ข่าว

ภัยชาวบ้าน...เปิดโฉม ตร.นอกรีต

ภัยชาวบ้าน...เปิดโฉม ตร.นอกรีต

03 เม.ย. 2552

โจรชั่วเพราะเกิดมาเป็นโจรโดยสันดานชั่ว แต่ตำรวจนอกรีตอาศัยตำแหน่งหน้าที่การงานรีดนาทาเร้นผู้บริสุทธิ์ ต้องเรียกว่าชั่วยิ่งกว่าชั่ว เพราะโจรถึงจะชั่วก็ชั่วอย่างโจร ใครถูกจี้ปล้นก็เดือดร้อนกันไป ทว่าตำรวจเมื่อชั่วโดยหัวใจชั่วแล้ว คนดีคนบริสุทธิ์อีกสักกี่คน

ลองคิดดูหากเดินอยู่ดีๆ มีคนมาขอตรวจค้น อ้างเป็นตำรวจ ไม่บอกยศ บอกตำแหน่งแห่งหน ทั้งสังกัดแห่งตน แล้วจู่ๆ ยาเสพติดจากไหนไม่รู้มาอยู่ในกระเป๋าหน้าตาเฉย บอกให้จับส่งโรงพักก็อิดออด ขู่ฆ่า สุดท้ายก็หนีไม่พ้นไถเงินแลกอิสรภาพ ใครไม่โดนคงไม่รู้เหมือนกับที่ "ณัฐพงษ์ ภิรมย์รักษ์" กับ "ปวริศา ชัยเดช" ประสบมาแล้ว

 ราวหนึ่งทุ่ม 18 มีนาคม ณัฐพงษ์ และ ปวริศา นักศึกษาชั้นปี 2 คณะศิลปศาสตร์วิทยาศาสตร์ เอกรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเอเชีย กำลังจะขึ้นรถทัวร์กลับบ้านที่เมืองคอน ณ สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ แขวงและเขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ จู่ๆ ก็ถูกชาย 2 คนจับกุมหาว่ามียากล่อมประสาท 50 เม็ด และกัญชา 1 ห่อ แล้วถูกรีดเงินแลกเปลี่ยนกับการไม่ดำเนินคดี 2 หมื่นบาท

 หลังจากถูกปล่อยตัว ณัฐพงษ์เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชัน และตามหาคนร้ายที่สายใต้ใหม่ด้วยตนเอง นอกจากจะยืนยันความบริสุทธิ์แล้ว ยังเป็นการเปิดโปงพฤติกรรมชั่วของตำรวจชั่วๆ ด้วย

 "ผมไม่กลัว ถ้าผิดก็จับผมไปเลย แต่ผมไม่มียากล่อมประสาทและกัญชา ผมจำหน้าคนที่อ้างเป็นตำรวจทั้ง 2 คนได้ดี เพราะผมถูกคุมตัวอยู่ในรถและถูกข่มขู่อยู่นาน 3 ชั่วโมง จนแม่โอนเงินเข้าบัญชีผม แล้วจึงให้เพื่อนหญิงที่กำลังจะกลับบ้านด้วยกันไปกดเงิน โดยมีหนึ่งในคนที่อ้างเป็นตำรวจเดินตามประกบไปด้วย พอได้เงินเขาก็ปล่อยผม แต่ผมคิดว่ามันไม่ถูกต้อง ถ้าคิดว่าผมมีสิ่งผิดกฎหมายจริงก็เอาผมไปโรงพักสิ ไม่ใช่ทำแบบนี้" ณัฐพงษ์ กล่าวกับ "คม ชัด ลึก"

 หลังรับแจ้งความ ชุดสืบสวน สน.ตลิ่งชัน ตรวจสอบทะเบียนรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน สษ 9013 กรุงเทพมหานคร ที่คนร้ายใช้ ผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นบริษัทไฟแนนซ์ ส่วนผู้ครอบครองเป็นในรูปแบบบริษัท จึงสันนิษฐานว่าคนร้ายติดทะเบียนปลอม

 เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ ภายในสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ รวมถึงบนลานจอดรถชั้น 2 โซนเอ็ม 9 ที่ใช้เป็นสถานที่ควบคุมตัวก็ต้องพบกับความผิดหวัง เนื่องจากกล้องแต่ละจุดไม่สามารถจับภาพคนร้าย หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เลย ชุดสืบสวนเริ่มมั่นใจว่าคนร้ายอาจจะเป็นตำรวจจริง เพราะรู้เทคนิคในการหลบมุมกล้อง

