
"แท้ง" หรือ "เก็บไว้" ใครรับผิดชอบ!?!
ครองพื้นที่ข่าวหน้า 1 ติดต่อกันหลายวัน สำหรับปัญหาสังคมกรณีทำแท้งเถื่อนจนพบศพทารกกว่า 2,000 ราย และมีผู้ร่วมขบวนการถูกซัดทอดตามมาอีกเป็นพรวน สังคมให้ความสนใจติดตามข่าวสะเทือนขวัญนี้ พร้อมสะท้อนมุมมองต่างๆ นานา บ้างก็ว่า "วัยรุ่น" คือต้นเหตุของปัญหา และจำ
มองให้ลึกจริงๆ ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพียงแต่ที่ผ่านมาดูเหมือนสังคมไทยจะลืมง่าย วันนี้การ "ล้อมคอกก่อนวัวหาย" จึงถูกตีให้กระเพื่อมเป็นวงกว้าง ในฐานะคุณแม่ลูก 4 ทั้งชายและหญิง ฝนทิพย์ วัลยะเสวี เผยว่า รู้สึกสลดใจและเศร้าใจเมื่อทราบข่าวพบศพเด็กที่มาจากการทำแท้ง ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ในสังคมไทยซึ่งเป็นสังคมเมืองพุทธ ทำให้มองไปว่าเด็กๆ ที่เขาประสบปัญหาเหล่านี้ ทำเพราะความไม่รู้ ความคะนอง ไม่ได้รับการอบรมสั่งสอน หรือครอบครัวไม่อบอุ่นกันแน่ สังคมต้องมองเข้าไปให้ลึกถึงปัญหาเหล่านั้นจริงๆ ก่อน แล้วจึงแก้ไขที่ต้นเหตุ
"ทุกวันนี้จะสอนลูกๆ ตลอดว่าจะทำอะไรให้คิดก่อน เรื่องแบบนี้ถ้าไม่พร้อม เราไม่ควรทำ อย่าทำเพราะความคะนองหรือสนุก เพราะนั่นหมายถึงการทำลายชีวิตอีกหนึ่งชีวิตที่กำลังจะเกิดซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ทุกวันนี้เรารับวัฒนธรรมต่างประเทศเข้ามามาก แต่วัฒนธรรมที่ดีของไทยควรจะอนุรักษ์และรักษาเอาไว้ อย่าไปทำตามแบบอย่างชาติอื่นเขาทั้งหมด เราจะเลี้ยงลูกแบบเพื่อนให้เขาไว้ใจมีอะไรจะได้บอกเราได้ และลูกๆ จะอยู่ในสายตาตลอด ไม่ว่าจะทำอะไร อย่างเรื่องท้องจะบอกลูกว่า เป็นเรื่องธรรมชาติ ถึงเวลาสมควรและลูกพร้อมแม่ไม่ห้าม ลูกชายก็สอนให้รู้จักป้องกันแม้จะมองว่าผู้ชายไม่เสียหาย แต่ก็จะบอกลูกว่าจะทำอะไรไม่ใช่นึกอยากจะทำก็ทำได้ พอพลาดขึ้นมาแล้วให้ผู้หญิงไปทำแท้งแม่รับไม่ได้ บ้านเราเป็นเมืองพุทธบุญบาปกรรมมีจริง" ฝนทิพย์ กล่าว
ขณะที่คุณพ่อของลูกสาววัยรุ่นอายุ 19 และ 17 ปี "คุณหลาน" ม.ล.คฑาทอง ทองใหญ่ มองว่า ยุคนี้ไม่ว่าจะมีลูกหญิงหรือชายล้วนทุกข์ใจทั้งนั้น สำหรับตัวเองเชื่อว่าสิ่งที่ได้อบรมเลี้ยงดูลูกๆ และลูกก็ไว้ใจรู้ว่าอะไรผิดถูก ก็ไม่น่าจะมีปัญหา และภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องการให้ความรู้แก่เด็ก พูดความจริงตรงไปตรงมา
