ข่าว

เสนอปรับเส้นทางโครงการระบบรถไฟทางคู่เหนือ

เสนอปรับเส้นทางโครงการระบบรถไฟทางคู่เหนือ

24 พ.ย. 2553

หอค้าเชียงใหม่ ติงโครงการระบบรถไฟทางคู่ภาคเหนือ 3 ระยะไม่เหมาะสภาพเศรษฐกิจ-ไม่สอดคล้องสภาพภูมิประเทศ เสนอปรับเส้นทางและระยะทางลดต้นทุนขนส่ง-รองรับเปิดเสรีอาเซียน จวกระยะเวลาก่อสร้างนานคำนึงแต่ผลตอบแทนการรถไฟเป็นหลัก

นายณรงค์ คองประเสริฐ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ตามที่แผนงานสำนักงานนโยบายและขนส่งจราจร (สนข.) การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เสนอโครงการระบบรถไฟทางคู่ภาคเหนือระยะทางทั้งระบบจำนวน 614 กิโลเมตร เริ่มต้นตั้งแต่จังหวัดลพบุรีถึงจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้วางแผนใช้เวลาสร้าง 15 ปี โดยแบ่งช่วงการสร้างเป็น 3 ระยะ โดยระยะที่ 1 ลพบุรี-ปากน้ำโพ ระยะทาง 118 กิโลเมตร ระยะเวลาก่อสร้างปี 2553-2557 ระยะที่ 2 ปากน้ำโพ-ตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ระยะทาง 69 กิโลเมตร ระยะเวลาในการก่อสร้างปี 2558-2562 สุดท้ายระยะที่ 3 ตะพานหิน จังหวัดพิจิตร-เชียงใหม่ ระยะทาง 427 กิโลเมตร ระยะเวลาในการก่อสร้างปี 2563-2567

 ทั้งนี้ เห็นว่าเส้นทางดังกล่าวไม่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ และไม่สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศของเส้นทาง เห็นควรให้มีการปรับเปลี่ยน โดยระยะที่ 1 ควรเปลี่ยนจากลพบุรี-ปากน้ำโพ เป็นเส้นทางลพบุรี-พิษณุโลก ระยะทาง 256 กิโลเมตร ระยะเวลาในการก่อสร้างปี 2553-2557 จะช่วยลดต้นทุนการขนส่งข้าว เพราะจังหวัดพิจิตรเป็นฐานการผลิตข้าว และรักษาตลาดข้าวให้แข่งขันกับเวียดนามที่มีต้นทุนต่ำกว่าและกำลังพัฒนารถไฟความเร็วสูง และยังเป็นการรองรับการเปิดเสรีอาเซียน รองรับการเป็นสี่แยกอินโดจีนของจังหวัดพิษณุโลก ในโครงการ Trans Asia ที่จะมีการเชื่อมเส้นทางรถไฟจาก จีนไปเวียดนามผ่านลาวไปท่าเรือน้ำลึกทวาย พม่า ในปี 2553-2562     

          ส่วนระยะที่ 2 ควรเปลี่ยนจากปากน้ำโพ-ตะพานหิน พิจิตร เป็นเส้นทางพิษณุโลก-เด่นชัย ระยะทาง 142 กิโลเมตร ก่อสร้างในปี 2558-2556 ซึ่งเส้นทางนี้จะสอดคล้องกับเส้นทางรถไฟสายใหม่ เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ รองรับการเปิดประตู GMSในปี 2558-2567 นอกจากนี้ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมรดกโลก อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย อย่างไรก็ตาม แผนเดิมของสนข. เส้นทางเดิมระยะทางเพียง 69 กิโลเมตร แต่ใช้ระยะเวลาสร้างนานถึง 5 ปี ทั้งที่เป็นทางราบ ไม่มีชุมชนใหญ่ ไม่มีอุปสรรคในการก่อสร้าง

 สำหรับระยะที่ 3 ควรเปลี่ยนจากตะพานหิน-เชียงใหม่ เป็นเส้นทางเด่นชัย-เชียงใหม่ รวมระยะทาง 216 กิโลเมตร ระยะเวลาในการก่อสร้างปี 2563-2567 ทั้งนี้ เส้นทางโดยส่วนใหญ่เป็นภูเขา ระยะเวลาที่สนข.กำหนดเดิมอาจไม่แล้วเสร็จ แต่การจัดแบ่งเส้นทางใหม่จะทำให้โครงการมีโอกาสเป็นไปได้สูงและมีคุณภาพ

 "เวลาในการสร้างที่สนข.กำหนดมากเกินไป คำนึงแต่ผลตอบแทนการลงทุนที่การรถไฟจะได้รับเป็นหลัก โดยไม่คำนึงถึงสภาพและความต้องการของประชาชน ซึ่งก่อให้เกิดความล่าช้า ทั้งนี้ หากมีการพัฒนาโดยให้เอกชนทั้งจากในและนอกประเทศร่วมลงทุนน่าจะเกิดประโยชน์ต่อประเทศมากกว่านี้  ส่วนเชียงใหม่ที่เป็นเมืองท่องเที่ยวหลักของภาคเหนือผมยืนยันว่ารถไฟความเร็วสูงยังเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ทั้งประหยัดพลังงาน ส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ลดอุบัติเหตุ และลดภาระหนี้สินส่วนครัวเรือน" นายณรงค์ กล่าว