
ตลาดยา 2 เดือนแรกวูบ เหตุคนไข้ต่างชาติหาย "เอไซ "หันเจาะอินโดจีน
ตลาดยา 2 เดือนแรกวูบเหตุคนไข้ต่างชาติหาย-โรงพยาบาลรัฐชะลอการสั่งซื้อ "เอไซ" งัดแผนลุยตลาดอินโดจีนหวังเพิ่มยอดขายพร้อมรุกตลาดเชนร้านขายยาในประเทศ เชื่อพิษเศรษฐกิจคนไทยหันมาซื้อยากินแทนใช้บริการโรงพยาบาลเอกชน
นายทวีศักดิ์ สีทองสุรภณา ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอไซ (ประเทศไทย) จำกัด มาร์เก็ตติ้ง ผู้นำเข้าและจำหน่ายยาจากประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ตลาดยามูลค่ากว่า 8 หมื่นล้านบาท ในไทยมีอัตราการเติบโตลดลงจาก 12% เหลือเพียง 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้เกิดจากกำลังซื้อจากกลุ่มคนไข้ต่างประเทศหายไปจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลาง ประกอบกับโรงพยาบาลรัฐชะลอการสั่งซื้อยา เพราะไม่อยากสต็อกยา ส่งผลให้ตลาดยาตกลงอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตามในส่วนของเอไซได้หันไปทำตลาดแถบประเทศอินโดจีนมากขึ้นจากเดิมที่ทำตลาดอยู่ในเวียดนาม พม่า เขมร ลาว รวมทั้งเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังสิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง และในอีก 2 ปีข้างหน้าจะขยายไปตลาดฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย คาดว่าสิ้นปีนี้สัดส่วนของการส่งออกเพิ่มขึ้นจาก 12% เป็น 35% เนื่องจากมองว่ากลุ่มอินโดจีนยังมีอัตราการเติบโตจากในประเทศ ไม่ได้พึ่งพาการส่งออกเหมือนกับประเทศไทย จึงเป็นโอกาสที่ดีในการเร่งขยายตลาด
ส่วนตลาดในประเทศบริษัทเน้นการขยายตลาดผ่านร้านขายยาในประเทศที่มีจำนวน 4,000 แห่ง ซึ่งเป็นคู่ค้าของบริษัทกว่า 1,000 แห่ง เพราะเชื่อมั่นว่าแนวโน้มคนไทยจะหันมาใช้บริการในช่องทางร้านขายยามากขึ้น เนื่องจากผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้กำลังซื้อลดลง ผู้บริโภคปรับตัวด้วยการหันมาใช้บริการโรงพยาบาลรัฐบาล จากเดิมที่เคยใช้บริการในโรงพยาบาลเอกชน พร้อมกันนั้นหันมาซื้อยาตามร้านขายยามากขึ้นด้วย ดังนั้นในปีนี้บริษัทจึงเพิ่มงบกิจกรรมการตลาด 20% หรือประมาณ 240 ล้านบาท เพื่อสร้างการรับรู้ในตราสินค้าผ่านกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับโรงพยาบาลรัฐ เอกชน คาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้ตลาดยาโดยรวมเติบโตขึ้นและตั้งเป้าผลดำเนินงานของบริษัทช่วงเดือนเมษายน 2552-มีนาคม 2553 จะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 20%



