ข่าว

รัฐสภาเดือดแก้รัฐธรรมนูญพ่นควายว่อน

รัฐสภาเดือดแก้รัฐธรรมนูญพ่นควายว่อน

26 พ.ย. 2553

รัฐสภาเดือดเข็นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรธน.ม. 93-98 หลังเจออุปสรรคหืดขึ้นคอ งูเห่าโผล่เสนอชื่อตัวเองนั่งกมธ. ด้าน "เพื่อไทย ไม่ยอมประท้วงหนัก ขู่ส่งศาลรธน.ตีความ ส่งผลมีพักการประชุม พ่น "ควาย" ว่อน พท.เดือดเสนอสอบจริยธรรม "ปิยะรัช" ด้าน “ลุงชัย”ยันให้งูเห่าออก

(25พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในช่วงการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาหลังจากลงมติในร่างที่ 3 แล้ว แต่ส.ส.พรรคเพื่อไทยไม่เสนอชื่อ แต่มีส.ส.พรรคเพื่อไทยบางส่วนได้เสนอชื่อ ส่งผลให้มีการประท้วง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นได้เกิดความวุ่นวายขึ้นอีกครั้งเมื่อนายปิยะรัช หมื่นแสน ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ซึ่งนั่งอยู่ในซีกของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นเสนอสัดส่วนกรรมาธิการในนามพรรคเพื่อไทย โดยมีส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ยกมือรับรองให้ ได้เสนอกรรมาธิการจำนวน 7 คน ได้แก่

 1. นายสมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.เชียงราย   2. นายนที สุทินเผือก ส.ส.สมุทรปราการ   3. นายจิรพันธ์ ลิ้มสกุลศิริรัตน์ 4. นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายกฯ 5. นายปิยะรัช หมื่นแสน ส.ส.ร้อยเอ็ด และ 6. นายกิตติ สมทรัพย์ ส.ส.ร้อยเอ็ด และ7.นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ   ส.ส.สัดส่วน   ซึ่งส.ส. 5 คนได้ย้ายมาทำกิจกรรมร่วมกับพรรคภูมิใจไทยนานแล้วยกเว้นนายกิตติ ขณะที่นายนิคมที่จะย้ายไปสังกัดพรรคประชาธิปัตย์

 เมื่อเป็นเช่นนี้ที่ประชุมจึงเกิดความวุ่นวายอย่างหนัก เนื่องจากส.ส.เนื้อแท้ของพรรคเพื่อไทยได้ตะโกนไม่ยอมรับการเสนอสัดส่วนดังกล่าว โดยนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. ขอให้ผู้เสนอรายชื่อกรรมาธิการในนามพรรคเพื่อไทยถอนชื่อออกเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อพรรคเพื่อไทย   เนื่องจากพรรคได้มีมติไม่ร่วมเป็นกรรมการฯในครั้งนี้ด้วย แต่ก็ยังมีบุคคลอ้างเป็นสมาชิกพรรค ยืนยันว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นตนจึงอยากให้บันทึกไว้เพื่อนำไปแจ้งต่อศาลรัฐธรรมนูญ   จึงขอให้ประธานทบทวนในเรื่องนี้ วันนี้สภาฯกำลังเอาชนะคะคานกัน   ทั้งที่ต้องการให้เกิดความปรองดองแต่วันนี้เป็นตัวอย่างที่จะไม่ทำให้เกิดความปรองดอง ตนเห็นว่าประธานกำลังโกหกสมาชิก

 เมื่อถึงช่วงนี้นายชัย ได้สวนขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวทันทีให้นายวิชาญถอนคำพูดที่กล่าวหาว่าประธานโกหก เมื่อนายวิชาญไม่ยอมถอนนายชัยจึงได้ปิดไมค์ไม่ให้พูด นายวิชาญจึงยอมถอนคำพูดในที่สุดและชี้แจงต่อโดยอ้างถึงหนังสือที่นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้านทำถึงประธานรัฐสภาในวันที่ 25 พ.ย.นี้ ยืนยันพรรคเพื่อไทยมีมติไม่ส่งบุคคลร่วมเป็นกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขดังกล่าว   หากผู้ใดแอบอ้างถือว่าไม่ใช่การเสนอในนามพรรคเพื่อไทย

 นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ได้ขอร้องว่า บุคคลทั้ง 7 ไม่ได้ทำกิจกรรมกับพรรคเพื่อไทยมานานแล้ว ถ้านายปิยะรัชไม่อยากเอาหน้าซุกดิน ขอให้ถอนการเสนอชื่อทั้งหมด   เพราะนายกิตติ สมทรัพย์ ส.ส.สัดส่วนแจ้งว่าถูกแอบอ้างชื่อกำลังเดินทางเข้ามายังรัฐสภาเพื่อยืนยันไม่เกี่ยวข้องด้วย

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แต่นายชัย ชิดชอบ ได้ตัดบทให้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เสนอแปรญัตติภายใน 15 วันท่ามกลางการประท้วงของส.ส.พรรคเพื่อไทย ตะโกนประท้วงลั่นห้องประชุม  จนทำให้นายชัยต้องเรียกรปภ.ให้เขาดูแลโดยระบุว่า มีคนอาละวาดในห้องประชุมให้มาดูแลด้วย จากนั้นนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ถ้าทำแบบนี้ตนจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพราะการทำแบบนี้ไม่ถูกต้องและคนที่เสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญไม่ใช่สมาชิกพรรคเพื่อไทย ไม่ได้ทำตามมติของพรรค ดังนั้นจึงไม่มีสิทธิ์ในการเสนอรายชื่อ ซึ่งการกระทำดังกล่าวหวังประโยชน์ฝ่ายเดียว และถ้าคิดเอาสัดส่วนไปประโยชน์แก่รัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลมันผิดหลักของรัฐธรรมนูญ และความยุ่งเหยิงในอนาคตเป็นอย่างไรหากใช้บรรทัดฐานแบบนี้ แบบนี้ไม่ชอบพรรคเพื่อไทยไม่ยอมและจะส่งศาลรัฐธรรมนูญแน่นอน

 อย่างไรก็ตาม มีส.ส.พรรคเพื่อไทยต่างลุกขึ้นอภิปรายตอบโต้อย่างต่อเนื่อง โดยกล่าวหารายชื่อทั้ง 7 รายชื่อในสัดส่วนพรรคเพื่อไทยว่าเป็นงูเห่า และรู้กันอยู่ว่าจะย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทยแล้วจะให้มาเสนอสัดส่วนในนามพรรคเพื่อไทยได้อย่างไรท่านต้องพิจารณา  

 ขณะที่นายสุวโรช พะลัง กล่าวว่า เมื่อเราลงมติเสร็จแล้ว และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญแล้วก็ขอให้ดำเนินการตามระเบียบวาระไปเลย

 จนท้ายที่สุดนายชัย ต้องสั่งให้วิปทั้ง 3 ฝ่ายไปหารือกัน แล้วสั่งพักการประชุมเป็นเวลา 10 นาที

 อย่างไรก็ตามระหว่างนั้นปรากฎว่าส.ส.พรรคเพื่อไทยยังคงจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความไม่พอใจนายปิยะรัช อย่างมาก   โดยนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ได้ตะโกนลั่นห้องประชุมว่า "หากทำอย่างนี้เป็นเผด็จการรัฐสภา อยู่กันไม่ได้แล้ว ยุบสภาไปเลย "พร้อมเดินออกจากห้องประชุมทันที

