ข่าว

DSIดีเอสไอส่งกลับคดีม็อบ89ศพสอบเพิ่มเติม

DSIดีเอสไอส่งกลับคดีม็อบ89ศพสอบเพิ่มเติม

25 พ.ย. 2553

ดีเอสไอส่งกลับคดีชุมนุมทางการเมือง 89 ศพ แจ้ง " คณะทำงานสอบสวนนครบาล " สอบเพิ่มเติมร่วมกับอัยการ

(25พ.ย.) เวลา 11.00 น. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. เรียกประชุมพนักงานสอบสวนติดตามความคืบหน้ากรณีชันสูตรศพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ทางการเมืองของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.).ในพื้นที่ บก.น.1,5และ 6   ภายหลังสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมายให้ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ที่ปรึกษา สบ 10  และ พล.ต.ท. ชัชวาลย์ สุขสมจิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผช.ผบ.ตร.) ควบคุมดูแลการสอบสวนของคณะทำงานอย่างใกล้ชิด
       
 พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า   สำนวนชันสูตรพลิกศพไม่ใช่คดีหลักและไม่ใช่คดีอาญาที่จะกล่าวหาว่าใครผิดหรือถูก  ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นผู้รับผิดชอบเพราะยกฐานะเป็นคดีพิเศษ  ในส่วนของการตายที่เกิดขึ้นกฎหมายกำหนดแยกเฉพาะว่าให้พนักงานสอบสวนในท้องที่ที่ศพเสียชีวิตเป็นผู้ทำสำนวนการชันสูตรศพ  ส่วนการชันสูตรศพนั้นจะเป็นการพิสูจน์ว่าผู้ตายเป็นใคร ตายที่ไหน ตายเมื่อไหร่ ตายอย่างไร  แต่ไม่ใช่คดีที่ว่าจะระบุได้ว่าใครผิดหรือถูกอย่างไร  
         
 “ที่บอกว่ามี 89 หรือ 91  ศพทั่วประเทศนั้นขอชี้แจงว่า   เฉพาะในพื้นที่นครบาลนั้นมีจำนวน 89 ศพซึ่งดีเอสไอเป็นผู้ดำเนินการอยู่ มีเฉพาะ 13 ศพ ที่ดีเอสไอเห็นว่าการชันสูตรพลิกศพยังไม่สมบูรณ์และไม่ชัดเจนว่าการตายเป็นการกระทำจากฝ่ายใด  จึงส่งสำนวนกลับมาให้พนักงานสอบสวนของบช.น.ทำการสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุการตายว่ามาจากใคร  ไม่ว่าจะเป็นไอ้โม่ง หรือจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง  หรือจากเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ โดยรับสำนวนนี้มาทำสอบสวนเพิ่มเติม   โดยมี พล.ต.อ.เอก เป็นหัวหน้าคณะสอบสวน” พล.ต.ต.อำนวย กล่าวและว่า การสอบสวนเพิ่มเติมนั้นจะทำโดย สน.ในพื้นที่เกิดเหตุซึ่งอาจต้องตรวจสอบพิสูจน์เพิ่มเติม  ต่อไป  แต่ถ้าคดีมีความชัดเจนไปทางใดทางหนึ่งขั้นตอนต่อไปคือ ถ้าหากไม่ปรากฏชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องก็จะส่งสำนวนไปรวมกับคดีหลักที่ดีเอสไอทันที  แต่ถ้าหากคดีใดมีหลักฐานชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับการตายขั้นตอนก็จะแตกต่างไป คือต้องส่งสำนวนนั้นไปทำการไต่สวนที่ศาลและเมื่อศาลมีคำสั่งจึงจะสามารถนำสำนวนไต่สวนไปรวมกับคดีหลักที่ดีเอสไอ ซึ่งมีข้อแตกต่างกันเท่านี้  
         
 หากคดีไม่แน่ชัดว่าเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องก็จะส่งสำนวนไปทันทีแต่หากเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องก็ต้องส่งสำนวนไปที่ศาลพิจารณาเพิ่มเติม  การไต่สวนที่ศาลก็ไม่ใช่ว่าจะตัดสินได้ว่าใครผิดหรือถูก ศาลอาจจะระบุเพียงว่าผู้ตาย ตายที่ไหน ตายอย่างไร ตายเมื่อไหร่ จากนั้นนำความเห็นของศาลมารวมกับคดีอาญาหลักเพื่อพิจารณา  ทั้งหมดเป็นเรื่องของการชันสูตรพลิกศพแบบพิเศษและธรรมดา 
         
 พล.ต.ต.อำนวย กล่าวต่อว่า  การสอบสวนกรณีดังกล่าวตามกฎหมายใหม่ ป.วิอาญา  มาตรา 155/1 จะต้องให้อัยการเข้าร่วมสอบสวนด้วย  คาดว่าสัปดาห์หน้าหลังจากที่ดูสำนวนแล้วจะเชิญอัยการเข้ามาร่วมสอบสวนด้วยทุกคดี  จะต้องทำให้ละเอียดรอบคอบรัดกุม รับประกันได้ว่าเมื่อได้ร่วมกันสอบสวนหลายฝ่ายเช่น ดีเอสไอ อัยการ ตำรวจ  คดีต้องเป็นมาตรฐานเดียวกันแน่นอน  ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างไรก็ต้องปรากฏเช่นนั้น แต่ปัญหาของการทำสำนวนเรื่องคดีนี้มันยากกว่าคดีทั่วไปคือทางพนักงานสอบสวนไม่สามารถเข้าถึงที่เกิดเหตุได้แม้แต่คดีเดียว
         
 "เนื่องจากศพถูกเคลื่อนย้าย สถานที่เกิดเหตุไม่ชัดเจน บางที่เกิดเหตุก็นำศพมาเรียงกันหมด  เพราะฉะนั้นการทำสำนวนที่เกิดเหตุเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุด  ยกตัวอย่าง คดียิงเสี่ยเครื่องถม ที่ สน.หลักสอง ผมไปดูที่เกิดเหตุเอง ถ้าไม่ได้จากสถานที่เกิดเหตุก็ไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้  ซึ่งก็เป็นข้อจำกัดข้อหนึ่งแต่เจ้าหน้าที่ก็จะต้องทำให้ได้เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป " รอง ผบช.น.กล่าวในที่สุด