ข่าว

มติศอฉ.ยกเลิกคำสั่งห้ามขายสินค้าแดง

มติศอฉ.ยกเลิกคำสั่งห้ามขายสินค้าแดง

26 พ.ย. 2553

มติ ศอฉ.ยกเลิกคำสั่งห้ามขายสินค้าแดง ปัดไม่เกี่ยวกระแสกดดัน อ้างไม่พบคนทำผิด ขายสินค้าหมิ่นสถาบันฯ ขู่แดงหากพบหมิ่นอีก เตรียมงัดคำสั่งกลับใช้ใหม่ สั่งบชน.เจ้าภาพหลักดูม็อบครั้งต่อไป ถกเตรียมวางแผนรปภ.งานเฉลิมพระเกียรติ”ในหลวง”1-9 ธ.ค.นี้

(26พ.ย.) เวลา 11.00 น.ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แถลงผลการประชุม ศอฉ.ที่มีพล,อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะรองผอ.ศอฉ.เป็นประธานในการประชุมว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการเตรียมการเพื่อดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย และถวายการรักษาความปลอดภัยในงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวันที่ 1-9 ธ.ค.นี้ โดยที่ประชุมมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติไปวางแผนการรักษาความปลอดภัย โดยจะดูลึกไปถึงแต่ละกิจกรรม และแต่ละพื้นที่ โดยตำรวจจะประสานกับหน่วยราชการที่จัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อร่วมกันวางแผนมาตรการรักษาความปลอดภัย ซึ่งภายหลังประสานกับหน่วยงานต่างๆเสร็จ ทางตำรวจจะมาประสานกับกองทัพบก และกองทัพเรืออีกครั้ง โดยเบื้องต้นตำรวจได้มีการเตรียมกำลังไว้แล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป

 “ในที่ประชุม ฝ่ายข่าวยังได้ชี้แจงเกี่ยวกับเหตุการณ์การชุมนุมที่ผ่านมา ทั้งวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมาของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และวันที่ 23-25 พ.ย.ที่ผ่านมาของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีการกระทำใดที่เข้าข่ายหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ดังนั้นการดำเนินคดีตามคำสั่งศอฉ.ที่เคยประกาศไว้ในคำสั่งที่ 141 / 2553 เรื่องให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจในคำสั่งยึดหรืออายัดสินค้า หรือวัตถุสิ่งใดที่ก่อให้เกิดความแตกแยกเมื่อวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น ขณะนี้ความเป็นไปได้ดังกล่าว ได้ผ่านพ้นไปแล้ว และขณะนี้ไม่พบการกระทำที่เข้าข่ายหมิ่นสถาบัน ที่ประชุมจึงมีความคิดเห็น มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ควรจะยกเลิกคำสั่งดังกล่าวออกไปก่อน แต่หากมีสถานการณ์อะไรขึ้นมาหรือพบว่า มีการกระทำที่หมิ่นสถาบันอีก ทางศอฉ.ก็จะนำคำสั่งดังกล่าวสามารถกลับมาใช้อีก เช่นเดียวกับ การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งเมื่อยกเลิกไปแล้วก็สามารถประกาศใช้ได้อีก หากพบว่าสถานการณ์ในพื้นที่เริ่มมีความรุนแรงเกิดขึ้นอีก โดยพล.อ.ประยุทธ์ จะมีการเซ็นยกเลิกคำสั่งภายในวันนี้ต่อไป ซึ่งการยกเลิกคำสั่งดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวกับกระแสการวิพากษวิจารณ์คำสั่งของศอฉ.ว่า เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพแต่อย่างใดหรือเป็นเพราะคำสั่งของนายกรัฐมนตรีที่ให้มีการทบทวนคำสั่งแต่อย่างใด แต่เรายกเลิกหลังจากที่หน่วยข่าวรายงานข้อมูลพบว่า ไม่มีการกระทำในลักษณะอย่างที่ประกาศ ดังนั้นจึงมีมติให้ยกเลิกประกาศไปก่อน”โฆษกศอฉ.กล่าว

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ส่วนการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมในวันที่ 11 ธ.ค.นี้ของกลุ่มพันธมิตร หรือการชุมนุมครั้งต่อๆไปของกลุ่มต่างๆ ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จะเป็นเจ้าภาพในการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยทางศอฉ.เห็นว่า หากมีการชุมนุมในพื้นที่ใด จะให้เจ้าหน้าที่หลักในพื้นที่นั้นเป็นผู้รับผิดชอบในการดูแล แต่หากเกินขีดความสามารถ ศอฉ.จะจัดกำลังเข้าไปเสริมเพิ่มเติม นอกจากนี้ที่ประชุม ทางตำรวจได้รายงานถึงการจับกุมมือยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่า ใครเข้าไปเกี่ยวบ้าง แต่ในการดำเนินคดีจะต้องมีการดำเนินการที่ชัดเจน ส่วนกรณีที่มีผู้ต้องหาซักทอดว่า มีอดีตนายทหารอยู่เบื้องหลังนั้น ต้องถามเจ้าหน้าที่ที่ทำการสืบสวน นอกจากนี้ในที่ประชุม ทางกรมสอบสวนคเดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้มีการชี้แจงถึงความก้าวหน้าในคดีต่างๆ