
รัฐสภาโหวตรับร่างแก้ไขรธน.ทีละฉบับ
ปู่ชัยเสนอโหวต 4 ฉบับพร้อมกันป้องกันพท.วอล์กเอาท์ ส.ส.พท.ค้านหนัก บอกไม่ใช่ประเพณีปฏิบัติ ขณะที่ เฉลิม สงบศึก ประกาศไม่วอล์กเอาท์ ประธานยอมโหวตทีละฉบับ
(25พ.ย.) เวลา 10.00 น.ได้มีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อลงมติร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยมีนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ซึ่งก่อนที่จะลงมตินายชัย กล่าวว่า จะเรียกชื่อส.ส.ทีละคนแล้วให้ลงบอกว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยในร่างทั้ง 4 ฉบับไล่ไป โดยเริ่มที่ 1.ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่..)พุทธศักราช...ของประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 71,543 คน เป็นผู้เสนอ 2.ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่..)พุทธศักราช...ของส.ส. 102 คน เป็นผู้เสนอ 3.ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่..)พุทธศักราช...(มาตรา 93-98 )ที่คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอและ 4.ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่..)พุทธศักราช...(มาตรา 190 )ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ
แต่อย่างไรก็ตามส.ส.พรรคเพื่อไทย ทั้งนายชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายไม่เห็นด้วย และระบุว่าข้อบังคับการประชุมระบุชัดว่าให้ลงมติแยกทีละร่าง ซึ่งการลงแต่ละฉบับมันมีนัยยะ ดังนั้นเพื่อความโปร่งใส่ให้ลงมติทีละร่าง แต่หากต้องการให้ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต้องไปตกที่ศาลรัฐธรรมนูญก็ขอให้บอก ตนจะได้ช่วยส่งไปตีความให้ นอกจากนี้นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ระบุว่า การลงมติต้องลงทีละฉบับไม่ใช่ลงทีเดียว 4 ฉบับ ประวัติศาสตร์ทำกันแบบนี้ ไม่เคยมีในประเพณีปฏิบัติที่ลงมติทีเดียว
ด้านนายชัย กล่าวว่า ตนก็เพียงแค่ต้องการหารือ และตนเปิดเผยเต็มที่อยู่แล้ว เมื่อเรียกชื่อใครท่านผู้นั้นก็ยืนขึ้นแล้วบอกว่าร่างที่ 1 รับหรือไม่รับ ร่างที่ 2 รับหรือไม่รับ เปิดเผยเต็มที่อยู่แล้ว ขณะที่นายธนา ชีรวินิจ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนในการลงมติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในขั้นตอนรับหลักการให้ใช้การขานชื่อและทำโดยเปิดเผย ซึ่งขั้นตอนที่ประธานบอกเป็นไปตามกฎบัญญัติของรัฐธรรมนูญไม่ได้กระทำการที่ขัดรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด
ขณะที่นายวิทยา แก้วภราดัย ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ใช้วิธีการแบบใดไม่ขัดข้องแล้วแต่รัฐสภาจะเห็นอย่างใด แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ประเพณีปฏิบัติแน่นอน สมัยนายโภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภาก็เคยใช้วิธีเดียวกับนายชัย ในการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา จึงทำให้นายนิคม ไวยรัชพานิช ส.ว.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับนายชัย และขอเสนอให้มีการลงมติโหวตสำหรับเรื่องนี้ ขณะที่นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ในเมื่อฝ่ายค้านยืนยันก็ขอให้ที่ประชุมลงคะแนนว่าจะลงมติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแบบรวมหรือแบบแยก
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การลงมติวันนี้ แน่ชัดว่าอย่างไรรัฐบาลก็ชนะ ซึ่งยืนยันว่าฝ่ายค้านจะไม่มีการวอล์กเอาท์ ซึ่งลงมติทีละฉบับ แล้วดูว่าสมาชิกเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย จะดีกว่า แล้วหากใครติดธุระ มีภาระกิจอะไร ก็สามารถออกไปได้เพราะไม่ถูกจับใส่กุญแจมือไว้ การลงมติทีละร่างจะเป็นจะตายตรงไหน เพราะอย่างไรก็ต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาอยู่แล้ว จึงทำให้นายชัย ได้ขอให้นายวิทยาและนายนิคมถอนมติดังกล่าว ซึ่งทั้งสองคนได้ถอนมติออกไป โดยนายชัยกล่าวว่าเมื่อร.ต.อ.เฉลิมบอกแล้วว่าไม่มีวอล์กเอาท์ ดังนั้นจะเสียเวลาก็ไม่เป็นไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่มีการหารือมาเกือบ 1 ชั่วโมงที่ประชุมก็เริ่มลงมติ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่..)พุทธศักราช...ของประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 71,543 คน ซึ่งก่อนที่จะลงมติได้มีการนับองค์ประชุม ซึ่งมีสมาชิกรัฐสภาร่วมประชุมทั้งหมด 472 คน



