ข่าว

ขู่ชายตาบอดให้อยู่บ้านเอื้ออาทรไม่ย้ายตาย

ขู่ชายตาบอดให้อยู่บ้านเอื้ออาทรไม่ย้ายตาย

23 พ.ย. 2553

เหยื่อบ้านเอื้ออาทรตาบอดสนิทวัย 61 ปี ถูกบังคับให้ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านของโครงการบ้านท้องถิ่นเทิดไท้องค์ราชัน 80 พรรษา ทั้งที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ ถูกขู่ซ้ำหากไม่ย้ายมีสิทธิตาย ชาวบ้านทนไม่ไหว ร้องนายก อบจ.สุราษฎร์ธานี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 23 พ.ย.53 นายมนตรี เพชรขุ้ม นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี พร้อมคณะ เดินทางเข้าตรวจสอบบ้านท้องถิ่นเทิดไท้องค์ราชัน 80 พรรษา เลขที่ 9809 ม.4 บ้านกงชัง ต.ป่าร่อน อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นบ้านพักของนายหีต โพธิ์โพ้น อายุ 61 ปี สภาพร่างกายพิการตาบอดสนิททั้ง 2 ข้าง อาศัยอยู่กับนางประคอง อายุ 40 ปี ภรรยา และลูกชาย-หญิงอีก 3 คน หลังจากที่ได้รับข้อมูลจากชาวบ้านว่าถูกข่มขู่จากอิทธิพลมืดบีบบังคับให้เร่งเข้าไปอยู่ทั้งที่สภาพบ้านยังไม่แล้วเสร็จ


นางประคอง กล่าวว่า ครอบครัวของตนมีอาชีพรับจ้างกรีดยางและมีสวนยางพาราอยู่ 5 ไร่ ต่อมาสามีถูกรถชนจนตาบอดสนิททั้ง 2 ข้างมากว่า 10 ปีแล้ว และเมื่อประมาณ 4 ปีที่ผ่านมา ทางครอบครัวได้รับการคัดเลือกจากทาง อบต.ป่าร่อน จัดให้เป็นครอบครัวที่ยากจน ได้รับบ้านเอื้ออาทรในโครงการ บ้านท้องถิ่นเทิดไท้องค์ราชัน 80 พรรษา เป็นที่อยู่อาศัย แทนหลังเก่าที่ชำรุด ซึ่งบ้านหลังเก่าเวลาฝนตกน้ำฝนก็รั่วลงมาแทบจะหาที่นอนไม่ได้ นอกจากนั้นสัตว์มีพิษ เช่น งู ตะขาบ แมลงป่องช้าง เข้าไปในบ้าน ทำให้ทุกคนต่างหวาดกลัว เวลาช้างป่าลงมาจากเขาก็เข้าบริเวณบ้านโดยใช้งวงควานเข้าไปในบ้านทำลายข้าวของ
เมื่อทราบว่าได้รับบ้านแล้วก็ดีใจ แต่ปรากฏว่าบ้านไม่ได้ก่อสร้าง โดยทางเจ้าหน้าที่ ได้นำกระเบื้อง วงกบ หน้าตา ประตู อิฐ ปูน มากองไว้ให้อีกฟากหนึ่งของคลอง พร้อมมาบอกให้ก่อสร้างบ้านเองโดยให้เหตุผลว่างบประมาณหมดไม่สามารถดำเนินการต่อได้ สามีซึ่งตาบอดได้ตัดสินใจขายตัดต้นยางพาราได้เงินมาประมาณ 30 , 000 บาท เพื่อจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติมมาดำเนินการโดยมีญาติพี่น้องเป็นมาช่วยกันทำ แต่เงินที่ได้มาจากการขายต้นยางพาราก็หมดไปบ้านก็ยังไม่เสร็จ ไม่มีประตู ไม่มีห้องน้ำ


ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ อบต. นำพระบรมฉายาลักษ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯมาถ่ายภาพคู่กับตัวบ้าน และนำสีมา 1 กระป๋องทำเป็นทาสีเมื่อถ่ายภาพเสร็จก็นำกลับไป พร้อมบอกให้ตนเองอยู่เฉยๆและให้ขนย้ายเข้าไปอยู่ได้แล้ว ซึ่งตนไม่สามารถเข้าไปอยู่ได้เนื่องบ้านยังก่อสร้างไม่เสร็จ ต้องทนอยู่บ้านหลังเก่าต่อไปทั้งที่ชำรุดมากแล้ว
ด้านนายมนตรี เพชรขุ้ม นายก อบจ. สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเรื่องจริงตามการร้องเรียน แม่บ้านต้องทำงานรับจ้าง เพื่อหารายได้มาสร้างบ้าน ดูแลสามีที่ตาบอด และยังเลี้ยงลูกอีก 3 คนซึ่งปัญหาดังกล่าว อบจ.สุราษฎร์ธานี จะต้องเข้าให้ความช่วยเหลือแน่นอน แต่อาจติดขัดด้วยเรื่องกฎหมายท้องถิ่น จะต้องตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามยืนยันจะให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยจะนำเรื่องเสนอต่อ ผวจ.สุราษฎร์ธานี เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง


พร้อมกันนี้นายก อบจ. ได้มอบเงินส่วนตัวจำนวน 5,000 บาท ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นไปก่อน ส่วนเรื่องกลุ่มอิทธิพลมืดเข้าขู่กับครอบครัวนี้ นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี ระบุว่าได้รับทราบข้อมูลว่าเป็นความจริงกำลังเตรียมนำเรียนเรื่องดังกล่าวต่อ ผวจ.สุราษฎร์ธานี เช่นกัน
ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่รายหนึ่ง ไม่ประสงค์จะเปิดเผยชื่อ ให้ข้อมูลว่า เพื่อนบ้านและญาติ ๆต้องร่วมไม้ร่วมมือและใช้สองมือจริง ๆในการก่อสร้าง อีกทั้งต้องจ้างช่างมาช่วยออกแบบการก่อสร้าง โดยที่ผู้นำท้องถิ่นได้เข้ามาพร้อมเจ้าหน้าที่ ทาสีด้านหน้าตัวบ้าน ข้างเดียว แล้วนำประตูมาแปะไว้ พร้อมให้เจ้าของบ้านเอาป้ายเทิดไท้องค์ราชัน มาตั้ง แล้วก็บอกว่าไม่ต้องพูดอะไรเดี๋ยวเจ้าหน้าที่จัดการเองทั้งหมด จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็กลับไป พร้อมนำพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และใบเสร็จที่เจ้าของบ้านไปซื้ออุปกรณ์ต่างๆไปด้วย และบอกให้อยู่เฉยๆถ้าไม่อยากตาย มิหนำซ้ำบังคับให้ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้าน


โดยเพื่อนบ้านรายนี้ บอกด้วยว่าจะให้เข้าไปอยู่ได้อย่างไร ในเมื่อบ้านสร้างไม่เสร็จ คนเข้าไปอยู่ก็พิการตาบอดมองไม่เห็น ต้องทนอาศัยอยู่ในบ้านหลังเก่าที่ชำรุด เงินที่มีอยู่จัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆก็ประมาณ 40,000 บาทเศษ จนชาวบ้านทนเห็นเหตุการณ์ไม่ไหวจึงได้ช่วยร้องเรียนไปยัง อบจ.เพื่อหวังที่จะช่วยเหลือได้ในระดับหนึ่ง