              ขณะที่ส.ส.พรรคเพื่อไทยอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเห็นนายปิยะรัช  ซึ่งเป็นผู้เสนอรายชื่อกรรมาธิการในนามพรรคเพื่อไทย อยู่ท่ามกลางส.ส.พรรคภูมิใจไทยก็เกิดอาการหมั่นไส้ โดยนายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ตะโกนด่า ว่า "ไอ้ควาย...   มึงเดินออกไปทำไม ไหนบอกว่าเป็นส.ส.เพื่อไทย แต่มึงเดินออกจากคอกพรรคภูมิใจไทย "   ทำให้ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยต้องกันตัวนายปิยะรัชออกจากห้องประชุม ขณะที่นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวก็อย่างอารมณ์เสียเช่นกันว่า "สภาฯควาย ต่อยแม่งเลย.."   นอกจากนั้นได้ถอดรองเท้าข้างหนึ่งขึ้นมาวางบนโต๊ะ พร้อมกล่าวว่า "กูจะถอดรองเท้าเขวี้ยงหน้าแม่ง...เลย"  พูดเสร็จก็สวมรองเท้ากลับตามเดิม ขณะที่ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยก็พยายามกันนายปิยะรัชออกจากห้องประชุมเช่นกัน

 ต่อมาเมื่อเวลา 18.35 น. ได้มีการเปิดประชุมร่วมรัฐสภาอีกครั้ง โดยมีนายชัยทำหน้าที่เป็นประธานเช่นเดิม  โดยนายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.อยุธยา พรรคเพื่อไทย  ประธานวิปฝ่ายค้าน ได้ขอให้นายกิตติ สมทรัพย์   ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ชี้แจงในฐานะที่ถูกนายปิยะรัช หมื่นแสน ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย   แอบอ้างชื่อเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 93-98 เกี่ยวกับวิธการเลือกตั้งส.ส.และสัดส่วนส.ส.   โดยนายกิตติ   กล่าวว่า   พรรคเพื่อไทยมีมติในการไม่ร่วมตั้งคณะกรรมาธิการฯหากมีการคว่ำร่างคปพร. แต่ปรากฎว่านายปิยรัชแอบอ้างชื่อตนไปเสนอชื่อคณะกรรมาธิการร่วมฯ จึงขอให้ประธานดำเนินการด้วย

            ด้านนายชัย กล่าวว่า กระบวนการเสร็จสิ้นไปแล้ว ต้องให้กรรมาธิการฯลาออกจากการเสนอรายชื่อ  จากนั้นนายชัยได้ถามหาคณะกรรมาธิการร่วมฯในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยที่ถูกเสนอชื่อว่าอยู่หรือไม่    ซึ่งปรากฎว่าไม่ได้อยู่ในที่ประชุม ซึ่งทำให้นายชัยกล่าวว่าเอาอย่างนี้ตนจะขอรับผิดชอบ ให้เอาชื่อคณะกรรมากรร่วมกันฯที่นายปิยะรัช เสนอลาออกทั้งหมด

            ซึ่งนายวิชาญ มีนชัยนันท์   ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ได้เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการจริยธรรมเพื่อสอบสวนว่านายปิยรัชแอบอ้าง นำรายชื่อคณะกรรมาธิการร่วมฯมาเสนอโดยเจ้าตัวไม่ยินยอม

            นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์  ส.ส.นครปฐม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนเป็นประธานจริยธรรมของพรรค ซึ่งตนรู้ว่าตัวเองเป็นคนใจอ่อน เพราะอะไร เพราะตนรู้ว่ามีหลายใครที่ส.ส.ในพรรคเสนอชื่อตัวเองเป็นกรรมธิการ   โดยไม่สนมติพรรค ซึ่งวันนี้ความใจอ่อนกลับมาฆ่าตนเอง และวันนี้เป็นความผิดของตนที่ปล่อยปละ แต่เรื่องนี้ใจอ่อนไม่ได้เพราะเป็นเรื่องในรัฐสภา วันนี้ทำไม่ได้ต้องขอให้ประธานดูระเบียบในสภาฯและขอให้ประธานรัฐสภาดูมติของพรรคเพื่อไทย เพราะตนได้ทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรถึงประธานรัฐสภา ไม่เช่นนั้นระบบเราจะอยู่ตรงไหน เราจะอยู่หรือไม่สภาฯต้องอยู่  จะลาออกหรือไม่ลาออกไม่ใช่เรื่องสำคัญแต่สภาฯต้องอยู่

