้องต้น เขาจะมีกรรมการระดับจังหวัดดูแล และเมื่อส่งมาถึง ปภ. ก็จะดูแผนที่ตามภาพถ่ายดาวเทียม และสำนักงบประมาณก็จะมีการตรวจสอบ และจากนั้นก็จะส่งให้ธนาคารออมสินเป็นผู้จ่ายเงิน ไม่มีปัญหาเรื่องการช้าและการตรวจสอบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่บ้านไม่มีคนอยู่ต้องมีการจ่ายเงินหรือไม่ รมต.สำนักนายกฯ กล่าวว่า อยู่ที่ดุลยพินิจท้องถิ่นว่าเข้าหลักเกณฑ์หรือไม่ แต่เท่าที่ทราบไม่มีปัญหานี้
นายสาทิตย์ กล่าวถึงการฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยว่า ในสัปดาห์นี้จะเป็นในส่วนของพื้นที่ จ.ชัยภูมิ จ. ปราจีนบุรี และ จ.สุพรรณบุรี โดยจะเน้นไปเรื่องการเกษตร เพราะเมื่อวันที่ 25 พ.ย. ที่ผ่านมา ที่ประชุมครม.ได้อนุมัติเรื่องการช่วยเหลือเกษตร โดยการแจกจ่ายเม็ดพันธ์ข้าวให้เกษตรเพิ่มเติม และในขั้นต้นก็จะดูแลในพื้นที่ 4 ล้านไร่



