ข่าว

 ตำรวจ:อย่าลืมบทเรียน7ตุลาคม

ตำรวจ:อย่าลืมบทเรียน7ตุลาคม

24 พ.ย. 2553

มูลเหตุแห่งการเคลื่อนมวลชนหรือที่เรียกตัวเองว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มีสัญลักษณ์ใส่เสื้อสีเหลืองคราวนี้ ระหว่างวันที่ 23-25 พฤศจิกายน 2553 มีสาระสำคัญมากกว่าคราวเกิดเหตุสลายการชุมนุม 7 ตุลาคม ที่มีประชาชนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก จากการปฏิบัติหน้า

สาระสำคัญที่ว่าคือห้ามรัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปี พ.ศ.2550 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่ผ่านการลงประชามติ รับรองจากประชาชนทั้งประเทศถึง 14 ล้านคนเศษ และมวลชนพันธมิตรได้ยืนยันทุกครั้งเมื่อรัฐบาลใดก็ตามที่คิดจะแก้ไข ด้วยการเคลื่อนขบวนต่อต้านทันที

 ยิ่งการเสนอแก้ไขครั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของพวกนักการเมืองด้วยกันเอง เรื่องเขตเลือกตั้ง และการเลือกเขตเดียวเบอร์เดียว หรือเลือกเป็นพวง ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรด้วย ประกอบกับข่าวการทุจริตของนักการเมือง และข้าราชการที่เป็นบริวาร ปรากฏตามสื่อมวลชน มีเกือบทุกกระทรวง ยิ่งเติมเชื้อไฟความไม่พอใจแก่มวลชน ที่คาดหวังไว้สูงกับผู้นำรัฐบาลชุดนี้ มีการคาดว่า การชุมนุมต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญคงมีจำนวนมาก ตำรวจย่อมมีภาระหนัก

 ตำรวจนครบาลต้องเตรียมการมิให้เกิดเหตุการณ์ดังเช่น 7 ตุลาคมขึ้นอีกเป็นอันขาด

 อย่าลืมว่า การเมืองโดยนักเลือกตั้ง มาแล้วก็ไปตามวาระ แต่ตำรวจยังคงต้องอยู่ต่อไป การปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยการชุมนุมของประชาชน ต้องใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติการตามตัวบทกฎหมายที่มีความยุติธรรมอย่างแท้จริง

 ต้องไม่ลืมหลักกฎหมายที่ว่า "ประชาชนสามารถทำอะไรก็ได้ที่ไม่มีกฎหมายห้าม ขณะเดียวกัน ตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้"

 ข้อสำคัญ กฎหมายลำดับรอง ที่ต่ำกว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ กฎหมายที่ออกโดยฝ่ายนิติบัญญัติ ย่อมมีศักดิ์ศรีดีกว่ากฎหมายที่ออกโดยฝ่ายบริหาร หรือเจ้าหน้าที่รัฐที่ได้รับมอบหมาย

 พ.ร.ก.และคำสั่งเกี่ยวกับการห้ามการให้ปฏิบัติ ที่ออกโดยผู้มีอำนาจตาม พ.ร.ก.ที่กำลังใช้อ้างกันขณะนี้ นักกฎหมายตีความกันว่า อาจไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญ การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ จึงพึงระมัดระวังให้รอบคอบ

คมพิทักษ์ราษฎร์