
สรรพากรรื้อโครงสร้างภาษีเสร็จปี55
สรรพากรดันปฏิรูปโครงสร้างภาษีเสร็จปี 55 เล็งเพิ่มหมวดภาษีระหว่างประเทศ แก้ปัญหาบริษัทข้ามชาติ ถ่ายโอนกำไรเลี่ยงภาษี เอื้อธุรกิจรายเล็กหักลดหย่อนได้มากขึ้น
นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวถึงการปฏิรูปโครงสร้างภาษี ว่าเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะไม่ใช่เพียงแค่การปรับอัตราการจัดเก็บเท่านั้น แต่อาจจะมีการเพิ่มหมวดภาษีระหว่างประเทศเข้าไปด้วย เพื่อแก้ปัญหาบริษัทขนาดใหญ่ หรือบริษัทข้ามชาติที่มีบัญชี 2 เล่ม มีการถ่ายโอนกำไรระหว่างกัน ซึ่งส่งผลให้การจัดเก็บภาษีทำได้ไม่เต็มที่ จึงต้องมีการเจรจาเพื่อตรวจสอบข้อมูล นอกจากนี้ยังจะมีการแก้ไขปัญหาภาษีซ้อน สิทธิลดหย่อนที่มีหลายประเภท อาจจะรวมเป็นประเภทเดียวกัน
“หลังจากที่เสนอแนวคิดการปฏิรูปโครงสร้างภาษีต่อ รมว.คลัง กรมได้ตั้งคณะทำงานที่มีนายอนันต์ สิริแสงทักษิณ รองอธิบดี ขึ้นมาดูแลและศึกษาความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ รวมถึงข้อดีและข้อเสียเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภาษีครั้งใหญ่ให้แล้วเสร็จภายในปี 2555” นายสาธิตกล่าว
สำหรับแนวทางที่เสนอคือ การยกเลิกระบบภาษีในการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งจะทำให้ระดับภาษีเงินได้นิติบุคคลลดลงมาอยู่ที่ 18% จากปัจจุบันที่ 30% และจะทำให้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาลดลงมาอยู่ที่ 25% จากปัจจุบันเก็บในอัตราก้าวหน้าที่ 37% ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่ม อยู่ในอัตราเดิมที่ 7% แต่ต้องไปศึกษาความเป็นไปได้ความเหมาะสม และประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับก่อนหาข้อสรุปต่อไป
อย่างไรก็ตาม กรมจะปรับปรุงการหักลดหย่อนภาษีสำหรับการลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) ที่ปัจจุบันให้นำมาหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่า แต่มีผู้ประกอบการมาใช้สิทธิน้อย จึงอาจจะมีการปรับเงื่อนไขให้ผู้ประกอบการรายเล็กที่มีการพัฒนาคุณภาพสินค้าให้มีมูลค่าเพิ่ม เช่น การปรับปรุงบรรจุภัณฑ์สร้างมูลค่าสินค้าเพิ่ม ก็จะให้นำรายจ่ายส่วนนี้มาหักภาษีได้ 2 เท่าได้ โดยต้องให้คณะทำงานศึกษาถ้อยคำที่จะเปิดกว้างให้ครอบคลุมกับธุรกิจขนาดเล็กด้วย
นายสาธิตกล่าวถึงแผนการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2554 ว่า กรมเน้นการขยายฐานภาษี เพื่อให้การเก็บภาษีได้ตามตามเป้าหมาย 1.3 ล้านล้านบาท โดยจะนำระบบเทคโนโลยีเชื่อมระบบการเสียภาษีนิติบุคคลให้สามารถตรวจสอบรายรับรายจ่ายของผู้ประกอบการทุกราย



