ข่าว

"ประยุทธ์"แนะจับตา'เหลือง'ชน'แดง'

"ประยุทธ์"แนะจับตา'เหลือง'ชน'แดง'

24 พ.ย. 2553

"ประยุทธ์”ให้จับตาดูสร้างสถานการณ์รุนแรง“เหลือง”ชน“แดง"ช่วงตัดสินคดียุบพรรค เผย หน้าที่ทหารแค่ห้ามทัพรักษาความสงบ ยันใช้กระบวนการ ปชต.แก้ไข เผย เคลียร์ “ มาร์ค ” ก่อนมีมติ ศอฉ.คงคำสั่งห้ามขายของสร้างแตกแยก ระบุต้องการให้สถาบันอยู่เหนือความขัดแย้ง ไม่

(24พ.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)เพื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.)ว่า การชุมนุมก็ถือเป็นสิทธิตามรธน.เพราะ รธน.กำหนดว่าให้ชุมนุมได้โดยไม่ใช้ความรุนแรงและไม่กระทำผิดกฎหมาย ในปัจจุบันก็มีทั้งกฎหมายปกติที่ห้ามการกีดขวางการจราจร การขายของบนทางเท้า และก็มีพระราชกำหนดฉุกเฉินฯ อีกหนึ่งฉบับ เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ขณะนี้ยังไม่พบว่ามีการกระทำผิด พรก.ฉุกเฉินฯ ที่ได้กำหนดเพิ่มเติมไว้ 3-4 ข้อที่ ส่วนคำสั่ง ศอฉ.ห้ามกลุ่มคนเสื้อแดงขายสินค้ายั่วยุสร้างความแตกแยกนั้น ขอเรียนว่า คำสั่งดังกล่าวไม่ได้เจาะจงเฉพาะสีใด แต่ประกาศตลอดไปจนกว่าสถานการณ์เรียบร้อย ไม่ให้มีความรุนแรง ไม่มีการหมิ่นสถาบันถ้าไม่มีสิ่งพวกนี้เกิดขึ้น ก็สามารถยกเลิกประกาศหรือคำสั่งได้ แต่ขณะนี้ยังมีการพูดจากันในลักษณะที่ยั่วยุ   เจ้าหน้าที่มีความจำเป็นต้องดำเนินการ ทั้งนี้ขอให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ การที่เราจะใช้คำว่าสิทธิหรือเสรีภาพตามรธน.จะต้องคำนึงถึงสิทธิคนอื่นด้วยและเคารพกฎหมายปกติที่มีอยู่ 
         
“ฉะนั้นการที่พูดว่า คำสั่งหรือข้อกำหนดที่มีการเพิ่มเติมไปเกี่ยวกับเรื่องการขายสินค้าและไปละเมิดสิทธิคนอื่น ผมคิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่เทศกิจ ก็พยายามอะลุ้มอล่วยเต็มที่แล้ว สิ่งที่เขาดำเนินการไป ที่กระทำผิดขายสิ่งของบนทางเท้า เกะกะกีดขวางทางจราจรมีการเสียค่าปรับและปล่อยตัวไป แต่สิ่งที่เรามุ่งหวังคือเราต้องการทำสถาบันให้อยู่เหนือความขัดแย้ง เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่นำสถาบันมาอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งและผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดี ผมอยากใช้คำว่ากฎหมาย ผมไม่ได้หมายความว่าจะเอาสถาบันมาเป็นเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ ซึ่งมันไม่ใช่ ผมบอกแล้วว่าไม่ว่าใครก็ตามต้องไม่นำสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่เพียงปฏิบัติตามกฎหมาย แค่ท่านเอาของมาขายและบอกว่าไม่รู้เรื่องว่าอันนี้หมิ่นหรือไม่หมิ่น ท่านก็ต้องใช้วิจารณญาณของท่านเองว่าใช่หรือไม่ใช่ ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว 
         
เมื่อถามว่า มีการมองการที่ศอฉ.ไม่ยกเลิกคำสั่งดังกล่าว มีความขัดแย้งกับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า   เรื่องนี้ไม่ได้มีความขัดแย้งหรือแตกแยกกัน เมื่อวันที่ 23 พ.ย.นี้ ตนได้พบ นายอภิสิทธิ์   เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็บอกว่าให้หาทางดู เพื่อกำหนดให้เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติให้เกิดความเรียบร้อย ซึ่งที่ประชุมศูนย์อำนวยแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ได้คุยและหารือในรายละเอียดไปแล้ว ทั้งนี้การออกพรก.ฉุกเฉินฯ หรือข้อกำหนดทุกข้อจะออกโดยคณะกรรมการของศอฉ. ไม่ใช่ออกโดยคนใดคนหนึ่ง เป็นการยกประเด็นปัญหาขึ้นมา และหารือกันว่าจะทำอย่างไรในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้เกิดความเรียบร้อย ซึ่งเมื่อมีข้อสรุปออกมาแล้วจึงได้มีการประกาศออกมาตามมติศอฉ.ในฐานะที่เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบสถานการณ์ ก็ต้องลงนามในหนังสือฉบับนั้นออกไป ในกรอบของศอฉ. นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้หารือกับ พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ  รมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศอฉ.ซึ่งเข้าใจถึงการประกาศใช้ข้อกำหนดฉบับดังกล่าวว่าต้องการอะไร ซึ่งนายกรัฐมนตรี ก็เห็นด้วย 
         
