ข่าว

เครือเนชั่นปรับใหญ่ดันผู้บริหารรุ่นใหม่สานต่อ7สายธุรกิจ

เครือเนชั่นปรับใหญ่ดันผู้บริหารรุ่นใหม่สานต่อ7สายธุรกิจ

24 พ.ย. 2553

“เครือเนชั่น” ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในรอบ 40 ปี แตกบริษัทย่อย 7 สายธุรกิจ กระจายอำนาจสู่ผู้บริหารรุ่นใหม่ สร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน

 นายธนาชัย ธีรพัฒนวงศ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การปรับโครงสร้างธุรกิจของเครือเนชั่นกรุ๊ปครั้งนี้ได้จัดตั้งบริษัทย่อยเพิ่มเติมภายใต้ 2 สายธุรกิจหลัก เพื่อความคล่องตัวในการบริหาร ซึ่งประกอบด้วย สายธุรกิจด้านข่าวธุรกิจภาษาไทย บริษัท กรุงเทพธุรกิจ มีเดีย จำกัด สายธุรกิจด้านข่าวทั่วไปภาษาไทย บริษัท คมชัดลึก มีเดีย จำกัด

 การปรับโครงสร้างดังกล่าวส่งผลให้บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป มีบริษัทย่อยแยกตามสายธุรกิจทั้งหมด 7 สายตามลักษณะธุรกิจที่แตกต่างกัน โดยมีผู้บริหารรุ่นใหม่ขึ้นมาดูแลแต่ละสายธุรกิจชัดเจน เป็นอิสระ และมีความคล่องตัว ขณะเดียวกันยังคงความโดดเด่นในฐานะ “สื่อครบวงจร” ที่ยึดมั่นในจริยธรรมอย่างเคร่งครัด ด้วยการผนึกพลังแบบบูรณาการระหว่างบริษัทย่อย   

 ก่อนหน้านี้เครือเนชั่นได้แยก 5 สายธุรกิจ จัดตั้งเป็นบริษัทไปแล้ว โดย 2 สายธุรกิจแรก คือ สายธุรกิจสื่อกระจายภาพและเสียง บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ NBC และสายธุรกิจด้านการศึกษา บันเทิง และต่างประเทศ บริษัท เนชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NINE ที่ประสบความสำเร็จจากการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ไปแล้ว  
 สำหรับอีก 3 สายธุรกิจที่เหลือ ได้แก่ สายธุรกิจข่าวภาษาอังกฤษ หรือ บริษัท เนชั่น นิวส์ เน็ตเวิร์ค จำกัด สายธุรกิจขนส่ง บริษัท เอ็นเอ็มแอล จำกัด และสายธุรกิจการพิมพ์ บริษัท ดับบลิวพีเอส (ประเทศไทย) จำกัด

 "ธุรกิจสื่อทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจมัลติมีเดียอย่างเรา จึงเป็นจังหวะดีที่จะใช้โอกาสนี้ปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และมีความชัดเจนในการวางตำแหน่งธุรกิจเพื่อให้เกิดความแตกต่าง ทั้งด้านเซ็กเมนท์, ผู้ลงโฆษณา หรือแม้กระทั่งการเสริมสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งด้วยแนวทางที่แตกต่างกัน เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจที่แตกต่างกันของแต่ละ Business Unit"  นายธนาชัย กล่าว

 นายสุทธิชัย หยุ่น บรรณาธิการอำนวยการกลุ่ม กล่าวว่า การปรับโครงสร้างใหญ่ของเครือครั้งนี้เป็นไปตามรูปแบบ “แตกแล้วโต...อย่างมีคุณภาพ” โดยบรรณาธิการทุกคนทุกสื่อจะยังคงยึดมั่นหลักการแห่งความเป็นสื่อสารมวลชนวิชาชีพ บนพื้นฐานของจริยธรรมของสื่อ เพื่อผลประโยชน์ของสังคมอย่างเหนียวแน่นไม่เสื่อมคลาย ไม่ว่ารูปแบบการนำเสนอจะปรับเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีและความต้องการของสังคมอย่างไร 

 ทั้งนี้ในรอบ 9 เดือนแรกของปี 2553 บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป มีการเติบโตของรายได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนรายได้รวมเติบโตร้อยละ 18 ขณะที่มีกำไรก่อนหักรายการพิเศษ 165 ล้านบาท เพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 247 จากปีก่อนที่มีตัวเลขขาดทุน 113 ล้านบาท  
 
