ข่าว

จี้'มาร์ค'รับผิดชอบถ้าร่างรธน.ไม่ผ่าน

จี้'มาร์ค'รับผิดชอบถ้าร่างรธน.ไม่ผ่าน

25 พ.ย. 2553

"จตุพร" จี้ "อภิสิทธิ์" รับผิดชอบหากแก้รธน.ไม่ผ่าน ยัน เพื่อไทย ไม่สังฆกรรมต่อ หาก ร่าง"หมอเหวง" โดนคว่ำ

(25พ.ย.) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทยและแกนนำนปช. ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา ถึงท่าทีของพรรคเพื่อไทยในการโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคเพื่อไทยมีการประชุมและมีมติก่อนหน้านี้คือถ้าวันนี้ประธานรัฐสภาเตรียมโหวตร่างประชาชนที่ค้างมาเกือบ 3 ปีเป็นร่างแรก และก็ร่าง 102 ส.ส.เป็นร่างที่สอง ร่างของรัฐบาลเป็นร่างที่ 3-4 ถ้าเราเห็นว่าทัศนคติเรื่องการไม่รับร่างของประชาชนของรัฐบาลที่ไม่มีไมตรีที่จะรับร่างประชาชนเข้าสูในการพิจารณา ฉะนั้นวาระต่างๆของรัฐบาลเราก็ไม่ควรร่วมสังฆกรรมกันต่อไป เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญในซีกรัฐบาลครั้งนี้เป็นการแก้ไขเพื่อตัวเอง

 เมื่อถามว่าหากสภาไม่รับร่างของคปพร.จะโหวตสวนหรือวอร์คเอาท์จากที่ประชุมหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า มติเดิมคือไม่ร่วมสังฆกรรม คือจะไม่ร่วมโหวตหลังจากนั้น และไม่ร่วมเป็นคณะกรรมาธิการ เพราะไม่ต้องการให้พรรคเพื่อไทยร่วมในกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตัวเอง และตามความเห็นที่หารือกันได้เสนอให้แต่ละพรรคการเมืองไปเสนอกับประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้า เพราะร่างที่นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ฟังประชาชนมาเพียง 1,300 กว่าคน จาก 63 ล้านคน แล้วจะมาตัดสินเรื่องแบบนี้ไม่ได้

 “เป็นการแก้ไขปัญหาในพรรคร่วมรัฐบาล ความจริงผมก็ไม่รู้ว่าพรรคประชาธิปัตย์คิดยังไง จะตบตาพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ก็ไม่ทราบ เรื่องนี้เป็นออฟชั่นของพรรคร่วมรัฐบาลไม่ว่าจากพรรคภูมิใจไทยที่ไปกอดกันที่โรงแรมสยามซิตี้ หรือรับปากกับนายบรรหาร ศิลปอาชา หรือนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ว่าจะแก้ไขเรื่องวันแมนวันโหวต พวกผมไม่ขัดข้องก็ชนะมาแล้วทุกแบบ เพราะฉะนั้นกรณีที่เพิ่มบัญชีสัดส่วน ลดจำนวนเขตลง พวกผมก็ไม่ได้กลัวอะไร แต่ว่าถ้ารัฐบาลเอาจริงไม่ตบตาระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลก็ทำไปเถอะ” นายจตุพร กล่าว

 เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยจะเป็นกรรมาธิการวิสามัญร่วมด้วยหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า กณีที่รัฐบาลตัดขาดเยื่อใยกับร่างของประชาชนก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่พรรคเพื่อไทยจะส่งเป็นกรรมาธิการวิสามัญ อย่างไรก็ตามกรณีตั้งกรรมาธิการเต็มสภาที่ยังไม่เห็นท่าทีที่ชัดเจน แต่เป็นสิ่งที่ตนพยายามเสนอว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์จริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจริง ก็ให้เสนอกรรมาธิการเต็มสภา แต่ตนดูแล้วโอกาสเป็นไปได้ยาก

 เมื่อถามว่าวิเคราะห์ว่าการโหวตวันนี้จะผ่านทั้งสองร่างเลยหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า 1.ไม่แน่ใจว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเอาอย่างไรกันแน่ เพราะว่ามีความคิดเห็นที่แตกต่าง 2.ในบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลที่ตนเชื่อว่าเขาอยากจะได้ และเขามั่นใจว่าจะจ่อพรรคเพื่อไทยได้ และพรรคประชาธิปัตย์ก็ไปนับดูว่าอาจจะเสียให้พรรคเพื่อไทยได้ ซึ่งเป็นงูกินหางกันอยู่และมีการซ่อนเงื่อนกันอยู่ รวมทั้งกลุ่มสว.กลุ่มหนึ่งที่ต้องการจำคว่ำทั้ง 4 ร่าง เพราะฉะนั้นอะไรก็อาจจะคว่ำทั้ง 4 ร่างเลยก็ได้

 “พรรคประชาธิปัตย์ต้องรู้ตัวว่าถ้าพรรคร่วมไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล ถ้าเขามองถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า ถ้าครั้งนี้ไม่ปฏิบัติตามเขา ชาตินี้ทั้งชาติคุณจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวไม่ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นต้องทำในสิ่งที่รับปากกับพรรคร่วมไว้ ดังนั้นวันนี้พวกผมสบายมองข้ามถึงการเลือกตั้งครั้งหน้าแล้ว ร่างของประชาชนจะนำไปเสนอในการเลือกตั้งครั้งหน้า ถ้าประชาชนให้พวกผมได้เป็นเสียงข้างมากก็นำไปแก้ไข ไม่เห็นด้วยก็ไม่ต้องนำมาแก้ไข วันนี้จะเลือกตั้งแบบไหนไม่ขัดข้อง” นายจตุพร กล่าว

 เมื่อถามถึงความรับผิดชอบของนายกฯหากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญโดนคว่ำทั้ง 4 ร่าง นายจตุพร กล่าวว่า บางเรื่องมันไม่ใช่เรื่องของกฎหมาย แต่มันเป็นเรื่องของความสำนึกทางการเมือง ถ้าเสนอกฎหมายแล้วไม่ผ่าน แม้ว่าเรื่องนี้จะไม่ได้เป็นข้อห้าม แต่ว่านักการเมืองควรจะมีมาตรฐาน