
ลีลาตลกเฒ่าร้อยเล่ห์
การลงมติของรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญจำนวน 4 ฉบับ เสร็จสิ้นลงแล้ว "รับหลักการ" เพียง "2 ร่างฉบับรัฐบาล"
ผ่านแบบหืดขึ้นคอแม้ว่าจะร่วมกันวางหมากของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติหลายชั้นแต่ก็ยังทำให้ "รัฐบาล" ลุ้นกันเหนื่อย
ชั้นเชิงการเมืองในสภาต้องยกให้ "พรรคประชาธิปัตย์" ที่เก็บรายละเอียดแก้เกมทุกเม็ด เพื่อหวังผลให้บรรลุเป้าหมาย
ตั้งแต่การจัดลำดับก่อนหลังของร่าง พ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ "นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" อภิปรายเปิดใจเสนอ 2 ร่างฉบับรัฐบาล ทำให้บรรดา "แม่ยก-พ่อยก" เปลี่ยนใจมาสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับรัฐบาลในนาทีสุดท้าย หรือแม้กระทั่งขั้นตอนการลงมติรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างชิงไหวชิงพริบ
แต่เหนืออื่นใดผู้ที่ทำหน้าที่โดดเด่น "เอื้อ" รัฐบาลมากที่สุดคงไม่พ้น "ประธานรัฐสภา" ชัย ชิดชอบ เจ้าของฉายา "ตลกเฒ่าร้อยเล่ห์" เป็นผู้มีส่วนสำคัญทำให้การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญจำนวน 4 ฉบับ ตลอด 2 วันผ่านไปด้วยดี
แม้จะมีบางช่วงเสนอนับองค์ประชุมฝ่ายรัฐบาลทำท่าจะเพลี้ยงพล้ำ แต่ "ปู่ชัย" กลับทำให้สถานการณ์ผ่านพ้นไปด้วยดี
โดยเฉพาะการประชุมวันที่ 2 มีการอภิปรายใช้คำพูดเสียดสีพาดพิงกันจนประท้วงกันเป็นระยะ จนมีสมาชิกพรรคเพื่อไทยเสนอให้มีการนับองค์ประชุม หากประเมินด้วยสายตาไม่น่าจะมีสมาชิกครบองค์ประชุม
ซึ่งขณะนั้น "ประสพสุข บุญเดช" ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประชุมการประชุมได้สั่งพักการประชุม 10 นาที
หลังพักการประชุมปรากฏว่า "ปู่ชัย" ได้นั่งบัลลังค์ทำหน้าที่ประธานการประชุมแทน "ประสพสุข" โดยพยายามไกล่เกลี่ยขอให้สมาชิกพรรคเพื่อไทยถอนข้อเสนอการนับองค์ประชุม เพื่อให้การประชุมเดินต่อไปได้ แต่เมื่อสมาชิกเพื่อไทยยังยืนยันไม่ยอมถอนขอเสนอดังกล่าวจึงต้องมีการนับองค์ประชุม
ทำให้สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เสนอขอนับองค์ประชุมแบบ "ขานชื่อ" ซึ่งทางการเมืองรู้ว่าเป็นการ "ถ่วงเวลา" เพื่อให้เพื่อนสมาชิกที่อยู่ระหว่างเดินทางมาประชุมมาทันการนับองค์ประชุม
โดย "ปู่ชัย" ใช้เวลากดออดเรียกสมาชิกเข้าห้องประชุมซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง พร้อมกับประกาศให้สมาชิกที่ประชุมคณะกรรมาธิการตามห้องต่างๆ ปิดการประชุมก่อน เพื่อมาแสดงตนในห้องประชุมโดยใช้เวลาช่วงนี้เป็นเวลาเกือบ 10 นาที
ทำให้ "วิทยา บุรณศิริ" ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ลุกขึ้นติติงการทำหน้าที่ของ "ปู่ชัย" ที่ล่าช้าและเอื้อต่อรัฐบาล พร้อมกับเปรียบเทียบกับการลงมติ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกที่ถูก "คว่ำกลางสภา" ไม่ล่าช้าเหมือนครั้งนี้
ทำให้ "ปู่ชัย" สั่งให้เจ้าหน้าที่เริ่มดำเนินการนับองค์ประชุมแบบ "ขานชื่อ" ปรากฏว่ามีสมาชิกมาร่วมประชุม 378 คน ถือว่าครบองค์ประชุม "ปู่ชัย" จึงเสนอให้ลดเวลาการอภิปรายลงมา เนื่องจากเสียเวลาในการนับองค์ประชุมไปกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง
ถือว่าการทำหน้าที่ของ "ปู่ชัย" ในครั้งนั้นได้ช่วยวิกฤติ "สภาล่ม" อย่างหวุดหวิด!