 นอกจากนั้น เครือเนชั่นยังมีสื่อใหม่เพื่อให้บริการใหม่ๆ แก่ลูกค้าและผู้ลงโฆษณา เช่น เว็บไซต์ ธุรกิจบริการข่าวสารบนมือถือ และ ไอแพด ฯลฯ รวมถึงการเสนอข่าวผ่านโซเชียลมีเดีย หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ อย่าง ทวิตเตอร์ และ เฟซบุ๊ก โดยกลุ่มผู้สื่อข่าวในเครือเนชั่นได้รับความนิยมอย่างมาก จนเรียกได้ว่าเป็นกลุ่มสื่อที่แอ็กทีฟสูงสุดในสังคมออนไลน์

 "เรามีทรัพยากรบุคคลที่พร้อมบริการข่าวสาร ข้อมูล ที่มีคุณภาพในแต่ละหน่วยธุรกิจ โดยบริษัทย่อยจะมีคณะกรรมการบริษัทแยกจากบริษัทแม่ ประกอบด้วยตำแหน่งประธานกรรมการ กรรมการผู้อำนวยการ ขณะที่ฝ่ายขายและฝ่ายสนับสนุนอื่นๆ จะถูกรวมกันไว้ที่บริษัทแม่ เราเชื่อว่าการจัดโครงสร้างครั้งนี้จะเป็นแม่แบบที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจสื่อครบวงจร" ประธานคณะกรรมการบริหารเครือเนชั่น กล่าว

 น.ส.ดวงกมล โชตะนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธุรกิจ มีเดีย จำกัด หนึ่งในหน่วยธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งของเครือเนชั่น กล่าวว่า หลังจากแยกเป็นหน่วยธุรกิจ กรุงเทพธุรกิจจะมุ่งนำความเข้มแข็งของแบรนด์ในฐานะหนังสือพิมพ์ธุรกิจแถวหน้า สร้างโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจ โดยวางบทบาทเป็นผู้นำด้านการให้บริการข่าวสาร ข้อมูล และความรู้ทางธุรกิจออกไปในทุกๆ ช่องทาง ซึ่งจะนำมาซึ่งธุรกิจใหม่ภายใต้บริษัท กรุงเทพธุรกิจ มีเดีย จำกัด

 "เราต้องการมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย โดยเป็นผู้กระจายข่าวสาร ข้อมูลความรู้ทางธุรกิจ ที่เป็นประโยชน์ น่าเชื่อถือ ไปในทุกช่องทาง และเราจะก้าวสู่การเป็นหุ้นส่วน ที่เดินเคียงคู่ไปกับนักธุรกิจ นักลงทุน และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี”  น.ส.ดวงกมล กล่าว

 ขณะที่ นสพ.คม ชัด ลึก หนึ่งในบริษัทย่อยที่จัดตั้งขึ้นใหม่ มี น.ส.อรพิมพ์ เหลืองอ่อน และนายพงษ์ศักดิ์ ศรีสด ร่วมบริหารในตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการร่วม โดยในปีนี้ นสพ.คม ชัด ลึก มีแผนขยายตลาดและพัฒนาหนังสือพิมพ์เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้อ่าน พร้อมกับการจัดกิจกรรมทางการตลาดทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด 

 “วิสัยทัศน์ของเราคือการพัฒนาเนื้อหา ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินสำคัญที่จะสามารถผลิตออกมาในสื่อรูปแบบต่างๆ ในขณะเดียวกันก็สร้างการรับรู้ พัฒนาศักยภาพของแบรนด์ พร้อมขยายฐานผู้อ่านให้กว้างยิ่งขึ้น เพื่ออยู่เคียงข้างผู้ติดตามข่าวสารในทุกกลุ่มเป้าหมาย” น.ส.อรพิมพ์ กล่าว 

 นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวเสริมว่า “เราทำหนังสือพิมพ์ให้อ่านกันได้ทั้งครอบครัว เพราะเรามุ่งเน้นให้ คม ชัด ลึก เป็นหนังสือพิมพ์ที่นำเสนอข่าวสารในแง่มุมที่แตกต่างและสร้างสรรค์” 