เมื่อถามว่า กลุ่มเสื้อเหลืองพยายามคัดค้านการแก้ไขรธน.มีแนวโน้มยืดเยื้อถึง 11 ธ.ค.จะเกิดความวุ่นวายหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่อยากมองว่าจะไปตรงไหน   หน้าที่ของเจ้าหน้าที่คือจะทำอย่างไรให้เกิดความสงบเรียบร้อยมากที่สุด การเรียกร้องหรือการแก้ไขรธน.หรืออะไรก็ตาม ถ้าเรียกร้องประชาธิปไตย ก็ต้องปล่อยให้กระบวนการประชาธิปไตยทำไป ทั้งนี้ ในรธน.กำหนดไว้ว่ามีการแก้ไข รธน.ได้ แก้โดย สส. และ สว. ซึ่ง สส.และ สว. ประชาชนเป็นผู้เลือก ถือเป็นกระบวนการประชาธิปไตย ดังนั้นเมื่อเรียกร้อง ประชาธิปไตยก็ต้องให้กระบวนการประชาธิปไตยดำเนินการไป หากได้หรือไม่ได้ก็ว่ากันไป อย่ามาถามทหารว่าจะเป็นอย่างไร จะทำอย่างไร เพราะตนไม่ได้เป็นคนลงไปแก้ 
 
ต่อข้อถามที่ว่า กองทัพถูกมองปฏิบัติสองมาตรฐานในแก้ไขปัญหาการชุมนุมของเสื้อเหลืองและเสื้อแดง   พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีสองมาตรฐานอยู่แล้ว   เราแยกระหว่างคนทำความผิด กับคนไม่ทำความผิด และ ตนไม่ได้บอกว่าสีไหน  ไม่มีสีไหนทั้งนั้น ทุกสีต้องได้รับการปฏิบัติด้วยกันทั้งหมด เพราะเรามุ่งหมายที่ประเทศชาติเป็นหลัก และความสงบของประชาชนโดยรวม คนที่ไม่ได้มาชุมนุมทำไมไม่คิดถึงเขาบ้าง เขามีสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตยเหมือนกัน เขาต้องการความสงบเรียบร้อย และต้องการให้บ้านเมืองมีขื่อมีแป และ มีกฎหมาย ดังนั้นต้องถามประชาชนเหล่านี้ว่าเขาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย 
         
ส่วนที่ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ถูกยุบม็อบเสื้อแดงและเสื้อเหลืองจะลุกฮือในช่วงเวลาเดียวกัน กองทัพได้เตรียมมาตรการรองรับหรือไม่พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นกระบวนการยุติธรรม ถามตนก็คงตอบไม่ได้   ส่วนจะยุบ หรือไม่ยุบอย่างไร เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมและเป็นการพิสูจน์ตามกฎหมาย บอกไปแล้วว่ากระบวนการประชาธิปไตยมีของมันอยู่ เพราะฉะนั้น อะไรจะเกิดขึ้นก็ตามต้องใช้วิธีการ กระบวนการประชาธิปไตย เข้ามาแก้ไข ทหารก็มีหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายเท่านั้น ทั้งนี้กองทัพมีแผนปฏิบัติการในการดูแลตลอด เพราะไม่ต้องการให้ใช้ความรุนแรงเกิดขึ้น การชุมนุมต้องไม่ใช้ความรุนแรง และไม่กระทำผิดกฎหมาย หากมีสองฝ่ายจะต้องไม่ทำให้สองฝ่ายทำร้ายซึ่งกันและกัน ถือเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทุกคน และอยากให้นึกถึงบทเรียนที่ผ่านมาครั้งที่แล้ว ที่มีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้น และมีการจับกุมผู้กระทำความผิดได้แล้ว ดังนั้น ขอให้สังคมได้รับทราบทั่วกันว่ามีหรือไม่มี ที่พูดว่าไม่มี แล้วเดี๋ยวคอยดูต่อไปว่ามันจะอีกไหม  ก็เป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่