สำหรับวันลงมติในวันที่ 25 พฤศจิกายน "ปู่ชัย" ได้โชว์ความ "เก๋าเกมการเมือง" ระหว่างทำหน้าที่ประธานการประชุมได้เสนอจะเรียกชื่อ ส.ส.ทีละคนแล้วให้บอกว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 4 ฉบับแปลความง่ายๆ คือ "ขานชื่อครั้งเดียว" แล้วให้ "ลงมติ" ครั้งเดียวรวมกันทั้ง 4 ฉบับ โดยอ้างว่าไม่ให้ที่ประชุมเสียเวลา
แต่นักการเมืองด้วยกันรู้ดีว่าข้อเสนอของ "ปู่ชัย" เป็นการดึง ส.ส.ให้อยู่ในห้องประชุม เพื่อป้องกันองค์ประชุมไม่ครบ
แต่ "ฝ่ายค้าน" แย้งว่าเมื่อเริ่มประชุมได้ตกลงกันไว้ให้แยกพิจารณาทีละร่าง เมื่อลงมติก็ให้ลงมติแยกเช่นกัน จากนั้นที่ประชุมก็อภิปรายสนับสนุนและคัดค้านต่อมติดังกล่าว
บรรยากาศการประชุมเริ่มเคร่งเครียดขึ้นจนมีสมาชิกเสนอญัตติต่อที่ประชุม "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง" ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย จึงยกมือขออภิปราย "ปู่ชัย" จึงทำลายบรรยากาศโดยกล่าวว่า "อีก 10 ปี ให้อดีตนายกฯ เชิญ ร.ต.อ.เฉลิม" ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมผ่อนคลายลง พร้อมกับมีเสียงหัวเราะขึ้นมาแทน
ร.ต.อ.เฉลิม อภิปรายว่า การลงมติรัฐบาลชนะ ขอยืนยันว่าฝ่ายค้านจะไม่มีการวอล์กเอาท์ ซึ่งลงมติทีละฉบับ แล้วดูว่าสมาชิกเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยจะดีกว่า แล้วหากใครติดธุระ มีภารกิจอะไร ก็ออกไปได้ การลงมติทีละร่างจะเป็นจะตายตรงไหน เพราะต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาอยู่แล้ว จึงทำให้ "ปู่ชัย" ขอให้สมาชิกถอนมติดังกล่าว
โดย "ปู่ชัย" พูดดักคอไม่มีการวอล์กเอาท์ให้ลงมติทีละฉบับ เพราะเชื่อ ร.ต.อ.เฉลิม พูดคำไหนคำนั้น จะเสียเวลาก็เสียไป ทำให้ "ร.ต.อ.เฉลิม" ถึงกับยิ้มเพราะไม่คิดว่า "ปู่ชัย" จะเล่นไม้นี้
จากนั้นการลงมติร่าง พ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับ จึงเริ่มขึ้น ทั้งหมดถ้าไม่ได้ "ตลกเฒ่าร้อยเล่ห์" อย่าง "ปู่ชัย" รับรองว่า "รัฐธรรมนูญทั้ง 4 ฉบับ" อาจไม่ผ่านที่ประชุมรัฐสภาทั้งหมด!
สมถวิล เทพสวัสดิ์



