
ทึ่ง-อึ้ง
ระยะนี้มีข่าวที่ทำให้ทึ่งและทำให้อึ้งอยู่ 2 ข่าว ข่าวแรกเป็นข่าวที่ชวนให้ทึ่ง คือการเป็นเจ้าภาพกฐินพระราชทานวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ซึ่งมีผู้มีจิตศรัทธาได้จองล่วงหน้าไปแล้วถึงปี พ.ศ.2950 หรืออีก 397 ปี ข้างหน้า ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น คนจองและผู้คนใน พ.ศ.นี้ ก็
วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ หรือวัดสมุทธาราม เป็นวัดเก่าสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง และได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ทั้งในสมัยกรุงธนบุรี และรัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ล่วงมาในสมัยรัชกาลที่ 6 วัดมีสภาพชำรุดทรุดโทรม ไม่มีเจ้าอาวาสคอยดูแลรักษา ทางคณะปกครองจึงนมัสการพระสมุห์สด จนฺทสโร จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ไปเป็นเจ้าอาวาส ซึ่งท่านได้พัฒนาวัดและกวดขันพระภิกษุสามเณรให้ปฏิบัติตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ทำให้วัดมีความเจริญรุ่งเรืองมาโดยลำดับ และท่านได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งพระราชาคณะฝ่ายวิปัสสนาธุระ รวมทั้งได้รับสมณศักดิ์ครั้งสุดท้ายเป็นพระมงคลเทพมุนี แต่ชาวบ้านทั่วไปยังคงเรียกท่านว่าหลวงพ่อวัดปากน้ำ
หลวงพ่อวัดปากน้ำมรณภาพเมื่อ พ.ศ.2502 หลังจากนั้น จึงได้มีการดำเนินการขอพระราชทานผ้าพระกฐิน โดยเริ่มตั้งแต่ พ.ศ.2504 เป็นต้นมา นับถึงปีนี้ก็เป็นเวลา 49 ปีแล้ว ซึ่งผู้เป็นประธานในการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานในปีนี้ ต้องใช้เวลาในการรอคอยนานถึง 36 ปี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความศรัทธาเลื่อมใสที่พุทธศาสนิกชนมีต่อหลวงพ่อวัดปากน้ำได้เป็นอย่างดี
แล้วก็มาถึงข่าวที่ทำให้อึ้ง นั่นคือการพบศพทารก 348 ศพ ภายในช่องเก็บศพวัดไผ่เงินโชตนาราม เขตบางคอแหลม ซึ่งภายหลังการสอบสวนสัปเหร่อของวัดที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ ก็ทำให้ทราบว่ายังมีศพทารกซุกซ่อนอยู่ตามช่องเก็บศพอีกเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการตรวจค้น และพบศพทารกอีก 1,654 ศพ ซึ่งทารกทั้งหมดเสียชีวิตจากการที่มารดาทำแท้งตามคลินิกเถื่อน เรื่องนี้นับเป็นเรื่องที่สะเทือนใจและสะเทือนความรู้สึกของคนไทยโดยทั่วไปเป็นอย่างยิ่ง ขณะเดียวกันก็น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องต้องกลับมาย้อนมองสภาพความเป็นไปของสังคมไทยในปัจจุบัน แทนการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ หรือลงโทษผู้กระผู้กระทำผิดปลายแถว
เราคงต้องยอมรับความจริงว่า กรณีนี้ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นเพราะเวลานี้ขนบธรรมเนียมไทยเช่นการสอนให้ลูกผู้หญิงรักนวลสงวนตัวกลายเป็นเรื่องที่พ้นสมัย เพราะภาพที่ส่อแสดงทางเพศซึ่งเห็นได้บ่อยๆ และดูจะมากขึ้นเรื่อยๆ จากละครโทรทัศน์และภาพยนตร์ รวมทั้งข่าวคาวฉาวโฉ่ของดารา-คนดัง ได้กลายเป็นเรื่องปกติของสังคมไทย นอกจากนี้เด็กและเยาวชนก็ยังสามารถเข้าถึงเว็บโป๊ เกมโป๊ ได้ง่ายแค่คลิกนิ้วทีเดียว แต่ในเวลาเดียวกันเรื่องเพศก็ยังเป็นเรื่องที่ปกปิดไม่มีการให้ความรู้ที่เป็นวิทยาการอย่างจริงจังทั้งจากครอบครัวและโรงเรียน ผลของการอยู่ในสังคมลักปิดลักเปิด ทำให้เด็กและเยาวชนลองรู้จากประสบการณ์ตรง และเมื่อเกิดท้องไส้ขึ้น ก็ต้องหันหน้าไปหาคลินิกเถื่อนเพื่อเอาลูกที่อยู่ในท้องออก
จริงๆ แล้ว ผมคิดว่าในประเด็นนี้ เราน่าจะต้องร่วมมือกันและกันให้มากขึ้น ด้วยการหันกลับไปเริ่มต้นแก้ไขกันใหม่ที่ต้นเหตุ ด้วยการที่สื่อต่างๆ ช่วยกันควบคุมกันเอง ไม่ให้มีการนำเสนอเรื่องของพฤติกรรมทางเพศที่รุนแรงและไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นฉากข่มขืน การล่วงเกินทางเพศ หรือการที่ผู้หญิงใช้มายายั่วยวนหรือแย่งชิงผู้ชาย รวมถึงข่าวฉาวของดารา-คนดัง เว็บโป๊ เกมโป๊ ไปพร้อมๆ กับการส่งเสริมจริยธรรมและคุณธรรมทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชายให้เป็นกุลบุตรกุลสตรีที่ดี รวมถึงการให้ความรู้ในเรื่องเพศศึกษาอย่างเหมาะสมกับวัยในชั้นเรียนให้มากขึ้น แต่ที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือ การสร้างทัศนคติใหม่ให้แก่คนในสังคมไทย ให้เป็นสังคมแห่งการรับฟังเหตุผลมากขึ้น รู้จักที่จะให้อภัย และให้โอกาสแก่ผู้หญิงที่พลาดพลั้งหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์เหล่านั้น สามารถที่จะยังคงใช้ชีวิตแบบปกติทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการไปเรียนหนังสือ หรือทำงาน ก็ยังสามารถทำต่อไปได้โดยไม่ถูกสายตาสังคมตำหนิติเตียน รวมทั้งการยอมรับให้อยู่ร่วมกับคนอื่นในครอบครัวและสังคมต่อไปได้อย่างไม่ต้องทุกข์ตรม ขมขื่น หรือหวาดกลัว และนั่นน่าจะเป็นทางออกที่ดีอย่างหนึ่งสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้



