
เพื่อนบ้าน"ไขคดี"แอบดูคนดัง...ดันเจอ"โจร"
เพียงแค่อยากเห็นหน้านักร้องลูกทุ่งและนางเอกลิเกชื่อดัง "จิ้งหรีดขาว วงศ์เทวัญ" แต่กลับต้องกลายเป็นพยานปากสำคัญที่ไขคดีลักทรัพย์ พร้อมเครื่องเพชรในตู้นิรภัยมูลค่ากว่า 1 ล้านบาทในบ้านพักของนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง !!
เกือบ 2 สัปดาห์แล้ว ที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นำโดย พ.ต.อ.เพิ่มเกียรติ สุริยวงศ์ ผกก. และ พ.ต.ต.ธีรพรรค์ บัณฑิตโตหิรัญโชติ สว.สส. และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน พยายามหาเบาะแสของคนร้ายที่เข้าไปลักทรัพย์ภายในบ้านเลขที่ 29/1427 หมู่บ้านวรารักษ์ ซอย 5 หมู่ 2 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ของ น.ส.สุรางค์ ผิวอ่อน อายุ 36 ปี หรือในวงการบันเทิงรู้จักกันในนาม "จิ้งหรีดขาว วงศ์เทวัญ"
ตั้งแต่วันเกิดเหตุเมื่อ 11 พฤศจิกายน ชุดสืบสวนพยายามหาเบาะแสรถยนต์ทุกประเภทที่ผ่านเข้าออกหมู่บ้าน โดยหมู่บ้านดังกล่าวมีการบันทึกภาพการเข้า-ออก ด้วยวิดีโอวงจรปิด อีกทั้งพนักงานรักษาความปลอดภัย จดบันทึกตำหนิรูปพรรณ และหมายเลขทะเบียนของรถยนต์ทุกประเภทที่เข้ามาในหมู่บ้านอย่างละเอียด ก็ยังไม่พบเบาะแสสำคัญที่จะสาวไปถึงตัวคนร้ายได้ จนมาพบกับ "พยานปากสำคัญ" ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ซึ่งยอมรับว่ามีความชื่นชอบ "จิ้งหรีดขาว วงศ์เทวัญ" เมื่อขับรถผ่านหน้าบ้านจึงแวะมองเข้าไปในบ้านของนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง เผื่อจะมีโอกาสได้เห็นหน้าและทักทายกันตามประสาคนบ้านใกล้เรือนเคียง แต่กลับพบเห็นใบหน้าของชายต้องสงสัยที่ถือและอุ้มถุงกระสอบอย่างดี สำหรับใส่ชุดของหางเครื่อง กำลังออกจากบ้านของนักร้องลูกทุ่ง และขี่รถจักรยานยนต์ออกไปอย่างรวดเร็วและมีพิรุธ
พยานรายนี้ให้ความร่วมมือต่อตำรวจเป็นอย่างดีในการบอกรูปพรรณตำหนิ เพื่อสเก็ตช์ภาพคนร้าย พอสเก็ตช์ภาพเสร็จพยานยืนยันอย่างมั่นใจว่า เหมือนใบหน้าคนร้ายเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์!!
