ข่าว

ภท.ยกศิลาจารึก-ไตรปิฎกหนุนแก้รธน.

ภท.ยกศิลาจารึก-ไตรปิฎกหนุนแก้รธน.

23 พ.ย. 2553

“ชวน”พร้อมโหวตตามมติพรรค ดักคอ"สุเทพ"เลิกใช้บารมี-ขู่ตัดท่อน้ำเลี้ยงส.ส. ด้าน“บัญญัติ”ยอมรับจำใจทำตาม“มติปชป.”แก้รธน.ทั้งที่ไม่เห็นด้วยอย่างแรง ปัดตอบ“ฝืนใจ” หรือไม่ ย้ำ “เขตใหญ่” ช่วย “ลดซื้อเสียง” ได้ “เขตเล็ก” สร้างแต่ความขัดแย้ง

(23พ.ย.) ในระหว่างการอภิปรายญัตติการเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในช่วงค่ำที่ผ่านมา นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ส.ส.อุดรธานี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า รัฐธรรมนูญไม่ใช่ศิลาจารึก พระไตรปิฎกยังชำระได้ให้สมบูรณ์ ตนสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 93 - 98 เพราะกฎหมายเมื่อไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ก็แก้ไขเพิ่มเติมได้ บางฝ่ายวิจารณ์ว่าเป็นการแก้ไขเพื่อพวกพ้องและนักการเมือง แต่หมวดนี้แก้เพื่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนให้เท่ากัน ประเทศที่เจริญแล้วใช้ระบบส.ส.หนึ่งคนต่อหนึ่งเขต เรื่องนี้ตนไม่ได้รับบุญคุณจากพรรคใด การซื้อเสียงนั้นหากใครจะจงใจซื้อขายก็ทำได้ทั้งนั้น ส่วนมาตรา 190 นั้น เรามีปัญหามากมายในการทำสัญญากับต่างประเทศที่ต้องมาขออนุญาตกับสภาโดยแก้ผ้าให้ต่างประเทศดูก่อน  จึงสมควรแก้ไข

'ชวน-บัญญัติ'ยันโหวตตามมติพรรค  

นายชวน หลีกภัย ส.ส.สัดส่วนและประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีมีข่าวว่าส.ส.ผู้ใหญ่ในพรรคไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ไม่มีเพราะตามหลักต้องยึดตามมติพรรค แต่ที่เราท้วงติงมาตั้งแต่ต้นคือระบบเขตเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญปี 50 เขียนไว้ว่าให้มีส.ส.เขตละไม่เกิน 3 คน ซึ่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้เสนอเรื่องนี้เอง ดังนั้นต้องอธิบายเมื่อจะเปลี่ยนแนวทางมาเป็นเขตเล็ก แต่เมื่อมีการถกเถียงกันภายในซึ่งนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคไม่อยู่ ตนจึงเสนอว่าคนที่ขอให้เขียนรัฐธรรมนูญอย่างนี้คือหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อจะเปลี่ยนทำไมจึงไม่ฟังหัวหน้าพรรค การประชุมจึงหยุดชะงักไป

 “ แต่ในเที่ยวนี้ผมได้คุยกับหัวหน้าพรรคเมื่อสัปดาห์ที่แล้วโดยหัวหน้าพรรคได้เล่าถึงการเสนอให้คณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญรัฐธรรมนุญ ตามข้อเสนอ ของคณะกรรมการสมานฉันทร์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ชุดที่มีนายสมบัติ ธำรงค์ธัญวงศ์ เป็นประธานดำเนินการ และโดยปกติพรรคประชาธิปัตย์จะไม่มีปัญหา มติพรรคออกมาอย่างไรก็จะทำตามนั้น ไม่มีข้อขัดแย้ง แต่ว่าต้องใช้เหตุผลไม่ใช่ไปขู่เอาเรื่องเงินมาขู่ว่าถ้าไม่ลงมติแล้วจะไม่ให้เงินลงเลือกตั้ง อย่าทำอย่างนั้น ซึ่งเที่ยวที่แล้วผมก็ติงไว้ว่าต้องใช้เหตุผล และมติเป็นอย่างไรก็จะเคารพมติ เพราะในเมื่อเราได้รับปากไว้ตั้งแต่สมัยตั้งรัฐบาลก็คงต้องรักษาคำพูด ” นายชวนกล่าว

