
ตามไปฟังการประชุมเอเปคที่ญี่ปุ่น
ดูเหมือนว่าช่วงต้นฤดูหนาวนี้เป็นฤดูกาลแห่งการประชุมโดยการประชุมจี 20 ที่กรุงโซลเพิ่งผ่านพ้นไปได้ไม่กี่วัน ก็มีการประชุมกลุ่มเศรษฐกิจใหญ่ของโลกที่เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น ของ 21 กลุ่มเศรษฐกิจภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิกเรียกย่อๆ ว่า เอเปค (APEC)
ประเทศไทยเป็นสมาชิกกลุ่มเศรษฐกิจนี้ด้วย นายกฯ อภิสิทธิ์ของเราย่อมถือเป็นภารกิจที่ขาดไม่ได้ทั้งๆ ที่บ้านเราปัญหาน้ำท่วมก็ยังไม่หมดลงไป และที่น่าเสียดายก็คือคนไทยไม่รู้ว่าท่านนายกฯ ได้อะไรมาบ้างจากที่ประชุมประเภทนี้
สมาชิกของกลุ่มเอเปคนี้ก็คือพวก “ขาใหญ่” ทางเศรษฐกิจของโลกโดยที่ประชุมกลุ่มไหนๆ ก็มักจะมีประเทศเหล่านี้แทรกเป็นยาดำ ประเทศที่ว่านี้ก็มีอเมริกา จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เป็นอาทิ แต่กลุ่มเอเปคนี้ไม่มีประเทศทางทวีปยุโรป เว้นรัสเซีย เป็นสมาชิก
แน่นอนในการประชุมประเภทนี้ประจำปีก็ต้องมีคำขวัญขึ้นไว้ ปีนี้ธีมมีว่า “ลงมือเปลี่ยนแปลง” (Change and Action) ดูเสมือนว่าเอเปคบอกตัวเองว่า “อย่าเอาแต่พูด ทำเสียบ้าง”
เนื้อหาหลักที่พูดกันก็ต่อเนื่องกับเรื่องเก่าๆ ว่าจะกระตุ้นให้เกิดการค้าและการลงทุนที่เสรี เพื่อมุ่งไปสู่ประชาคมเอเชียแปซิฟิกซึ่งฟังดูดีแต่ปฏิบัติยาก ทั้งนี้เพราะวิสัยมนุษย์ทั้งโลกนั้นอยากจะได้อะไรเป็นของตัวเองแต่ไม่ยอมเสียอะไรของตัวให้คนอื่น ดูจากเรื่องของประเทศเจ้าภาพเองเมื่อมีข่าวว่ารัฐบาลจะเปิดการค้าการลงทุนเสรี เกษตรกรญี่ปุ่นก็ชุมนุมกันคัดค้านหัวชนฝาคงได้เห็นการกรีดเลือดประท้วงตามแบบอย่างของคนญี่ปุ่นโบราณให้ได้เห็นกัน ทั้งนี้เพราะเป็นที่รู้ๆ กันอยู่ทั่วไปว่าเกษตรกรของญี่ปุ่นนั้นได้รับการคุ้มครองจากรัฐเป็นอย่างมาก ในครั้งนี้รัฐบาลญี่ปุ่นจึงได้รีบออกมาพูดตัดหน้าว่าคนที่เสียประโยชน์จากประชาคมเอเชียแปซิฟิกในอนาคตนั้นต้องได้รับการชดเชยอย่างเต็มที่จากรัฐต่อไป คงต้องคอยดูกันต่อไป
ในการประชุมกลุ่มเศรษฐกิจเอเปคครั้งนี้นอกจากจะมีผู้นำของเขตเศรษฐกิจต่างๆ ระดับนายกรัฐมนตรีหรือประธานาธิบดีไปเข้าประชุมกันแล้ว ยังมีการประชุมกับผู้นำทางธุรกิจจากกลุ่มประเทศเหล่านี้ที่เรียกว่า “เอเปค ซีอีโอ ซัมมิท” มีนักธุรกิจเข้าประชุมหลายร้อยคน แต่น้อยกว่าการประชุมครั้งที่แล้วที่สิงคโปร์ซึ่งมีถึง 1,200 คน นักธุรกิจเขาคงเบื่อที่ต้องไปนั่งฟังเรื่องซ้ำซาก บางเรื่องก็เป็นนามธรรมสำหรับนักธุรกิจเขา การประชุมเอเปค ซีอีโอ ซัมมิทครั้งนี้มีนักธุรกิจไทยเข้าร่วมประชุมด้วย แต่ทางเมืองไทยก็ไม่ทราบว่าเขาได้อะไรมาจากที่ประชุมบ้าง เห็นแต่กิจกรรมหลักของผู้เข้าร่วมประชุมประเภทนี้ก็คือการแลกเปลี่ยนรายการของแปลกๆ ที่ต่างไปช็อปปิ้งกันมา
โปรดสังเกตว่าการประชุมระดับโลกเช่นการประชุมเอเปคนี้ไม่ว่าเป็นภาคราชการหรือภาคเอกชน หากถือว่าภารกิจคือการเข้าร่วมฟังประชุมสัมมนาในระดับต่างๆ เสร็จแล้วเข้าห้องนอนโทรศัพท์หาลูกเมีย หรือบางพวกก็ออกช็อปปิ้ง ท่องราตรีในกลุ่มเพื่อนของตนเอง การเข้าร่วมประชุมก็ไม่สู้จะให้ประโยชน์อะไรมากนัก แต่ผลประโยชน์ที่สำคัญก็คือการพบปะแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นที่ไม่เป็นทางการนั้นจึงจะให้ประโยชน์มากกว่า
การประชุมเอเปคที่เมืองโยโกฮามานั้นผลจะเป็นอย่างไรกับชาวบ้านเรานั้นค่อนข้างจะไกลตัวเต็มที แต่ก็ควรสำเหนียกว่าการค้าและการลงทุนก็จะเริ่มเสรีมากขึ้น ซึ่งหมายความว่าการแข่งขันจะรุนแรงขึ้นถ้าไม่เก่งจริงจะค้าขายลำบาก และจะหวังให้รัฐเข้ามาอุ้มชูคงไม่ได้ตามใจนึก อีกประการหนึ่งโลกทุกวันนี้เปลี่ยนไปการจับพวกรวมกลุ่มกันนั้นจึงเป็นสมัยนิยมและจำเป็น ดูอย่างเมืองไทยสารพัดกลุ่ม สารพัดเครือข่าย สารพัดรุ่น กำลังครอบงำสังคมไทยอยู่แทบทุกด้าน
นายหนูใหญ่
[email protected]



