ข่าว

กมม.ยื่นจม.ปธ.วุฒิอัดรัฐเร่งแก้รธน.

กมม.ยื่นจม.ปธ.วุฒิอัดรัฐเร่งแก้รธน.

23 พ.ย. 2553

กมม.ยื่นจม.เปิดผนึก ประธานวุฒิ ระบุ การแก้รธน.ต้องผนวกรวมแผนปฏิรูปประเทศฉบับประเวศ-อานันท์ พร้อมทำประชามติ อัด รัฐ อ้างแก้ 2 ประเด็น ไม่กระทบวงกว้างแค่ความเห็นส่วนตัว สนองประโยชน์พวกพ้อง ไม่เคารพปชต. ทำคนในชาติแตกแยก ซ้ำช่วยขุด ร่าง ฉบับ คปพร. ล้ม รธน.50

(23พ.ย.) เวลา 10.30 น. พรรคการเมืองใหม่ นำโดย นายสมศักดิ์ หัวหน้าพรรค นายพิเชษฐ์ พัฒนโชติ รองหัวหน้าพรรค นายสำราญ รอดเพชร รองหัวหน้าพรรค และนายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรค ได้เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงสมาชิกรัฐสภา ต่อนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา โดยในหนังสือมีเนื้อหาว่า การที่รัฐบาล และรัฐสภา ร่วมกันเสนอร่างแก้ไขรธน. 4 ฉบับ ให้รัฐสภาพิจารณาในวันนี้ พรรคการเมืองใหม่ซึ่งเป็นพรรคที่ไม่มีส.ส.ในสภา ซึ่งได้ติดตามและคัดค้านมาโดยลำดับ ขอยืนยันหลักการสำคัญของพรรคดังนี้

 1.รธน.สามารถแก้ไขได้ แต่ในฐานะที่เป็นกฎหมายสูงสุด และเคยผ่านการทำประชามติ ดังนั้นก่อนการแก้ไขควรฟังความคิดเห็นของประชาชนด้วยการออกเสียงประชามติ การอ้างว่ารัฐบาลเสนอเพียง 2 ประเด็น ไม่กระทบในวงกว้าง เป็นเพียงดุลยพินิจส่วนตัวที่ไม่เคารพหลักการประชาธิปไตย ขณะเดียวกันการเสนอแก้ไข 2 ร่างของรัฐบาลนั้น ยังทำให้ร่างแก้ไขรธน.ของคปพร. ถูกขุดขึ้นมาพิจารณาด้วย ทั้งที่ยังมีปัญหาในข้อกฎหมายว่าเป็นการเข้าชื่อเสนอกฎหมายเกินกรอบหมวด 3 และหมวด 5 หรือไม่ อีกทั้งเนื้อหาของร่างฉบับนี้คือ การล้มรธน.50 เกือบทั้งฉบับ แล้วนำรธน.40 มาใช้แทน ซึ่งเป็นเนื้อหาและความพยายามเดียวกันกับที่ฝ่ายการเมืองเมื่อปี 51 นำมาใช้จนทำให้ประชาชนออกมาคัดค้าน

 2.การแก้ไขรธน.2ประเด็นของรัฐบาลไม่ได้ตอบโจทย์เรื่องประชาธิปไตย แต่กลับทำให้ประชาชนเห็นว่าเป็นการแก้ไขเพื่อผลประ โยชน์ของพรรคการเมืองและนักการเมือง ที่รัฐบาลอ้างว่าการแก้ไข รธน.เป็นส่วนหนึ่งของแผนปรองดองแต่แท้จริงแล้วเป็นการซ้ำเติมวิกฤติความแตกแยกของคนในชาติ รัฐบาลมีปัญหาเฉพาะหน้ามากมาย โดยเฉพาะฟื้นฟูผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ แต่รัฐบาลกลับนำปัญหาทางการเมืองเรื่องรธน. มาเป็นวาระหลักของชาติอย่าน่าเสียดาย

 3.พรรคการเมืองใหม่เห็นว่าการแก้ไขรธน.ต้องเป็นส่วนประกอบของแผนปฏิรูปประเทศปฏิรูปการเมืองในภาพรวมทั้งหมดรัฐบาลควรจะผนวกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศที่มีคณะกรรมการชุด นพ.ประเวศ วะสี และนายอานันท์ ปันยารชุน ทำงานอยู่ และก่อนการเสนอแก้ครั้งใหญก็ต้องทำประชามติสร้างการเรียนรู้ทางประชาธิปไตยให้กับประชาชน โดยไม่ต้องอ้างว่าเกรงจะสูญเสียงงบประมาณ แม้พรรคการเมืองใหม่จะไม่เห็นด้วยแม้แต่น้อยกับร่างแก้ไขรธน. ฉบับ คปพร. แต่เราก็ไม่เห็นด้วยประการทั้งปวงที่จะให้การแก้ไขรธน.เป็นเพียงการเล่นเกม หรือหมากทางการเมือง ดังที่มีคนบางกลุ่มพยายามโฆษณาว่าปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการตอกฝาโลง ไม่ให้ร่างฉบับคปพร.ได้เกิด การแก้รธน.ต้องเป็นการใช้ปัญญายกระดับประชาธิปไตย เปิดพื้นที่ให้ประชาชนผู้ด้อยโอกาส หรือไม่มีพื้นที่ทางการเมืองได้เข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น