
เกาหลีเหนือทะลักเข้าเชียงของ-เชียงแสนเพียบ
พบชาวเกาหลีเหนือลักลอบเดินทางเข้าสู่อำเภอเชียงของ และอำเภอเชียงแสน อย่างต่อเนื่อง เผยส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงมากกว่าชาย ล่าสุดพบใช้เส้นทางผ่าน สปป.ลาว แทนเส้นทางแม่น้ำโขงจากจีนผ่านพม่า เข้าสามเหลี่ยมทองคำ ที่อำเภอเชียงแสน
น.อ.โสภณ รัชตาภิรักษ์ ผู้บังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย ได้รับแจ้งจากกำลังพลที่ประจำอยู่แถวสามเหลี่ยมทองคำ หมู่บ้านสบรวก หมู่ 1 ต.เวียง อ.เชียงแสน ชายแดนไทย-ส.ป.ป.ลาว ว่ามีเรือหางยาวกลางแม่น้ำโขงบรรทุกผู้โดยสารมาเต็มลำและขับเข้าเรียบชายฝั่งไทยเป็นที่น่าสงสัย จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารเรือเข้าไปตรวจสอบปรากฎว่าพบชายหญิงกลุ่มใหญ่ขึ้นจากเรือมาเดินอยู่บนตลิ่ง จึงเข้าไปสอบถามปรากฎว่าทั้งหมดเป็นชาวเกาหลีเหนือที่ไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษาไทย จึงได้ควบคุมตัวไปทำการสอบสวน
จากการสอบสวนทราบว่าทั้งหมดมีจำนวน 12 คน แยกเป็นชายจำนวน 1 คนและหญิง 11 คนโดยส่วนใหญ่มีอายุตั้งแต่ 40-50 ปีแต่มีหญิงสาวในกลุ่มอายุประมาณ 14-15 ปีอยู่ด้วยจำนวน 3 คน โดยทั้งหมดหลบหนีมาจากชายแดนเกาหลีเหนือ-จีน และเข้าไปอาศัยอยู่ในประเทศจีนก่อนจะเดินทางหลบหนีเรื่อยมาจนถึงชายแดนประเทศไทยวัตถุประสงค์เพื่อเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ของไทย เพื่อจะอาศัยให้ผลักดันไปยังสถานฑูตประเทศเกาหลีใต้ประจำประเทศไทยและถูกผลักดันส่งไปยังประเทศที่สามหรือเกาหลีใต้ต่อไป เจ้าหน้าที่ทหารเรือจึงนำส่ง สภ.เชียงแสน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
น.อ.โสภณ กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2553 ทหารเรือสามารถจับกุมชาวเกาหลีเหนือที่หลบหนีเข้าเมืองมาได้จำนวนทั้งสิ้น 230 คน แยกเป็นชายจำนวน 47 คน และหญิง 157 คน โดยเป็นการจับกุมในท้องที่รับผิดชอบเขต อ.เชียงแสน จำนวน 120 คน และ อ.เชียงของ จำนวน 110 คน ทั้งนี้ยอมรับว่าปัญหาการทะลักเข้ามาของชาวเกาหลีเหนือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำ และเจ้าหน้าที่ก็จำเป็นต้องทำตามกฎหมายรวมทั้งปฏิบัติต่อผู้ต้องหาอย่างมีมนุษยธรรม กระนั้นปัญหาคือเรายังไม่มีล่ามแปลหรือข้อมูลเครือข่ายที่จะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จ เพราะเชื่อว่าน่าจะมีเครือข่ายภายในประเทศและนอกประเทศคอยให้การช่วยเหลือคนเหล่านี้
เมื่อเร็วๆ นี้คณะทูตจากประเทศเกาหลีใต้ได้เดินทางไปประชุมกับเจ้าหน้าที่ที่ อ.เชียงของ และขอร้องให้เจ้าหน้าที่ของไทยดูแลชาวเกาหลีที่หลบหนีเข้ามาด้วยโดยทางเกาหลีใต้กำลังจะจัดส่งล่ามแปลภาษาเกาหลี ไปประจำอยู่ที่ จ.เชียงราย ราวต้นปี 2554 หรืออย่างเร็วสุดในเดือน ม.ค.นี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ของไทยก็คงจะต้องปรับตัวไปตามสถานการณ์เพราะปัจจุบันพบการหลบหนีเข้าเมืองของชาวเกาหลีเหนือแตกต่างออกไป โดยเดิมมีการจับกุมได้มากแถบ อ.เชียงแสน แต่ปัจจุบันชาวเกาหลีเหนือทะลักเข้ามาทาง อ.เชียงของ มากขึ้นแสดงว่าอาจจะใช้การเดินทางทางรถยนต์ผ่านถนนอาร์สามเอไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จแล้วแทนการเดินทางทางเรือสินค้าในแม่น้ำโขง
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อวานนี้ชาวบ้านพบชาวเกาหลีเหนือจำนวน 12 คน และเด็กอีก 1 คน เดินทางขึ้นฝั่งบริเวณเขตรอยต่อระหว่างหมู่บ้านห้วยเอียน อ.เวียงแก่น กับบ้านปากอิง อ.เชียงของ จากนั้นได้ร้องขอให้ไปส่งที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเชียงของ โดยชาวบ้านระบุด้วยว่า ในช่วงประมาณ 2- 3 วันนี้ พบชาวเกาหลีเดินทางขึ้นจากแม่น้ำโขง จากฝั่ง สปป.ลาว พื้นที่เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว อย่างต่อเนื่อง พบส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงมากกว่า



