
สศก.ชี้ปาล์มราคาพุ่งกก.ละ7บาทเตรียมระดมกึ๋นรองรับเปิดเสรีการค้า
สศก.ชี้ราคาปาล์มน้ำมันพุ่งสูง กก.ละ 7 บาท เชื่อเป็นภาวะชั่วคราวช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย ด้านคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันเตรียมระดมสมอง กำหนดกรอบการเปิดตลาดนำเข้าน้ำมันปาล์ม รองรับเปิดเสรีการค้าอาเซียน พร้อมเร่งลดต้นทุนผลิต ขยายพื้นที่ปลูกมากขึ้น
นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาปาล์มน้ำมันขณะนี้สูงมาก ประมาณกิโลกรัมละ 7 บาท แต่น่าจะเป็นภาวะชั่วคราวที่ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย ประกอบกับในช่วงต้นปีที่เกิดภัยแล้งปาล์มติดผลช้า ส่งผลให้ปริมาณปาล์มออกสู่ตลาดไม่สอดคล้องกับความต้องการ ราคาจึงพุ่งสูงขึ้น เมื่อเทียบกับปาล์มของมาเลเซียและราคาในตลาดโลก
อย่างไรก็ตามในภาพรวมการผลิตปาล์มไทย ยังมีต้นทุนที่สูง จึงเป็นไปได้ที่จะเกิดการลักลอบการนำเข้าน้ำมันปาล์มขึ้น ในขณะที่ไทยยังมีข้อตกลงการเปิดเสรีทางการค้าในเขตอาเซียนหรืออาฟตา ที่ให้นำเข้าน้ำมันปาล์มได้ เกษตรกรจะได้รับผลกระทบในช่วงที่ปาล์มในประเทศเข้าสู่ภาวะปกติ
ดังนั้น เพื่อลดผลกระทบดังกล่าว ทั้งในส่วนของเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มทั้งระบบ ทางคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) จึงเห็นชอบให้ สศก.ประสานงานกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เกษตรกร ระดมความคิดเห็น ประเด็นปัญหา และความต้องการของแต่ละภาคส่วน เพื่อนำไปประกอบกำหนดแนวทางการเปิดตลาดนำเข้าน้ำมันปาล์ม
เบื้องต้นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ คือการลดต้นทุนการผลิต ปรับปรุงพันธุ์ และขยายพื้นที่ปลูกให้มากขึ้น เพื่อให้ผลผลิตเพียงพอกับความต้องการในประเทศ ทั้งในส่วนของการบริโภคและใช้เป็นพลังงานทดแทน โดยปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกรวม 4.15 ล้านไร่ คาดว่าจะเพิ่มเป็น 4.50 ล้านไร่ในปี 2554
“ผลผลิตน้ำมันปาล์มส่วนใหญ่จะใช้บริโภคภายในเป็นหลัก ส่วนการนำเข้ารัฐบาลอนุญาตตามปริมาณที่ขาดแคลนภายในประเทศเท่านั้น แต่ต้องเปิดเสรีมากขึ้นตามพันธผูกพัน โดยเฉพาะข้อตกลงอาฟตา ต้องลดภาษี 0-5% ยกเลิกมาตรการที่มิใช่ภาษี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรและอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มภายในประเทศทั้งระบบ“ นายอภิชาตกล่าว