"ต้องค่อยๆ ให้ความรู้แก่ลูกตั้งแต่เล็กๆ อย่าคิดว่ายังไม่ถึงเวลา ก็จะทำให้เขามีอาวุธต่อสู้กับปัญหา ผมว่าตรงนี้สังคมไทยยังขาดไป จริงอยู่เป็นธรรมชาติของการพัฒนาการของประเทศที่ทุกคนต้องดิ้นรน พ่อแม่ต้องทำงานหากินเลยมีเวลาอยู่กับลูกน้อยลง มองภาพใหญ่ผมว่าโครงสร้างครอบครัวไทยเปลี่ยนไปเยอะ เมื่อก่อนเราอยู่กันแบบครอบครัวใหญ่มีพ่อแม่ตายายใกล้ชิดกัน เกิดสายสัมพันธ์ดูแลซึ่งกันและกัน แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว เป็นเรื่องที่ต้องกลับมามอง วัฒนธรรมไทยดีๆ ควรคงไว้ โดยเฉพาะเรื่องนี้ผู้ใหญ่ต้องรับผิดชอบเต็มๆ จึงต้องหาวิธีจูงใจให้เด็กเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ว่าหญิงหรือชาย และต้องแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ด้วย" คุณพ่อหัวคิดทันสมัย บอก
มาฟังความเห็นของวัยรุ่นอย่าง "น้องเอิน" ณัฐชยา ไกรฤกษ์ หนึ่งในสาวเดบูตองส์ ปี 2010 กันบ้าง กับเรื่องนี้เธอรู้สึกว่า ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ในสังคมไทย จึงอยากแนะให้วัยรุ่นมีสติยั้งคิด หากจะตัดสินใจทำอะไรควรคิดให้รอบคอบก่อนเสมอ อย่างเรื่องการตั้งครรภ์แบบไม่พึงประสงค์ก็เป็นเรื่องที่ควรป้องกัน แต่หากเกิดความผิดพลาดขึ้นมาแล้ว ก็ควรเปิดใจคุยกับพ่อแม่ตรงๆ อย่าตัดสินใจแบบไร้สติ เพราะนั่นหมายถึงชีวิตหนึ่งชีวิต หากตัดสินใจผิดพลาดไปก็จะเป็นบาปกรรมติดตัว
ปัญหาต่อให้ใหญ่เท่าภูเขาหรือเล็กเท่าจอมปลวกล้วนมีทางออก ในมุมของนักสิทธิเด็ก มนตรี สินทวิชัย หรือ "ครูยุ่น" เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองเด็ก เชื่อว่าคนที่ทำแท้งไม่ได้อยากทำทุกคน ต้องรู้สึกผิดอยู่บ้าง และอย่าคิดว่าที่เห็นเป็นข่าวจะมีเฉพาะวัยรุ่นเท่านั้น ผู้ใหญ่ก็มีไปทำแท้งเช่นกัน บางช่วงเวลาอาจไม่มีทางออกเลย เพราะฉะนั้นจึงต้องเพิ่มทางออกให้...
"ผู้หญิงที่ไปทำแท้งไม่ได้เกิดเฉพาะผิดพลาดอย่างเดียว มีหลายสิ่งรุมเร้า อาทิ เกิดความล้มเหลวในการคุมกำเนิด กลัวถูกปฏิเสธ กลัวท้องไม่มีพ่อ กลัวพ่อแม่จะเสียใจ เลยเถิดไปถึงเมื่อตั้งครรภ์ก็จะทำมาหากินยาก พอเป็นแบบนี้ก็ต้องหาคนให้คำปรึกษาแก่พวกเขา บางทีเขาไม่อยากเปิดเผยก็ต้องไม่เปิดเผย แล้วกลไกการศึกษาของรัฐต้องครอบคลุม มีศูนย์ให้คำปรึกษาหญิงตั้งครรภ์จะได้อุ่นใจ แล้วเด็กที่ใกล้คลอดก็ต้องมีสวัสดิการให้เขา
ผมมองว่าเด็กที่เกิดมาเป็นของรัฐต้องได้รับการปกป้อง ที่ผ่านมาไม่ใช่อย่างนั้น หลายคนผิดพลาดแล้วพอเด็กคลอดออกมาก็ถูกทิ้งขว้าง ที่สำคัญต้องเรียกร้องจากผู้ชายด้วย นั่นอาจเป็นการแก้ปลายเหตุ แต่ต้นเหตุคือคำว่าสิทธิต้องได้รับการส่งเสริมตั้งแต่เด็ก เพราะปัญหาทั้งปวงเกิดจากไม่ได้ปลูกฝัง ความจริงที่เกิดขึ้นคือเด็กทุกคนรู้วิธีป้องกัน แต่ขาดการสอนให้วางแผนครอบครัว เด็กจึงยังไม่รู้ว่าควรรับผิดชอบชีวิตอย่างถูกต้องอย่างไร ถ้าละอายต่อการละเมิดสิทธิ ก็จะละอายต่อบาปไปเอง ถึงอย่างไรเด็กก็ยังงดงามเสมอ"
หลายมุมสะท้อนความคิด ใครถูกใครผิดสังคมคือผู้ตัดสิน!



