ข่าว

แบงก์ตีกลับขอกู้ซื้อคอนโด 30%
    พิษเศรษฐกิจชะลอปีนี้ตลาดรวมส่อติดลบ 10%

แบงก์ตีกลับขอกู้ซื้อคอนโด 30% พิษเศรษฐกิจชะลอปีนี้ตลาดรวมส่อติดลบ 10%

03 เม.ย. 2552

ตลาดคอนโดมิเนียมหดตัวตามเศรษฐกิจ คาดปีนี้มีโอกาสติดลบ 10% ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ ระบุแบงก์เข้มงวดปล่อยกู้ ยอดตีกลับลูกค้าสูงถึง 30% เจ้าของโครงการชะลอเปิดขายเพียบ เผยราคาไม่เกิน 2 ล้านบาทยังพอขายได้ ด้านคลังเร่งออกกฎหมายขยายลดภาษีธุรกิจเฉพาะให้เสร็จในเดือนเม

นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมอาคารชุด กล่าวในงานสัมมนาเรื่อง "วิเคราะห์พฤติกรรม : ใครซื้อคอนโดแนวรถไฟฟ้า" จัดโดยศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ว่า ตลาดคอนโดมักจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับการเติบโตของเศรษฐกิจรวม (จีดีพี) ของประเทศ ซึ่งในปีนี้หลายสำนักประเมินว่าจีดีพีจะติดลบ 3-5% แนวโน้มตลาดคอนโดปีนี้ก็จะติดลบไม่น้อยกว่า 10% แต่หากมองเชิงบวกมากตลาดก็อาจทรงตัวเติบโต 0% อย่างไรก็ตาม แนวโน้มที่จะติดลบมีความเป็นไปได้มากกว่า

 นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธอส. กล่าวว่า ขณะนี้สถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าที่ซื้อคอนโดมิเนียนตามแนวรถไฟฟ้า กำลังประสบปัญหาธนาคารพาณิชย์ไม่อนุมัติการปล่อยสินเชื่อจำนวนมาก แม้จะมีการวางเงินจองแล้ว พบว่าลูกค้าที่ถูกปฏิเสธการกู้เงินมีสูงกว่าปกติถึง 30% ขณะเดียวกันผู้ประกอบการคอนโดมิเนียมก็มีการชะลอเปิดตัวโครงการจากไตรมาส 1 ออกไปเป็นไตรมาส 3-4 หรือบางแห่งลดขนาดโครงการลง สาเหตุมีทั้งขาดสภาพคล่อง และปรับกลยุทธ์การตลาดใหม่

 ทั้งนี้ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ได้ศึกษาพฤติกรรมการซื้อคอนโดมิเนียมในรัศมี 2 กิโลเมตรตามแนวรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2551 จากกลุ่มตัวอย่าง 420 ราย เป็นกลุ่มที่ซื้อคอนโดแล้ว 205 ราย กลุ่มที่จะซื้อภายใน 1 ปี 215 ราย และพบว่าผู้ที่ซื้อคอนโดส่วนใหญ่เป็นคนโสด อายุ 25-34 ปี มีรายได้ 2-4 หมื่นบาทต่อเดือน ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการซื้อมากที่สุดคือ ราคา ส่วนใหญ่สนใจซื้อประมาณ 1.6-2 ล้านบาท และกลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญต่อความมั่นคงเรื่องงานมากที่สุด ในการตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียม

 นายพฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะเร่งดำเนินการออกพระราชกฤษฎีกาขยายเวลาลดภาษีธุรกิจเฉพาะอสังหาริมทรัพย์จาก 3.3% เหลือ 0.11% ที่ครบกำหนดไปเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมาให้เร็วที่สุด คาดว่าจะออกพระราชกฤษฎีกาได้ภายในเดือนเมษายนนี้ ส่วนการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงจาก 2% เหลือ 0.01% นั้น กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศเรียบร้อยแล้ว และมีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 28 มีนาคม 2553