
เร่งแก้สลากเกินราคาก่อนเก็บภาษีคลังแนะรื้อระบบเปิดช่องขายตรง
สรรพสามิตตั้งคณะทำงานร่วมกองสลาก หวังเร่งแก้ปัญหาขายสลากเกินราคาก่อนเก็บภาษี ด้าน "กรณ์" หนุนภาษีบาปแต่จี้ปรับระบบการขายสลากใหม่ แนะขายตรงให้ประชาชน พร้อมหนุนใช้เครื่องแทนเดินขาย
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า เตรียมตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างกรมสรรพสามิตและสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อพิจารณาการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสลากกินแบ่งรัฐบาล รวมถึงพิจารณาปัญหาการขายสลากเกินราคาและหาช่องทางการขายสลากในอนาคต เพื่อให้สลากเข้าถึงมือประชาชนโดยตรง
“ภาษีสรรพสามิตเก็บจากกพฤติกรรมการบริโภค ฉะนั้นจะต้องเปลี่ยนพฤติกรรม ถ้าเก็บผ่านคนกลางก็ไม่สะท้อนต้นทุนภาษีที่แท้จริง” นายพงษ์ภาณุกล่าว
ทั้งนี้ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมประชุมกับผู้บริหารระดับสูงและเห็นด้วยกับข้อเสนอถึงแผนการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับสลากกินแบ่งรัฐบาล เพราะสลากถือเป็นสินค้าบาปที่อยู่ในขอบข่ายควรเสียภาษีสรรพสามิต โดยมองว่าภาระภาษีที่จะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย หรือ 2 บาทต่อฉบับนั้น ไม่ได้เป็นปัญหาต่อผู้บริโภค แต่ปัญหาที่พบในขณะนี้ คือการขายสลากเกินราคาเป็นจำนวนมาก และทำให้ประชาชนผู้ซื้อได้รับผลกระทบมากกว่า จึงมอบนโยบายให้สำนักงานสลากฯ ไปพิจารณาแก้ไขปัญหาก่อนจะพิจารณาถึงการจัดเก็บภาษี
สำหรับวิธีการแก้ปัญหาคือต้องแก้กฎหมายเรื่องการขายขาด และเรื่องเงินนำส่งเข้ารัฐ โดยสำนักงานสลากฯ จะต้องเข้าระบบลอตโต้ ซึ่งรางวัลจะขึ้นอยู่กับการขาย ส่วนรายได้ คนซื้อเยอะก็ขายได้เยอะ เมื่อเปลี่ยนระบบขายตรงให้ประชาชนได้โดยอาจใช้ระบบตู้ หรือมีเครื่องให้คนเดินขายได้และสามารถปริ๊นท์ออกมาเป็นสลิปก็จะทำให้รายย่อยมีเครื่องขาย แทนที่จะเป็นแผงไม้ซึ่งจะไม่มีปัญหาเรื่องคนไม่มีงานทำ
“ได้คุยกับ รมช.ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์แล้วว่าเราอยากทำนำร่องก่อน แต่ต้องมีผู้รับความเสี่ยง สมมติขายตรงขายไม่หมดใครจะรับ ซึ่งน่าจะทำได้ในสลากการกุศล ราคาไม่ตายตัว ยืดหยุ่น ระดับความเสี่ยงมี แต่ลดหน่อย แต่ก็ต้องมีช่องทางการขาย เช่น ตู้ที่มีอยู่ เรื่องนี้ได้ปรึกษากับนายกฯ แล้ว เพราะเป็นการขายสินค้าตัวเดิม ไม่ได้ผลิตใหม่” นายกรณ์กล่าว