            ขณะที่ส.ว.ต่างแสดงความห่วงใยและไม่อยากให้ใช้เวทีรัฐสภาในการเล่นการเมือง โดยนางนฤมล ศิริวัฒน์ ส.ว.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า มันไม่มีการเคารพกัน ในรัฐสภา ได้มีการแจ้งเมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้วว่าจะลดคณะกรรมาธิการฯจาก 45 คนเป็น 24 คน ซึ่งทำแบบนี้มันไม่โปร่งใส และทำให้พวกเราไม่สบายใจว่าเป็นเครื่องมือของพรรคการเมืองหนึ่งหรือไม่  

            ขณะที่นายวิทยา บุรณศิริ   ส.ส.อยุธยา   พรรคเพื่อไทย   ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า วันนี้มีขบวนการที่ไม่ชอบมาพากล ตนขอขอบคุณวุฒิสมาชิกที่เห็นในสิ่งที่ตนเห็นเหมือนกับท่าน   ซึ่งเมื่อพรรคเพื่อไทยไม่ต้องการเสนอสัดส่วนคณะกรรมาธิการฯก็เป็นสิทธิ์ของพรรค

            โดยนายชัย ยืนยันว่า ตนจะให้ทั้ง 7 คนลาออก และถือว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้ส่งชื่อคณะกรรมาธิการร่วมฯในสัดส่วนพรรคเพื่อไทยทั้ง 7 คนและจะถือว่าทั้งหมดได้ลาออกจากคณะกรรมาธิการร่วมฯแล้วและจะให้ทำหนังสือลาออกภายหลัง

            ขณะที่นายตวง อันธะไชย ส.ว.สรรหา   กล่าวว่า ส.ว.พยายามอดทนอดกลั้นแม้จะกลืนเลือดตัวเอง ข้อเสนอของเราคือเราต้องการเดินไปข้างหน้า   และรัฐสภาสามารถผ่านวิกฤตไปได้   ขณะที่นายประยุทธ์   ศิริพานิชย์   ส.ส.มหาสารคาม   พรรคเพื่อไทย   กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการฆาตกรรมพรรคการเมือง ท่านเคยได้ยินกินบนเรือนขี้บนหลังคาหรือไม่   พฤติกรรมของคน 7 คนนี้เหมือนพรรคเพื่อไทยถูกปล้นแล้วเอาคนในครอบครัวไปข่มขืน ดังนั้นประธานรัฐสภาต้องหาทางออก หรือว่าจะใช้ข้อบังคับข้อ 5 ก็ได้ในการก่อให้เกิดความเรียบร้อยในที่ประชุม ไม่ใช่ปล้นไปแล้วก็ปล่อยไป ข่มขืนไปแล้วก็ปล่อยไปไม่ได้   ขณะที่นายชัย กล่าวว่า ตนบอกไปแล้ว ว่าจะให้ถือว่า 7 คนลาออกและขอยุติเพียงแค่นี้ใครไม่พอใจก็ให้ยุติกันที่ศาลรัฐธรรมนูญ

            สุดท้ายเมื่อหาข้อสรุปไม่ได้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ได้ลุกขึ้นหารือว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเราสามารถอะลุ่มอะลวยได้ เมื่อพรรคเพื่อไทยบอกว่าต้องให้เป็นไปตามมติของพรรคเพื่อไทยก็ควรทำแบบนั้น ซึ่งถ้าเรายอมรับว่าวันนี้พรรคเพื่อไทยไม่ใช่สิทธิ์ในคณะกรรมาธิการร่วมฯก็ขอให้พักการประชุมอีก 5 นาที เพื่อไปตรวจสอบคณะกรรมาธิการร่วมฯว่าตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับเป็นอย่างไร ซึ่งหากยกเว้นข้อบังคับได้ตนก็ไม่ขัดข้องและจะให้ยกเว้นข้อบังคับการประชุม   ซึ่งประธานวิปฝ่ายค้านก็ยังยืนยันว่า   พรรคเพื่อไทยไม่ได้เสนอชื่อคณะกรรมาธิการร่วมฯแต่แรก ดังนั้นไม่ต้องหารือ

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อมาถึงตรงนี้นายชัยได้สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการนับคะแนนฯ และให้พิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ที่รัฐบาลเสนอ แต่ส.ว.หลายคนได้ทักท้วงว่ายังไม่ได้ข้อสรุป ซึ่งนายชัย กล่าวว่า ตอนนี้คนที่ถูกเสนอชื่อเป็นกรรมาธิการร่วมฯได้ลาออกไปแล้ว 1 คนและภายในวันพรุ่งนี้ทั้ง 6 คนก็จะลาออกทั้งหมด

 ร่างแก้ไขม.190ฉลุยหลัง“เพื่อไทย”วอล์คเอาท์

 จากนั้นเวลา 20.10 น.ที่ประชุมรัฐสภาได้มีการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ตามที่ครม.เสนอ ทั้งนี้ปรากฎว่าส.ส.พรรคเพื่อไทยได้วอล์คเอาท์ออกจากห้องประชุมทั้งหมดเหลือเพียงพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.นนทบุรี เท่านั้นที่นั่งเป็นตัวแทน และโหวตไม่รับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรานี้ อย่างไรก็ตาม ภายหลังการนับคะแนนกว่าหนึ่งชั่วโมงนั้น ที่ประชุมได้มีมติรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ด้วยคะแนนเสียง 354 ต่อ 19 เสียง และงดออกเสียง 17 เสียง

 จากนั้นนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ได้เสนอญัตติให้ที่ประชุมยกเว้นข้อบังคับที่ 95 ให้ตั้งสมาชิกรัฐสภาร่วมเป็นคณะกรรมาธิการ 45 คนและกำหนดแปรญัตติ 15 วันโดยมีสัดส่วน ส.ว. 11 คนและส.ส. 34 คนแบ่งเป็นพรรคประชาธิปัตย์ 19 คน พรรคภูมิใจไทย 4 คน พรรคเพื่อแผ่นดิน 4 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 3 คน พรรครวมชาติพัฒนา   พรรคกิจสังคม พรรคมาตุภูมิ และพรรคประชาราช พรรคละ 1 คน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบนั้นพบว่า ส.ว.ส่วนใหญ่ได้ให้การสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 มีเพียงจำนวน 18 คนที่ไม่รับร่างดังกล่าว อาทิ   1. นางกอบกุล พันธ์เจริญวรกุล ส.ว.สรรหา   2. พล.ต.ต.เกริก กัลยาณมิตร ส.ว.สรรหา   3. นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ส.ว.ราชบุรี 4. นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา 5 . นายจารึก อนุพงษ์ ส.ว.สรรหา   6. นายถาวร ลีนุตพงษ์ ส.ว.สรรหา 7. นายธวัช บวรวนิชยกูร ส.ว.สรรหา   8. นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา   9. นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา   10. นางยุวดี นิ่มสมบุญ ส.ว.สรรหา   11. น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. 12. นายวรินทร์ เทียมจรัส ส.ว.สรรหา 13. น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี   14. นายสุเมธ ศรีพงษ์ ส.ว.นครราชสีมา 15. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว.สรรหา  16. พล.ร.อ.สุรศักดิ์ ศรีอรุณ ส.ว.สรรหา 17. นายอโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ ส.ว.สรรหา และ 18. นายอิทธิพล เรืองวรบูรณ์ ส.ว.สรรหา

 สำหรับในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลนั้น ปรากฎว่ามีส.ส.ไม่อยู่ในที่ประชุมหลายคนเช่นกัน อาทิ นายวิรัช รัตนเศรษฐ์ ส.ส.นครราชสีมา พรรครวมชาติพัฒนา นพ.อลงกต มณีกาศ ส.ส.นครพนม พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก นายสมเกียรติ ศรลัมภ์ นพ.วัลลภ ไทยเหนือ นายถิรชัย วุฒิธรรม ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธปัตย์   และนายปิยะรัช หมื่นแสน ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย

เพื่อไทยตอบโต้รัฐบาลยื่นศาลรธน.ฟ้อง"ชัย"

   เมื่อเวลา 20.20 น.นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. เเละนายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย เเถลงข่าวกรณีที่การตั้งกมธ.วิสามัญ เเก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา93-98   โดยมีการนำ 7 ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่ไปร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคอื่นมาเป็นกมธ.โดยที่ขัดกับมติพรรค โดยนายวิชาญกล่าวว่า ตนหารือกับนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม ในฐานะประธานจริยธรรมส.ส.พรรคเพื่อไทยเเล้ว เเละได้เรียกประชุมคณะกรรมการจริยธรรมพรรค เพื่อดำเนินการพิจารณาเรื่องนี้

 นายวิชาญกล่าวว่า ส่วนการพิจารณาเเก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่มีปัญหานั้น พรรคจะดำเนินการทางกฎหมายโดยจะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ ในเรื่องการเสนอชื่อเเละวิธีปฏิบัติ เพราะตนเตือนนายชัยในการเเทรกเเซงการทำงานของพรรคเพื่อไทยในที่ประชุมสภาไปเเล้ว ส่วนการพิจารณาเเก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 นั้น พรรคไม่สามารถร่วมพิจารณาได้ เพราะเจตนาของฝ่ายรัฐบาลไม่มีความบริสุทธิ์ใจตั้งเเต่เเรก เเละยังดำเนินการเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ในการเเก้ไขโดยวางเเผนไว้เเล้ว ตนไม่นึกว่าการกระทำเเบบนี้จะใช้สภาในการกระทำที่ไม่ชอบ เเละพรรคจะไม่ส่งส.ส.ไปเป็นกมธ.ร่างฉบับนี้ด้วย

"พมธ."สลายตัวนัดใหม่11ธ.ค.สะพานฆัมวานฯ  

ที่ด้านหน้าอาคารรัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เมื่อเวลา 21.30 น. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายพิภพ ธงไชย และสมศักดิ์ โกศัยสุข ได้ขึ้นเวทีชั่วคราวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย  โดยจำลอง กล่าวว่า ผลการลงมติแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 190 เป็นอย่างที่ได้คาดไว้ ซึ่งเราไม่ต้องตกใจ ไม่ต้องวิตก กังวลอะไรทั้งนั้น ดังนั้นหากเราปกป้องดินแดนไทยไม่ได้เราก็ไม่เลิก และในวันที่ 11 ธ.ค.  พธม.ต้องมาร่วมชุมนุมเพื่อช่วยกันปกป้องดินแดน เพื่อให้รัฐบาลถอนข้อตกลงร่วมจีบีซี ไทย-กัมพูชา และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 190 จะต้องตกไป เพราะ 29 ปีที่ผ่านมา มีกฎหมายฉบับหนึ่งผ่านสภา 3 วาระ ก็ยังทำให้กฎหมายฉบับนั้นตกไปได้ นั้นการซ้อมใหญ่ 3 วันที่ผ่านมานี้จบด้วยความเรียบร้อย จากนั้นในเวลา 21.45 น. กลุ่มพธม.ได้ประกาศยุติการชุมนุม และได้นัดรวมตัวกันใหม่ในวันที่ 11 ธ.ค. ที่สะพานฆัมวาน รังสรรค์