
อินโดไชน่าแฟร์ 2010 จังหวัดพิษณุโลก
ผมได้รับเชิญจาก จ.พิษณุโลก ให้ไปเป็นกรรมการร่วมการตัดสิน การประกวดอาหารงานอินโดไชน่าแฟร์ 2010 จ.พิษณุโลก ผมคิดว่าเป็นงานออกร้านขายอาหารของชมรมร้านอาหารของ จ.พิษณุโลกทั่วไป แต่เมื่อค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตแล้วตกใจ นี่เป็นงานใหญ่ระดับนานาชาติเลยครับ
จึงติดต่อไปที่ คุณปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ขอสัมภาษณ์ออกอากาศทางวิทยุเนชั่น เอฟเอ็ม 102 พอดีท่านผู้ว่าฯ ขึ้นไปเปิดงาน จึงมอบหมายให้ คุณยงยศ เมฆอรุณ รองผู้ว่าฯ พิษณุโลก เล่าถึงความสำคัญการจัดงานอินโดไชน่าแฟร์ 2010
อินโดไชน่าแฟร์ 2010 จัดที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก วันที่ 4-13 ธันวาคมนี้ เป็นการเปิดเมืองพิษณุโลกสู่ความร่วมมือกับนานาชาติ โดยเฉพาะมิตรประเทศอาเซียน ที่จะได้เจรจาทำการค้าร่วมกับจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง จึงมีคณะทูตานุทูตมาร่วมเปิดงานนี้กว่า 300 คน
คุณสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน จะมาบรรยายพิเศษเรื่อง "ยุทธศาสตร์ประตูอินโดจีนสู่อาเซียน" งานนี้มี คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน ภายในงานมีสินค้าส่งออกของไทยและกลุ่มประเทศอินโดจีน สินค้าโอท็อป 3-5 ดาว เปิดโลกท่องเที่ยวภาคเหนือเชื่อมสู่มิตรประเทศอินโดจีน
รณรงค์ให้ภาคเหนือตอนล่างเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของอินโดจีน ให้การรักษาพยาบาลแก่ประชาชนรอบประเทศไทย มหกรรมแสดงอาหารนานาชาติ ชิมอาหารบุฟเฟ่ต์อินโดจีน อิ่มละ 100 บาท ได้ชิมอาหารทุกจานจากทุกประเทศ และการแข่งขันประกอบอาหารนานาชาติ โดยเชฟชื่อดังจากกลุ่มประเทศอินโดจีน
สถาบันการศึกษา และหน่วยราชการต่างๆ จะนำผลงานค้นคว้าทางวิชาการที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปเผยแพร่ให้ชม เช่น การปลูกข้าวอย่างพอเพียง และการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย สลับกับมิตรประเทศในอินโดจีน
จ.พิษณุโลก เตรียมห้องพักโรงแรมไว้รับรองผู้ไปร่วมงาน และนักท่องเที่ยวถึง 3,500 ห้อง ในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ ผมจะไปช่วยตัดสินการประกวดอาหารอินโดจีนด้วย ผมจะเก็บภาพงานอินโดไชน่าแฟร์ 2010 มาด้วย
แป้งหมัก ซาลาเปาเยี่ยม เป็ดย่างอร่อย ขาหมูร่อนน...น
ชะตาชีวิตคนเราเกิดมามีสั้นมียาวเหมือนนิ้วมือ โชคดีคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดอยู่ในท้องเศรษฐี ต่ำต้อยเกิดมาไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อแม่ แต่ถ้าฮึดสู้ชีวิตจนพ้นวิกฤติ พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินจนเป็นเศรษฐี ก็มีให้เห็นแล้ว ชีวิตของ จักรี ฟักเจริญ คือตัวอย่างของคนท้าพรหมลิขิต
จากเด็กกำพร้าที่มีโอกาสเรียนหนังสือจบเพียงชั้นมัธยม 3 จักรี ต้องออกมาฝึกงานย่างเป็ดที่ร้านอาหารจีน ไต่เต้าจนได้เรียนรู้วิธีการนวดแป้งทำซาลาเปาไส้ต่างๆ ได้รับความไว้วางใจให้จับตะหลิวเคาะกระทะ ผัดก๋วยเตี๋ยวราดหน้า โกยซีหมี่ ปรุงอาหารจีนจานหลักขายลูกค้า ได้เลื่อนชั้นเป็นเถ้าชิ้ว (มือหนึ่ง) ของครัวจีน
จักรี จึงเข้ากรุงเทพฯ ทำงานในภัตตาคารจีนชื่อดัง มีโอกาสพบรักกับสาวพิษณุโลก ทั้งคู่จึงตัดสินใจกลับมาแต่งงานที่บ้านเมืองสี่แคว เปิดร้านอาหารเล็กๆ หลังวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จักรี ใช้ฝีมือการย่างเป็ด ทำเป็ดย่าง หมูแดง หมูกรอบ ทำบะหมี่เกี๊ยวหมูแดง บะหมี่เกี๊ยวเป็ดย่าง ขายราคาไม่แพง
เป็ดย่างที่อบรีดจนหนังเป็ดบางกรอบไร้มัน หอมเครื่องเทศและซีอิ๊ว อบให้เนื้อเป็ดย่างนุ่มอร่อย ชาวพิษณุโลกเกิดติดใจมากินบะหมี่เกี๊ยวเป็ดย่างร้านนี้จนขายดี เมื่อธุรกิจเดินไปได้ จักรี กับภรรยาจึงเริ่มนำซาลาเปาเข้ามาขายในร้าน ทำซาลาเปาไส้หมูสับ-หมูแดง-และไส้ครีม ให้ลูกค้าได้ชิมก่อน ลูกละ 10 บาท อร่อยถูกใจชาวสี่แคว
จักรี จึงทำซาลาเปาไส้พิเศษ ไส้ใบเตย ซาลาเปาฮ่องเต้ ซาลาเปาฮองเฮา ซาลาเปาไข่เข็ม และซาลาเปาทูน่าขายลูกละ 12 บาท และซาลาเปาทอดลูกละ 25 บาท พร้อมกับทำอาหารติ่มซำ ขนมจีบ ตีนเป็ด ไข่เยี่ยวม้า ขายเข่งละ 20 บาท
ซาลาเปาแป้งหมักต่อเชื้อแบบฮ่องกงขายดีจนมีชื่อเสียง จักรี จึงตั้งชื่อร้านว่า แป้งหมัก เป็นร้านอาหารจีนที่คนต่างถิ่นขับรถผ่านเข้าเมืองพิษณุโลกต้องแวะชิม จักรีจึงโชว์ฝีมือการทำ ขาหมูร่อน เป็ดร่อน ใช้ขาหน้าหมูมาตุ๋นกับเครื่องยาจีนจนเปื่อยนุ่ม แล้วทอดขาหมูให้หนังพองกรอบ กินร้อนๆ กระดูกขาหมูจะร่อนออกจากเนื้อทันที
เป็ดร่อน ใช้เป็ดทั้งตัว ตุ๋นกับเครื่องยาจีนจนนุ่ม จึงนำเป็ดไปทอดให้หนังแห้งกรอบ เนื้อและหนังเป็ดจะร่อนออกจากซี่โครงเป็ดทั้งตัว อร่อยจนลูกค้าต้องจองล่วงหน้า เพื่อซื้อกลับไปกินที่บ้าน ร้านแป้งหมัก อยู่หลังวัดหลวงพ่อพระพุทธชินราช