ชุดสืบสวนจึงตัดประเด็นเรื่องการหาเบาะแสจากรถยนต์ที่เข้าออกหมู่บ้านไว้ชั่วคราว เปลี่ยนมาตรวจสอบรถจักรยานยนต์ที่เข้าออกหมู่บ้านในวันที่เกิดเหตุแทน โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่บรรทุกสิ่งของต้องสงสัยออกจากหมู่บ้าน จนพบรถต้องสงสัยที่ครอบครองโดย นายไพโรจน์ บุญเรือง อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 114 หมู่ 1 ต.นพรัตน์ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ซึ่งมีประวัติในแฟ้มอาชญากร เคยถูกจับคดีลักทรัพย์มาแล้ว 2-3 คดี คดีล่าสุดเมื่อปี 2547 และถูกจับในพื้นที่ บก.น.2 หลังจากเข้าไปลักทรัพย์บ้านพักอาศัย ซึ่งเป็นหลานของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ทรัพย์สินไปมูลค่าเกือบ 2 ล้านบาท
ชุดสืบสวนจึงพยายามติดตามหานายไพโรจน์ จนพบว่าพักอาศัยอยู่ที่อุษณีย์อพาร์ตเมนต์ ภายในซอยเพชรเกษม 92/2 แขวงและเขตบางแค กรุงเทพฯ จึงเชิญตัวมาสอบสวนในฐานะผู้ต้องสงสัย แต่ชุดสืบสวนกลับพบของกลาง ซึ่งเป็นทองรูปพรรณและเครื่องเพชรจำนวนหนึ่งอยู่ในความครอบครองของผู้ต้องสงสัยด้วย
"ผมไม่รู้ว่าบ้านที่ผมเข้าไปลักทรัพย์เป็นบ้านของดารา เพิ่งมาเห็นจากข่าวทางโทรทัศน์ ก็ตกใจรีบนำทองรูปพรรณและเครื่องเพชรบางส่วนไปขาย" นายไพโรจน์สารภาพ
นายไพโรจน์สารภาพอีกว่า เป็นคนชอบเที่ยวเตร่และเล่นการพนัน พอเงินหมดก็จะออกตระเวนไปตามสถานที่ต่างๆ ในตอนกลางวัน พยายามเลือกหมู่บ้านที่คนรวยอยู่ และเมื่อตัดสินใจว่าจะเข้าบ้านใดก็จะใช้เวลา 2-3 วันติดตามดูก่อนลงมือ เช่นเดียวกับบ้านนักร้องลูกทุ่ง ซึ่งลงมือในช่วงบ่ายๆ โดยจอดรถจักรยานยนต์ไว้หน้าบ้าน แล้วปีนเข้าไปลักทรัพย์ และรื้อค้นสิ่งของที่มีค่า จนมาเจอตู้เซฟใบหนึ่ง เห็นว่าพอยกไหวน่าจะน้ำหนักประมาณ 25 กิโลกรัม ใช้เวลา 2 นาทียกจากชั้น 2 ลงมาชั้นล่าง พอมาถึงหน้าบ้านเห็นถุงกระสอบใบใหญ่ลักษณะเป็นสีหลายสี จึงยกตู้เซฟใส่ถุงแล้วลากมาหน้าบ้าน
"วันนี้ผมแบกข้ามรั้วไม่ไหว เลยใช้คีมล็อกที่นำติดตัวไปบิดที่คล้องกุญแจจนหลุด หลังจากนั้นก็แบกตู้เซฟที่อยู่ในถุงกระสอบขึ้นไว้ท้ายรถจักรยานยนต์ โดยใช้เชือกยางรัดของสำหรับคาดรัดของบนรถจักรยานยนต์ 2 เส้นแล้วขี่ออกจากหมู่บ้านมาที่ห้องพักย่านบางแค แล้วหาวิธีทุบตู้เซฟ พอเปิดได้ก็เห็นมีทรัพย์สินจำนวนมาก แต่ยังไม่ทันขายหมดก็มาถูกจับกุมก่อน" นายไพโรจน์ กล่าว
"ขณะนี้กำลังติดตามทรัพย์สินบางส่วนที่ถูกขายไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามตู้เซพที่มีน้ำหนักมากหลายคนสงสัยว่าคนร้ายไม่น่าจะก่อเหตุคนเดียวได้ แต่จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า ตู้เชฟมีขนาดเท่าปี๊บหนึ่งใบน้ำหนักไม่มาก เมื่อตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดของหมู่บ้านตรงกับคำรับสารภาพและแผนประทุษกรรมคนร้าย และพยานแวดล้อมก็ให้ข้อมูลตำหนิรูปพรรณเพื่อสเก็ตช์ภาพคนร้ายมีใบหน้าเหมือนนายไพโรจน์มาก" พ.ต.อ.เพิ่มเกียรติระบุ