 ขณะที่ณัฐพงษ์เองเมื่อรู้จากตำรวจว่าคนร้ายอาจจะเป็นตำรวจจริง เขาจึงตัดสินใจชักชวนเพื่อนรุ่นพี่ไปที่สายใต้ใหม่ออกค้นหาคนร้ายด้วยตัวเอง ระหว่างเดินค้นหาโชคก็เข้าข้าง เมื่อเขาจดจำผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในสายใต้ใหม่ได้ดี จึงชี้ให้พี่ๆ ดูแล้วหลบไปโทรแจ้งชุดสืบสวน แต่กว่าตำรวจจะมาถึงคนร้ายก็ไม่อยู่เสียแล้ว

 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับณัฐพงษ์ไม่ใช่เพิ่งเคยเกิดขึ้น ก่อนหน้านี้ตำรวจตลิ่งชันเคยรับแจ้งเหตุลักษณะนี้มาบ่อยครั้ง หลายครั้งจับคนร้ายไม่ได้ เพราะผู้เสียหายจดจำตำหนิรูปพรรณไม่ได้ แต่ตามแนวทางการสืบสวนที่มีอยู่นั้น ยืนยันได้ว่ามีข้าราชการตำรวจที่ยังรับราชการอยู่มีพฤติกรรมนอกรีตลักษณะนี้อยู่จริง จึงนำภาพถ่ายมาให้ณัฐพงษ์ได้ดู

 เมื่อเห็นภาพถ่ายชาย 2 คนจากที่มีอยู่จำนวนหนึ่ง ณัฐพงษ์ไม่ลังเลที่จะชี้ตัวยืนยัน โดยคนแรกคือ จ.ส.ต.ถวิล ม่วงเกศา ผบ.หมู่งานสืบสวนปราบปราม สน.บางขุนนนท์ กับ ด.ต.ธนะชัย ต่ายจันทร์ ผบ.หมู่ฝ่ายปฏิบัติการพิเศษ บก.ป.

 หลักฐานที่ได้มาทำให้ชุดสืบสวนมั่นใจยิ่งขึ้น เลยย้อนกลับไปดูกล้องวงจรปิดที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่อีกครั้ง โดยเน้นไปที่กล้องวงจรปิดบริเวณตู้เอทีเอ็มที่ผู้เสียหายหญิงไปกดเงินออกมาให้คนร้ายแล้วก็เจอแจ็กพอต เมื่อกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์นี้เอาไว้ได้ โดยในบริเวณใกล้เคียงมีหนึ่งในคนร้ายที่เป็นตำรวจยืนอยู่ห่างๆ

 จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่คนหนึ่งในสายใต้ใหม่วัย 43 ปี เกี่ยวกับมาเฟียสายใต้ใหม่ เขาชี้ปักเอาตรงๆ ว่ามาเฟียตัวจริงไม่ใช่ใครที่ไหน คือ ตำรวจนั่นเอง !?!

 เจ้าหน้าที่คนเดิมแจกแจงว่า ที่นี่เป็นแหล่งทำมาหากินของตำรวจนักบิน ที่คอยรีดไถเงินจากผู้บริสุทธิ์ ด้วยพฤติการณ์ยัดยาเสพติด โดยจะเดินปะปนอยู่กับผู้โดยสารคอยสังเกตเลือกเอาบรรดาวัยรุ่นและคนที่อายุไม่มาก แต่งตัวเซอร์ๆ ผอมแห้งแรงน้อยคล้ายคนติดยา จากนั้นก็เริ่มลงมือปฏิบัติการ...ผิดกฎหมาย

 "บางคนเข้าไปขอตรวจค้นเอาดื้อๆ แล้วถือโอกาสยัดยาเลย บางคนอาจให้ลิ่วล้อเดินตามประกบ สบโอกาสก็ยัดยาเสพติด แล้วจึงขอตรวจค้นภายหลัง พอเจอยาก็รีดไถเงิน ไม่พาไปโรงพัก ไม่เฉพาะเรื่องยาเสพติด แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายก็โดน เรื่องนี้มันมีมาตั้งแต่สายใต้เก่ามาถึงสายใต้ใหม่ก็ยังมีพวกนี้หากินอยู่ กรณีที่เกิดกับสองนักศึกษาถือเป็นการเปิดโปงความชั่วร้ายของตำรวจนักบินได้เป็นอย่างดี"

 สำหรับนักบินที่เจ้าหน้าที่คนนี้พบเห็นอยู่บ่อยครั้ง ส่วนใหญ่เป็นหน่วยกำลังหลักๆ ในกรุงเทพฯ มีกำลังพลเป็นของตัวเองบ้าง มีภารกิจเฉพาะด้านบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นหน้าเดิมๆ มีไม่กี่คน

 เมื่อสอบถามไปยังตำรวจตลิ่งชันนายหนึ่ง ยอมรับว่า เรื่องนี้มีมานานแล้ว คดีไหนผู้เสียหายจำหน้าไม่ได้ก็ตามตัวยาก เท่าที่มีข้อมูลอยู่มีตำรวจนอกรีตบางคนจากหลายหน่วยเข้ามาสร้างความเดือดร้อนที่นี่