ข่าว

ก็ไหนว่าเป็นสถาบัน

ก็ไหนว่าเป็นสถาบัน

24 พ.ย. 2553

ลงได้ผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ออกโรงมาพูดเองแล้วว่า ถึงอย่างไรก็ต้องทำตามมติพรรคในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้แล้ว 2 มาตราที่รัฐบาลพยายามแก้ไขก็คงจะผ่านไปได้ไม่ยากเย็นนัก ถึงแม้จะมีอุปสรรคในส่วนของกลุ่ม 40 ส.ว.ที่ตั้งท่าจะไม่เอาด้วยก็ตาม

 แต่ถ้อยแถลงของ ชวน หลีกภัย ผู้มีบารมีตัวจริงในพรรคประชาธิปัตย์ ที่ดักคอคนที่มีหน้าที่จัดการอนุมัติให้คนสมัครรับเลือกตั้ง พร้อมการจัดงบประมาณว่าอย่าใช้วิธีนี้มาข่มขู่นั้นไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดา

 "โดยปกติพรรคประชาธิปัตย์จะไม่มีปัญหา มติพรรคออกมาอย่างไรก็จะทำตามนั้น ไม่มีข้อขัดแย้ง แต่ว่าต้องใช้เหตุผลไม่ใช่ไปขู่เอาเรื่องเงินมาขู่ว่าถ้าไม่ลงมติแล้วจะไม่ให้เงินลงเลือกตั้ง อย่าทำอย่างนั้น"

 นั่นคือประโยคทองที่ ชวน หลีกภัย ให้สัมภาษณ์นักข่าวที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน

 มันสะท้อนให้เห็นอะไรต่อมิอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับสภาพความเป็นไปในพรรคประชาธิปัตย์

 การบริหาร การจัดการภายในพรรคกลายเป็นเรื่องของการใช้อำนาจและเงิน เข้ามาเพื่อทำให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างเต็มรูปแบบไปแล้วหรือ ?

 ก็ไหนก่อนหน้านี้ ยกย่องว่าเป็น "สถาบัน"

 การเป็นสถาบันเขาใช้อำนาจและเงิน สร้างเอกภาพ สร้างความเป็นปึกแผ่นกันแล้วหรือ

 ถ้ายอมรับกันอย่างนี้ แล้วมันจะต่างอะไรกับพรรคนักธุรกิจ นายทุน ที่เรียก 10% เข้าพรรค 10% เข้ากระเป๋าอย่างที่เคยเกิดขึ้นในก่อนหน้านี้

 ใช้เงินพูด ใช้อำนาจขู่ไม่ส่งลงสมัคร ส.ส. เพื่อให้สยบยอม

 ก่นด่าเขามา ชิงชังรังเกียจวิธีการของเขา แต่มาวันนี้ พรรคประชาธิปัตย์ใช่เป็นแบบเขาไปแล้วหรือไม่ ?

 ถึงเรื่องนี้เป็นเรื่องยากที่จะพิสูจน์ เพราะเป็นคำพูดที่กรอกเข้าหูแล้วก็หายไปกับสายลม แต่คนระดับ ชวน หลีกภัย ที่ต้นทุนทางสังคม ต้นทุนความน่าเชื่อถือ มากกว่าคนครึ่งพรรครวมกัน ออกปากเองขนาดนี้จะให้ผู้คนภายนอกเขาเข้าใจกันว่าอย่างไร?

 ถึงแม้ในตอนท้ายของการให้สัมภาษณ์ ชวน หลีกภัย จะพยายามหลีกเลี่ยงที่จะฟันธงว่า มีการใช้เงินข่มขู่กันก็ตาม แต่ก็ไม่ได้เป็นการปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง

 ซึ่งตรงนี้ก็ทำให้เกิดความสงสัยใคร่รู้ว่า ใครคนไหนที่ไปใช้อำนาจ และพยายามนำเรื่องเงินเรื่องทองมาข่มขู่คนในพรรคแบบนั้น

 ถึงแม้เรื่องนี้จะเป็นเรื่องภายในพรรคประชาธิปัตย์ แต่หากมองในแง่ของความเป็นสถาบันพรรคการเมือง นี่คือ การทำลายพรรคดีๆ นี่เอง

 ก็ต้องถามใจ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ-สุเทพ เทือกสุบรรณ ว่าจะนิ่งเฉยกับเรื่องนี้ได้หรือไม่ ?

ศรายุทธ สายคำมี [email protected]