
ครบุรี : แควน้ำ ย่านวัฒนธรรมขอม
อ.ครบุรี ใน จ.นครราชสีมา เดิมเรียกว่า บ้านคอนบุรี หมายถึงเมืองต้นน้ำหรือแควน้ำ หรือทางน้ำที่แยกมา คอน คำลาว แปลว่า การเอาสิ่งของห้อยที่ปลายไม้คานหรือปลายไม้เพียงข้างเดียวแล้วแบกบ่าพาไป เมืองที่ตั้งอยู่ปลายสุดที่น้ำมารวมกันจึงเรียกว่า คอน เพราะครบุรี
ราว พ.ศ.1300-1800 วัฒนธรรมขอมได้แพร่เข้าสู่อีสานทางปักธงชัยและช่องตะโกลงสู่ชุมชนในลำน้ำลำพระเพลิง ลำน้ำจักราช และลำน้ำลำปลายมาศ ทำให้เกิดบ้านเมืองแบบวัฒนธรรมขอมเกิดขึ้นมากมายในย่านนี้ รวมถึงฝั่งตะวันตกของลำน้ำลำปลายมาศ ที่ตั้งของเมืองครบุรี หรือทางใต้ลำน้ำมูลลงมา บ้านเมืองแบบที่ได้รับวัฒนธรรมขอมเหล่านี้ จึงนับเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรขอมไปด้วย
มีหลักฐานวัฒนธรรมในครบุรี คือ ปราสาทครบุรี เป็นอาคารก่อด้วยศิลาแลง ตามแบบวัฒนธรรมขอม จากองค์ประกอบผังเชื่อว่าคือ “อโรคยาศาล” หรือที่นักวิชาการจะแปลว่า โรงพยาบาล ที่มีจารึกปราสาทตาพรหมระบุว่าพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอม โปรดให้สร้างอโรคยศาล ขึ้นจำนวน 102 แห่ง ในทุกๆ วิษัย (เมือง)
แต่ในขณะเดียวกันนักวิชาการบางท่านมีความเห็นว่า อโรคยาศาล อาจไม่ใช่โรงพยาบาลที่มีการรักษาคนป่วยจริงแต่เป็นชื่อสัญลักษณ์ของกลุ่มศาสนสถานหรืออาคารประเภทหนึ่งที่มีหน้าที่บางอย่าง
นอกจากนี้ที่บ้านเฉลียงโคก ต.เฉลียง อ.ครบุรี มีภาพสลักในถ้ำวัวแดงเป็นรูปอุมามเหศวร คือภาพพระอิศวรประทับนั่งชันเข่าโอบกอดพระอุมาบนหลังโคนนทิ มีอายุราว พ.ศ.1600-1650 รุ่นราวคราวเดียวกับปราสาทพิมายในลุ่มน้ำมูล และปราสาทนครวัดในกัมพูชา
เอาเข้าจริงไทยกับขอมหรือกัมพูชา ก็เครือญาติกันมาแต่ไหนแต่ไร มีอยู่ตลอดแนวบ้านเมืองเขตแดนติดต่อใกล้ชิดกัมพูชาที่เคยเป็นผืนเดียวกัน
"เรือนอินทร์ หน้าพระลาน"