 เมื่อถามว่าแสดงว่าส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จะไม่โหวตสวนมติของพรรคใช่หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า คงไม่มี สำหรับตนมติพรรคเป็นอย่างไรก็เคารพ ส่วนข่าวการวอลค์เอ้าท์จากที่ประชุมของส.ส.ก็ไม่เป็นความจริง ตนเข้าประชุมแต่ได้นัดประชุมคณะทำงานเรื่องคดียุบพรรค จึงต้องออกมาประชุม 

 เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าจะยกมือสนับสนุนของรัฐบาลใช่หรือไม่ นายชวน กล่าวย้ำว่า มติพรรคเป็นอย่างไร ทุกคนก็ต้องเป็นอย่างนั้น แต่ต้องใช้เหตุผลในการพูดจาทำความเข้าใจกัน เพราะพรรคประชาธิปัตย์เสนอเองว่าให้ใช้การเรื่องตั้งเขตใหญ่ ซึ่งหัวหน้าพรรคก็ยืนยันกับตนว่ายังเห็นเหมือนเดิมแต่เมื่อเป็นมติหรือเป็นความเห็นของผู้ที่หัวหน้าพรรคให้ยกร่างมา หรือเลขาธิการพรรคคงจะไปตกลงกันไว้ตอนตั้งรัฐบาล

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้มีปัญหาการเอาเรื่องเงินมาขู่กันในพรรคหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า คงไม่มีแล้ว ยังไม่ได้ยินว่าใครขู่ใคร เพราะอาจจะรู้ตัวแล้วว่า ถ้าใช้วิธีอย่างนี้ พวกเราคงไม่ยอม แต่ต้องให้เหตุผลกันว่าเพราะอะไร เพราะคุณไปตกลงกับเขาใช่หรือไม่ ถ้าเป็นอย่างนั้น คนเป็นนักการเมืองก็ต้องรักษาคำพูด พูดคำไหนก็ต้องเป็นคำนั้น ส่วนจะเป็นภาวะจำยอม เพราะเป็นเรื่องการไปตกลงกับพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น คงต้องไปถามหัวหน้าพรรค อย่างไรก็ตามเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนได้คุยกับนายกฯ แต่ไม่ได้คุยกับเลขาธิการพรรค ทั้งนี้ได้คุยกับนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค ซึ่งตนนายบัญญัติ และหัวหน้าพรรค มีความคิดเหมือนกัน ยังไม่เปลี่ยนแปลง โดยเห็นด้วยกับการเลือกตั้งแบบเขตใหญ่ เพราะจะป้องกันการซื้อเสียงได้ดีกว่า

 ผู้สื่อข่าวถามว่ามติพรรคสวนทางกับจุดยืนที่นายชวนเคยมีรู้สึกอย่างไร นายชวนกล่าวว่า เราต้องเคารพส่วนรวม จะเอาตัวเองเป็นหลักไมได้ และไม่ได้เป็นการกลืนเลือดอะไร เพราะปกติเป็นคนกลืนน้ำธรรมดา แต่สมาชิกพรรคในระบบรัฐสภา ต้องเคารพมติพรรค เพราะระบบอยู่ได้ด้วยเสียงข้างมาก ถ้าส.ส.ไม่เคารพมติพรรค รัฐบาลก็อยู่ยาก ไม่เหมือนระบบประธานาธิบดี

