
ยอดเหยื่อโสมแดงถล่มเพิ่มเป็น4คนสหรัฐ-เกาหลีใต้เตรียมซ้อมรบใกล้น่านน้ำพิพาท
อินชอน-เกาหลีใต้พบร่างพลเรือน 2 ศพบนเกาะยอนเปียงหลังถูกเกาหลีเหนือยิงปืนใหญ่ถล่ม สหรัฐส่งเรือบรรทุกเครื่องบินร่วมซ้อมรบใหญ่ตามแผนการเดิม โซลเสริมกำลังทหาร-ตัดความช่วยเหลือโสมแดง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันพุธ(24 พ.ย.)ว่าหน่วยยามฝั่งเกาหลีใต้ได้กู้ร่างชาย 2 คน ที่เชื่อว่าอยู่ในวัย 60 ปีเศษในสภาพที่ถูกไฟไหม้เกรียมเป็นเถ้าถ่าน จากลานก่อสร้างแห่งหนึ่งบนเกาะยอนเปียง ใกล้เขตแดนพิพาททางทะเลกับเกาหลีเหนือในทะเลเหลือง ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากการยิงถล่มด้วยปืนใหญ่ของเกาหลีเหนือตามมาด้วยการยิงตอบโต้ของเกาหลีใต้นานนับชั่วโมงเมื่อบ่ายวันอังคารที่ผ่านมา เพิ่มเป็น 4 คน อีกสองคนเป็นนาวิกโยธิน นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 18 คน
ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐ ตอกย้ำพันธกรณีของรัฐบาลวอชิงตันที่จะยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ และปกป้องพันธมิตรเกาหลีใต้ นอกจากนี้ นายโอบามาและประธานาธิบดีลี มยอง บัก ของเกาหลีใต้ ยังยืนยันแผนการซ้อมรบร่วมในทะเลเหลืองเป็นเวลา 4 วันเริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์นี้ ในน่านน้ำที่ห่างจากเกาะยอนเปียง ไปทางใต้ประมาณ 110 กม. โดยมีเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตันเข้าร่วมด้วย
กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ประกาศว่า จะเพิ่มกองกำลังในน่านน้ำพิพาทใกล้เกาะยอนเปียง และจะยุติการให้ความช่วยเหลือด้านอาหารและอื่นๆ แก่เกาหลีเหนือ
ประชาชนจากเกาะยอนเปียงบางส่วนเดินทางถึงท่าเรืออินชอน ท่ามกลางญาติพี่น้องที่ไปเฝ้ารอรับและพากันร้องไห้เมื่อพบหน้ากัน ทุกคนบอกเล่าประสบการณ์อันน่าสะพรึงกลัวในชั่วโมงแห่งการทำลายล้าง ทั้งนี้การสูญเสียในฝ่ายพลเรือนเกิดขึ้นน้อยมากจากการปะทะกันระหว่างสองเกาหลี
ภาพเหตุการณ์ที่ท่าเรืออินชอน แตกต่างลิบลับกับบรรยากาศอันสงบในกรุงโซลที่ทุกอย่างยังดำเนินไปตามปกติ แต่ทุกคนรับรู้เรื่องที่เกิดขึ้น และมีความเห็นแตกต่างกันไปทั้งโกรธแค้นเกาหลีเหนือ โกรธรัฐบาลที่นิ่งเฉยไม่ตอบโต้ตั้งแต่เหตุการณ์จมเรือรบโชนันเมื่อมีนาคมที่เชื่อว่าเป็นฝีมือเกาหลีเหนือ กับการโจมตีด้วยปืนใหญ่เมื่อวันอังคาร แต่ประชาชนบางส่วนก็ไม่แน่ใจว่าควรจะตอบโต้หรือรับมืออย่างไรดีจึงจะเหมาะสม เพราะแง่หนึ่งก็ไม่ต้องการให้เกิดสงคราม
หนังสือพิมพ์หลายฉบับในเกาหลีใต้ แสดงความโกรธแค้นต่อการกระทำของเกาหลีเหนือ และส่วนหนึ่งต้องการให้รัฐบาลโซลตอบโต้ล้างแค้น และว่าการถล่มปืนใหญ่ของเกาหลีเหนือพุ่งเป้าพลเรือน ถือเป็นอาชญากรรมสงคราม กองทัพควรตอบโต้กลับอย่างรุนแรงเช่นกัน