 นายพนา จันทร์วิโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการบริษัท เนชั่น นิวส์ เน็ตเวิร์ค จำกัด กล่าวว่า นสพ.เดอะ เนชั่น จะมีการเพิ่มเซกชั่นใหม่ในเร็วๆ นี้ โดยมีเนื้อหาที่ครอบคลุมประเทศไทย รวมถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังผลิต นสพ.เดอะ เนชั่น เวอร์ชั่นเฉพาะไอแพด ซึ่งเป็นครั้งแรกของสื่อหนังสือพิมพ์ในเมืองไทย และเป็นการเติมเต็มความสำเร็จให้แก่ข่าวของเดอะเนชั่นบนไอโฟน แอพลิเคชั่น ที่ได้ออกสู่ตลาดไปแล้วก่อนหน้านี้

 ด้านนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังจาก NBC เข้าตลาดหลักทรัพย์ mai ทำให้บริษัทมีเงินลงทุนปรับปรุงอุปกรณ์กล้องและสตูดิโอจากระบบอะนาล็อกเป็นระบบดิจิทัล จนทำให้มีความพร้อมในการพัฒนา "เนื้อหา" ในทุกส่วน สามารถส่งผ่านทุกช่องทางสื่อสารอย่างรวดเร็ว

 "NBC วางเป้าหมายจะเพิ่มพื้นที่ในการหารายได้จากสื่อใหม่ที่มีอัตราการขยายตัวมากในช่วงที่ผ่านมา และวางแผนด้านต่างๆ เพื่อก้าวให้ทันเทคโนโลยีในอีก 3 ปีข้างหน้าที่คาดว่าจะก้าวไปเร็วมาก เช่น การสร้างรูปแบบธุรกิจนิวมีเดียใหม่จากการพึ่งพารายได้โฆษณาอย่างเดียวไปสู่รายได้ในรูปแบบอื่นตามแนวคิด Longtail การเพิ่มช่องรายการโทรทัศน์ดาวเทียมจากเดิม 2 ช่องคือ Nation Channel และ MangoTV ไปยังกลุ่มลูกค้าที่ NBC ยังเข้าไม่ถึงภายในปีหน้าอีก 1-2 ช่อง และการลงทุนพัฒนาทรัพยากรบุคคลและสร้างบุคลากรคนรุ่นใหม่รองรับในสื่อรูปแบบใหม่ๆ" นายอดิศักดิ์ กล่าว

 อีกหนึ่งในสายธุรกิจเครือเนชั่นกรุ๊ป คือ บริษัท เนชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NINE ซึ่งได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นางเกษรี กาญจนะวณิชย์ กรรมการและกรรมการผู้อำนวยการ NINE กล่าวว่า การที่บริษัทได้เข้ามาเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ทำให้ NINE มีความพร้อมที่จะขยายธุรกิจทั้งในสื่อสิ่งพิมพ์ ทีวี และดิจิทัล เริ่มจากการเปิดตัว Jiro นิตยสารการ์ตูนพันธุ์ใหม่รายปักษ์ที่รวมการ์ตูนฮิตจากหลายๆ ค่ายสำนักพิมพ์เจ้าของลิขสิทธิ์ในเอเชีย และจะมีหนังสือและการ์ตูนดีๆ ทยอยออกสู่ตลาดอีกหลายเรื่อง นอกจากนี้ในปีหน้า NINE จะให้บริการเนื้อหาในโทรศัพท์เคลื่อนที่และ iPad อย่างเต็มรูปแบบ เช่น บริการดาวน์โหลดการ์ตูนดังจากค่ายญี่ปุ่น เกาหลี อเมริกา และไทย บริการพยากรณ์ตามแนวโหราศาสตร์จีนของ Joey Yap นักพยากรณ์ระดับโลก บริการโฆษณาทางโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ต ตลอดจนนำเสนอรายการเยาวชนทางโทรทัศน์ และนำตัวการ์ตูนดีๆ มาเปิดตัวในประเทศไทย

 การปรับโครงสร้างครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในรอบ 40 ปี ของบริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป บนความเชื่อมั่นว่าความคล่องตัวด้านการบริหาร และแข็งแกร่งด้วยพลังบูรณาการสื่อคุณภาพของเครือเนชั่น จะเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสร้างสังคมคุณภาพให้แก่ประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน