
เร่งติดเขี้ยวเอสเอ็มอีรับ"บาทแข็ง"ห่วงปีหน้าค่าเงินทะลุ27บาทต่อดอลล์ฉุดส่งออก
เร่งเพิ่มขีดแข่งขันเอสเอ็มอีไทย รับมือเงินบาทแข็งค่าในปีหน้า ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจหอการค้าฯ มองเงินบาทอาจแข็งถึง 26-27 บาทต่อดอลล์ ขณะที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ฉุดส่งออกอาจโตต่ำกว่า 10% จี้รัฐหามาตรการรับมือ
นายวุฒิชัย ดวงรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กล่าวในงานสัมมนา “เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันเอสเอ็มอีไทย” ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการเพื่อการส่งออก ว่ากรมส่งเสริมการส่งออกกำลังเร่งหาแนวทางเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เพื่อช่วยเหลือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงินบาท โดยจะผลักดันให้เอสเอ็มอีที่มีศักยภาพสามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศไทย และมั่นใจว่าแม้เงินบาทจะแข็งค่า แต่การส่งออกในปีหน้าจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 10% หรือมูลค่าเกินกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ศูนย์มองว่าในปีหน้าเศรษฐกิจไทยจะเติบโต 4% เนื่องจากเป็นห่วงว่าเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวดีและเศรษฐกิจจีนเริ่มชะลอตัว และยิ่งไปกว่านั้น อัตราแลกเปลี่ยนจะมีความผันผวนมาก โดยเฉพาะค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น อาจจะอยู่ที่ 26-27 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะทำให้การส่งออกขยายตัวได้ไม่ถึง 10% อาจเหลือเพียง 8% เท่านั้น ดังนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหามาตรการแทรกแซงการกำไร รวมทั้งมาตรการภาษีเข้ามาดูแล
"ภาครัฐต้องเร่งผลักดันให้เอสเอ็มอีไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น พร้อมทั้งเร่งหามาตรการเสริมสภาพคล่อง โดยปีหน้าเชื่อว่าแนวทางที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตจะอยู่ที่กำลังซื้อในประเทศ และการท่องเที่ยวในกลุ่มอาเซียนกันเอง" นายธนวรรธน์กล่าว
ด้านนายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช กรรมการและประธานกรรมการ ธนาคาร ซีไอเอ็มบีไทย กล่าวว่า แนวโน้มค่าเงินบาทในปี 2554 มีโอกาสแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 28 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จะส่งผลต่อการส่งออกในปีหน้าให้มีอัตราการขายตัวชะลอลง และไม่ร้อนแรงเท่ากับปีนี้ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความเปราะบางจากปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐเอง รวมถึงประเทศกลุ่ม PIGS ยังมีปัญหาหนี้ และญี่ปุ่นเองก็ยังคงต้องการการอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนจีนเองก็พยายามลดความร้อนแรงทางเศรษฐกิจลง ดังนั้นจึงคาดว่าเศรษฐกิจไทยปีหน้าคงจะขยายตัวได้ 3-5%



