
กรีฑาเน้นรับ-ส่งไม้หวังลุ้นเหรียญ
ด้านความเคลื่อนไหวทีมกรีฑาไทย ซึ่งมีคิวเข้าชิงเหรียญทองทีมวิ่งผลัด 4x100 เมตรทั้งชายและหญิง ในวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
ทีมไต้ฝุ่นได้ก็ได้ฝึกซ้อมกันอย่างหนัก บริเวณสนามซ้อมภายในเอ้าถี่ สเตเดี้ยม โดยในส่วนของทีมชาย เจ้าของแชมป์เก่าเมื่อ 4 ปีก่อน ที่มีรายงานว่าในรอบคัดเลือกที่ผ่านมา ไม่ค่อยพอใจเรื่องการรับส่งไม้ที่ยังทำได้ไม่ดีนัก และเกือบเกิดความผิดพลาดขึ้น สตาฟฟ์โค้ชได้เน้นการซ้อมในเรื่องนี้เป็นพิเศษ พร้อมศึกษาภาพรีเพลย์จากรอบคัดเลือก ดูข้อบกพร่องที่จะต้องแก้ไขอย่างละเอียด เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งถือเป็นการแข่งขันครั้งสำคัญของทีมไทย
"แฝดเล็ก” พล.ต.ต.ศุภวณัฏฐ์ อาริยะมงคล ผู้ฝึกสอนกรีฑาทีมชาติไทย กล่าวว่า หลังจากทีมไต้ฝุ่นชายไทย ได้แก่ ไม้แรก พูมมนัส จันทร์เข็ม, ไม้ที่ 2 วัชระ สอนดี ไม้ 3 จิระพงศ์ มีนาพระ และไม้สุดท้าย สิทธิชัย สุวรประทีป ฝึกซ้อมกว่า 2 ชม.โดยเน้นการรับส่งไม้ จาก ไม้ 2 ไปยังไม้ 3 และไม้ 3 ไปยัง ไม้ 4 โดยมีทีมสตาฟฟ์โค้ชจับตามองอย่างใกล้ชิด พร้อมเน้นย้ำไม่ให้ออกตัวเร็วเกินไป โดยในรอบคัดเลือก ลมกรดไทยออกตัวก่อนเกือบ 1 เมตร ทำให้ตีไม้เกือบไม่ทัน และต้องมีสมาธิให้ดี ซึ่งลมกรดทั้ง 4 คน ก็ทำผลงานได้เป็นที่น่าพอใจ
อย่างไรก็ตาม “แฝดเล็ก” ยังไม่ยืนยันว่า จะใช้ทีมเดิมลงวิ่งในรอบชิงชนะเลิศหรือไม่ โดยรายชื่อลมกรดทั้ง 4 คน จะถูกส่งก่อนการแข่งขัน 1 ชม. ในขณะที่ ทีมวิ่งผลัด 4x100 เมตรหญิง จะใช้ชุดเดิมแน่นอน ได้แก่ ไม้แรก ภัสสร จักษุนิลกร ไม้ 2 ณีรนุช กล่อมดี ไม้ 3 ลภัสภร ถาวรเจริญ และไม้สุดท้าย นงนุช แสนราช แต่ทั้ง 2 ทีมยังไม่สามารถการันตีเหรียญทองได้ ขอเพียงติด 1-3 ก่อน ส่วนจะเหรียญอะไรขึ้นอยู่กับการฟอร์มการวิ่งและการรับส่งไม้เพียงเสี้ยววินาที
นอกจากนี้ พล.ต.ต.ศุภวัณัฏฐ์ ยังกล่าวอีกว่า สำหรับภาพรวมของ “กวางโจวเกมส์” นั้น หลายๆ ชาติมีมาตรฐานที่ดีขึ้นมาก ซึ่งในส่วนของทีมไทยเองจำเป็นต้องพัฒนาเพื่อก้าวตามให้ทันทีมกรีฑาชั้นนำของเอเชีย ซึ่งทีมไทยจะมีการผลัดเปลี่ยนนักวิ่งหลายประเภท โดยดึงระดับเยาวชนขึ้นมาทดแทน ยกตัวอย่าง วิ่งข้ามรั้ว นั้น พัฒนาขึ้นมาทั้งชายและหญิง โดย จำรัส ฤทธิเดช ที่ทำลายสถิติประเทศไทย วิ่งข้ามรั้ว 110 ม.ชาย ได้ถึง 3 ครั้งในรอบปี ส่วนวิ่ง 100 เมตรชาย ก็มีนักกีฬาดาวรุ่งอย่าง จิระพงศ์ มีนาพระ ที่อายุยังไม่ถึง 20 ปี แต่วิ่งได้ 10.50 วินาทีแล้ว ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญของทีมลมกรดไทย ซึ่ง “เจ้าโจ๊ก” สิทธิชัย สุวรประทีป ใกล้จะแขวนรองเท้าเลิกเล่นแล้ว
“ผมขอเวลา 8 เดือน ที่นักกรีฑาดาวรุ่งของไทยทั้งประเภทลู่และลาน จะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมชาติไทยชุดใหญ่ ซึ่งจะได้เห็นผลงานทั้งในซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ที่อินโดนีเซีย และ คัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ 2012” โค้ชแฝดเล็ก กล่าว



