
ช็อปปิ้ง
อาการหงอยเหงาเริ่มเข้ามาวุ่นวายต่อวิถีชีวิตของคนไทยใน “กวางโจวเกมส์” แล้วครับ เพราะถึงตรงนี้นักกีฬาไทยเริ่มจะไม่ค่อยมีเกมให้ได้ชิงชัยกันแล้ว ส่วนใหญ่ตกรอบเตรียมกลับบ้านเกิด ดูจะเหลือแค่มวยสากลสมัครเล่น และกรีฑา 4x100 ม. เท่านั้นที่ยังมีคิวล่าเหรียญทองในวันรองสุดท้ายของเกม
เวลาว่างอย่างนี้ทั้งนักกีฬา นักข่าวก็เริ่มจะสวมบท “นักช็อป” ตระเวนหาแหล่งช็อปปิ้งเพื่อซื้อของทั้งให้ตัวเองและกลับไปฝากคนที่บ้านกินแล้ว
แน่นอนเมืองจีนขึ้นชื่อลือชาในเรื่อง “ของก๊อป” ไม่น้อยหน้าเมืองไทย เผลอๆ สนนราคาจะถูกกว่าด้วยซ้ำเพราะพ่อค้าแม่ขายหลายรายก็มารับของที่นี่ไปขาย แต่ใครที่หวังจะได้เลือกซื้อ “ของก๊อป” แบบสบายใจเฉิบนั้นต้องเตรียมความผิดหวังไว้หน่อยนะครับ เพราะจีนเขาสั่งนโยบาย “งดขาย” ในช่วงเอเชี่ยนเกมส์
เหตุและผลก็คงจะหนีไม่พ้นคำว่า “สร้างภาพ” ที่ต้องการให้บ้านเมืองปราศจากสิ่งผิดกฎหมายและดูขาวสะอาดต่อผู้มาเยือน
ช่วงแรกผมเคยตามทีมฟุตบอลไปที่ย่าน “ผี จี้ เฉิง” ซึ่งเป็นย่านขายเครื่องหนังชื่อดัง หวังว่าจะสอยกระเป๋าก๊อปเกรดเอไปฝากคนที่เมืองไทยบ้าง
ที่ไหนได้ร้านรวงต่างๆ ที่จำหน่ายของปลอมปิดกันเรียบ บางร้านก็เก็บของหายไปเกลี้ยง เปิดหน้าร้านไว้โชว์ของแค่ไม่กี่อย่าง
พวกคนขายที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ จะเอาแค็ตตาล็อกนาฬิกาปลอมมาให้พวกผมดู ก็โดนตำรวจกระชากกลับพร้อมกับด่าไปหนึ่งช็อต
พวกคุณตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ทำงานกันแข็งขัน เดินตามประกบติดพวกเราทุกย่างก้าว และห้ามถ่ายรูปอย่างเด็ดขาด
เจอเข้าอย่างนี้ก็เซ็ง แต่ความพยายามของพวกเรายังไม่จบ เพราะยังไงแล้วของอย่างนี้มันก็ปิดกันไม่มิด
พวกเราเล็งเป้าหมายใหม่ที่ “จ่าง ซี ลู่” ตามที่ได้รับคำแนะนำมา ที่นี่เขาห้ามขายของก๊อปเหมือนกัน แต่ห้ามไม่อยู่ครับ
ผู้คนในย่านนี้เยอะมาก ประมาณว่าตลาดโบ๊เบ๊ผสมกับประตูน้ำและแพลทินัมที่บ้านเรา คนมหาศาลมาซื้อของจำพวก “ขายส่ง”
พ่อค้าแม่ขายจากเมืองไทยก็มารับของจากที่นี่ไปขาย เพราะสนนราคาถูกเหลือเกิน แต่ถ้าใครจะซื้อแบบขายปลีกก็มีเหมือนกัน
สินค้ามีทุกชนิดเข้าสูตร “สากกะเบือยันเรือรบ” และแน่นอนว่า “ของก๊อป” ที่เราหาก็มีอยู่ที่นี่ด้วย เน้นไปที่ “นาฬิกา” ที่ของจริงราคาเป็นแสนเอามาขายไม่กี่พัน
แต่ของไม่มีวางหน้าร้านครับ คนขายจะพาเราขึ้นลิฟต์ไปที่ห้องลับ ประหนึ่งจะพากันไปปาร์ตี้ยาอี หรือส่งของ ส่งยาเหมือนที่รายการต่างๆ เอามาแฉยังงั้นเลย
พอเข้าไปในห้องก็จะมีนาฬิกาน่าจะหลายร้อยยี่ห้อให้เลือก คุณภาพระดับ “เอเอเอ” ที่ว่ากันว่าถูกกว่าขายในเมืองไทยหลายพัน
แต่ “ของก๊อป” ก็คือของก๊อปจะไปหวังให้คุณภาพและความงามระดับของจริงคงยาก ต้องเรียกว่าตาดีได้ตาร้ายเสีย
หากใครอยากได้แบบของแท้สบายใจต้องไปที่ “เป่ย จิง ลู่” ถนนช็อปปี้งชื่อดังของกวางโจว
บนถนนสายนี้บรรยากาศคล้ายๆ สยามเซ็นเตอร์ ร้านค้าร้านขายเพียบ ของกินก็เยอะทั้งไทย จีน อิสลาม ช่วงค่ำจะมีคนมาเดินกันมากมายมหาศาล
ใครที่จะมาเที่ยวกวางโจวต้องไม่พลาดมา “เป่ย จิง ลู่” ไม่งั้นถือว่ามาไม่ถึงกวางโจวครับ