 ด้านนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.สัดส่วน และกรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการประชุมพรรคประชาธิปัตย์เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ที่ผ่านมาซึ่งมีรายงานข่าวว่าส.ส.กลุ่มนายบัญญัติ ได้วอล์คเอาต์ออกจากที่ประชุมว่า ยืนยันว่าเมื่อวันที่ 22 พ.ย.ไม่มีการโหวตลงมติใด ๆ ดังนั้นจึงไม่มีการวอล์คเอาต์ โดยนายวิทยา แก้วภราดัย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล ( วิปรัฐบาล ) เสนอที่ประชุมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 4 ร่าง ในส่วนของร่างคณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 (คปพร.) นั้น เราคงไม่สามารถรับหลักการได้ แต่ร่างของพรรคร่วมคงจะงดออกเสียง ในขณะที่ร่างของรัฐบาล 2 ร่าง ต้องช่วยสนับสนุน เมื่อประธานวิปพูดจบก็ถามว่าใครคิดเห็นอย่างไรซึ่งก็ไม่มีใครแสดงความเห็น ก็ถือว่าจบตรงนั้น ไม่มีใครไม่พอใจ จากนั้นตนก็ลงมาข้างล่างเพื่อหารือกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ถึงเรื่องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่าไม่มีการวอล์คเอาต์อะไร หลายคนที่เดินตามตนมาก็เข้าใจว่าการประชุมจบลงแล้ว

 “ผมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมในขณะนี้เป็นอย่างยิ่ง ทั้งเงื่อนเวลาที่ไม่เหมาะสม และการทำเขตใหญ่เป็นเขตเล็ก แต่เมื่อพรรคมีมติว่าให้ช่วยสนับสนุน ผมก็ไม่มีทางเลือกเป็นอย่างอื่น ก็คงต้องสนับสนุนเท่านั้นเอง เพราะเวลาผมเป็นหัวหน้าพรรคก็ขอความร่วมมือจากลูกพรรคให้ปฏิบัติตามมติพรรค วันนี้กลับมาเป็นลูกพรรคท่านหัวหน้ามาขอให้ลูกพรรคสนับสนุน ก็เท่านั้น ไม่มีปัญหาอะไร เพราะผมไม่มีทางเลือก มติพรรคออกมาเช่นนี้” นายบัญัญัติกล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝืนใจหรือไม่ กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นธรรมดาของการเมือง ต้องยอมรับความจริง มีความเห็นแตกต่างกันได้ แต่เมื่อเสียงส่วนใหญ่ว่าอย่างไรก็ต้องปฏิบัติตาม สิ่งที่กังวลคือเรื่องสถานการณ์ เพราะรู้สึกว่าความขัดแย้งทางการเมืองยังรุนแรงอยู่ ประเด็นที่นำมาพิจารณาก็จะนำไปสู่ความขัดแย้งต้องพึงระมัดระวังเรื่องนี้ ส่วนตัวสนับสนุนระบบเลือกตั้งเขตใหญ่มาตลอด เพราะมันสามารถช่วยลดการซื้อเสียงให้น้อยลง และที่กังวลมากคือ ขณะนี้เรามีการเรียกร้องเรื่องสมานฉันท์ เขตเล็กเบอร์เดียวทำให้เกิดความขัดแย้งสูง เพราะทุกคนจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้กลับเข้ามาเป็นส.ส. จะมองหน้ากันไม่ค่อยติด

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่ นายบัญญัติ กล่าวว่า หากเสียงรัฐบาลแน่นแฟ้นจริงคงไม่มีปัญหา

 ผู้สื่อข่าวถามว่า หากแก้ไขเป็นเขตเล็กพรรคประชาธิปัตย์ได้เปรียบหรือเสียเปรียบ กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่มีการคุยมาตลอดบอกว่าเขตใหญ่พรรคได้เปรียบ แต่ส่วนตัวไม่คิดเรื่องนี้เท่าไหร่